• ครูหวด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : phasatmala@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 10062
  • จำนวนผู้โหวต : 35
  • ส่ง msg :
เรื่องเล่าจากครูหวด
การเมือง,การศึกษา,วรรณกรรมและการท่องเที่ยว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sangkom
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
ไม่ต้องเรียนได้ไหม?
Posted by ครูหวด , ผู้อ่าน : 166 , 02:59:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


ไม่ต้องเรียนได้ไหม?

 

            เผลอไม่กี่อึดใจ การเปิดเทอมจะเริ่มขึ้นแล้ว  ระบบระเบียบเดิม ๆ คงจะย่างเท้าเข้ามาตามปรกติของมัน คณะครูผู้บริหารจะกลับมาพูดนัวหัวม่วนหรือแยกเขี้ยวยิงฟันให้กันอีกครั้งหนึ่ง ครูผู้สอนเป็นรายวิชาคงไม่หนักหนาเท่าไรแต่ครูประเภทเหมาเข่ง(สอนทุกวิชา)อย่างครูหวดและเพื่อน ๆ อีกหลายคนต้องคิดหนักกันหน่อย  ยิ่งปีนี้ยิ่งต้องหนักและเหนื่อยกันยิ่งขึ้น
                ทำไม่รึ...?
                ก็แหม...แต่ละหน้าละคนทราบกันอยู่แล้วว่าจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์เพียงไร
– เด็กที่เลื่อนชั้นขึ้นมาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อยู่กว่าครึ่งห้อง ตรงข้ามกับคะแนน N.T.(Nation test)ออกมาดีเยี่ยม (คงไม่ต้องถามผมนะครับว่าเพราะเหตุใด)

                การศึกษาเล่าเรียนทุกวันนี้ เปิดปุ๊บ ติดปั๊มเลยนา หมายถึงว่าวันแรกก็ต้องสอนกันแล้ว เนื่องจากช่วงปิดเทอมครูเตรียมการสอน บันทึกการสอนมาเรียบร้อย ให้ ผอ.เซ็นและลงความเห็น “ใช้สอนโด้ เอ๊ย สอนได้เรียบร้อยอีกเหมือนกัน ไม่ได้ซีกระเดี๋ยวจะไม่เหมาะสมกับวิทยฐานะ (ชำนาญ,ชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ) แต่พูดก็พูดเถอะ สอนกันอะไรนักหนา เขียนซะย้อยหยด ทฤษฎีสำนักโน้น สำนักนี้ แล้วเด็กไทยเป็นอย่างไร...?

            ผ่าเถอะ,เรียนแบบไม่ต้องสอนได้ไหม...

                สอนกันมา 5 – 6 ปี เด็กอ่านหนังสือไม่ออก คิดไม่เป็น วิเคราะห์วิจารณ์อะไรไม่กระดิก กะแค่ครูถามว่านายกฯพูดออกโทรทัศน์ใช้คำว่า “เจ๊ง” กับ “เฮงซวย” บ่อย ๆ อย่างนี้เหมาะสมหรือไม่ ทำให้ ธนาคาร เอ๊ย การเงินการคลังเสียหายใช่หรือไม่  ยังตอบกันไม่ได้เล้ย  ครับ, สอนกันอีท่าไหน ยิ่งสอนเด็กยิ่งไม่อ่านหนังสือ เปิดเทอมขึ้น ประชุมคณะครูผมในฐานะครูน้อย (แก่ ๆ) จะยกมือเสนอญัตติหรือปรัชญาเอี่ยมอ่อง ดังนี้

                ไม่ต้องสอนได้ไหมครับ..?

                เปิดเทอมขึ้นมาจัดห้องให้เหมือนกับบ้าน จัดสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่นและรื่นเริง ต้นไม้ในโรงเรียนไม่มีก็รีบ ๆ ปลูก ไม้ดอกไม้ประดับจัดหา  ภายในห้องเรียน จัดโต๊ะเก้าอี้ไว้สำหรับการนั่งเรียนน้อยที่สุด แต่สิ่งที่มากที่สุดคือ หนังสือและมุมหนังสือ เอาตั้งแต่ประเภทการ์ตูนตัวใหญ่ ๆ ไม่ค่อยมีตัวอักษรบรรยาย นิทาน นิยาย เรื่องสั้น เรื่องผี นิตยสาร ฯลฯ โอ๊ย อะไรต่อมิอะไรหามา ถ้าจะให้ดี เอาหนังสือใบลานมาไว้ในห้องให้เด็กได้ดู ได้จับต้อง รับรองเจ๋ง
                เปิดเทอมวันแรก ไม่ต้องเรียน เล่าประสบการณ์ช่วงปิดเทอมให้กันและกันฟัง เสร็จแล้วเขียนบันทึกไว้พอเป็นธรรมเนียม (จะเขียนผิดเขียนถูกช่างเขา) จากนั้นให้แยกย้ายกันไปเลือกหนังสือมาอ่าน  อ่านไม่ออกดูรูปไปพลาง ๆ ก็ได้ไม่เป็นไร อ้อ อ่านไปสักหน่อยง่วงเหรอ...นอนเลยอ้ายหนูเอ๊ย  ตื่นขึ้น ไปล้างหน้าล้างตาแล้วค่อยมาอ่านต่อ
                แล้วคนอ่านหนังสือไม่ออกล่ะ?
                ตรงนี้แหละสำคัญ...ครูอ่านให้ฟังเป็นอย่างไร..??

                ผ่านไปสักสัปดาห์ค่อยคิดหาวิธีซ่อมเสริมคนที่อ่านไม่ออกให้อ่านได้ จะโดยวิธีใด ครูรู้ดีอยู่แล้ว (ครูประถมทุกวันนี้จบปริญญากันทุกคน) สรุปว่า

                ป. 1 -3 (ช่วงชั้นที่ 1) ไม่ต้องเรียน ให้อ่านกับเล่นพอแล้ว
                ป. 4
– 6 (ช่วงชั้นที่ 2) นอกจากอ่านแล้วยังพ่วงการเขียนเข้ามาอีกนิดหน่อย (หรือจะมากก็ว่าไป)

                ทั้งหมดทั้งมวลคือ “รักการอ่าน” ลองดูถีว่าเด็กไทยจะเป็นอย่างไร อ้อ เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ คอมพิวต้งพิวเตอร์ไม่ปฏิเสธ สอนให้พวกเขาสืบค้นข้อมูล ส่งข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องราวดี ๆ ที่มีอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ต (ไม่พ้นอ่านและเขียน)

            นโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐมนตรีหวด เอ๊ย ครูหวด คือทำอย่างไรให้เด็ก ๆ รักการอ่าน โดยมีข้อแม้อยู่ประการหนึ่งว่าถ้าครูคนไหนไม่รักการอ่านให้พิจารณาตัวเองลาออกจากครู เอ้อ อีกอย่าง ห้ามครูโม้(เขียน)อะไรไว้ในกระดาษเป็นเข่ง แล้วส่งขอเงิน(วิทยฐานะ)เป็นเด็ดขาด

                เป็นครูประถม ครูบ้านนอกทำได้แค่นี้ก็เลิศแล้วล่ะครับ รับรองเด็ก ๆ ที่โตขึ้นไปเป็นรัฐนมนตรีรัฐมนโทจะไม่มีประเภทเหลือขออย่างทุกวันนี้

                เชื่อไม่เชื่อ ยกมือขี้น...?

           

               

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 10.19 น.
http://www.oknation.net/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - www.esanstate.com 


ความคิดเห็นที่ 17
พันพูมิ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 07.09 น.
http://www.oknation.net/blog/vong

ทักทายในเช้าวันวิสาขบูชา
คืนนี้เดือนเพ็ญ..อาจวางหนังสือลงชั่วขณะ
แล้วออกไปอ่านแสงจันทร์และหมู่เมฆทีลอยเลื่อน
ปล่อยกระแสจิตสู่เวิ้งว้าง..พร่างดวงดาว ดังหนึ่งสุภัททะภิกษุผู้เห็นดวงจันทร์คนสุดท้าย !
ความคิดเห็นที่ 16
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 06.37 น.
http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy

รอให้ครูหวดได้เป็นครูเชี่ยวชาญก่อนแล้วค่อยไปเป็นเลขาสพฐ.นะครับจะได้ทำหลักสูตรไม่ต้องสอน
ความคิดเห็นที่ 15
เอื้อยนาง วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 19.14 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

จริง ๆ ตอนไปอยู่ออสเตรเลีย ก็มีเพื่อนเป็นครู และได้เเข้ไปเยี่ยมเขาในโรงเรียนอยู่เหมือนกัน เห็นว่าเด็ก ๆ ของเขาเรียนกันแบบสบาย ๆ คล้าย ๆ ยุคสมัยเลข คัด เลิก ของเราจริง ๆ คือเด็ก ๆ จะเรียนวิชาการตอนเช้า ๆ บ่ายมาก็จะเป็นวิชาเลือก เช่น ทำอาหาร (เคยไปสาธิตการทำสปริงโรลในห้องของครูครีสตินด้วย (สปริงโรลก็คือเมี่ยงสด เมี่ยงทอด หรือ ปอเปี๊ยะแล้วแต่จะเรียกนั่นแหละ)
บ่ายสองโมงเด็ก ๆ ก็ว่าง ๆ อาจเรียนกีฬาในโรงเรียน หรือบางคนพ่อแม่จะมารับไปเข้ากลุ่มตามความสนใจ ซึ่งมีอยู่มากมายมากที่สโมสรต่าง ๆ เขาจัดขึ้นเพื่อลูกหลาน ไม่ต้องคอยรัฐ เช่น กลุ่มนักขี่ม้า กลุ่มขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ ส่วนคอมพิวเตอร์นั้นคุณครูของเขาสั่งให้ค้นคว้ามาจากอินเตอร์เน็ตก็จริง แต่เด็ก ๆ จะต้องส่งงานเป็นลายมือเท่านั้น
เห็นลูกของน้องชาย เรียนอยู่กทม.คุณครูสั่งให้เข้าไปหาข้อมูลโดยเข้าไปใน google แล้วพริ้นงานไปส่งเป็นปึก ๆ เลย เด็กไม่จำเป็นต้องอ่านด้วยซ้ำก็หน้าบานกลับบ้านเพราะครูชม
มันก็ต่างกันอย่างนี้แหละค่ะ
งานประดิษฐ์ งานช่างก็เป็นอีกอย่างที่เห็นความแตกต่าง
ยังเคยคิดอยู่เลยว่าตอนเราเป็นครูทำไมเราคิดแต่เรื่องไกล ๆ ใหญ่มาให้เด็กทำหนอ เขาประเทศเจริญกว่าเรามากมายเขายังพาเด็กคลุกดินไม่รังเกียจขี้วัวขี้ควายเลย
เฮ้อเล่าไปก็ยาว เอาเป็นว่าวันหลังจะเรียบเรียงมาให้ครูอ่านก็แล้วกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 14
เอื้อยนาง วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 19.01 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

สอนแบเก่า เลข คัด เลิก เด็ก ๆ ยังมีเวลาว่างได้คิดสร้างสรรค์บ้าง แทนที่จะแบกตำราจนหนักอึ้งน่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
rakmananya วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

ธรรมสวัสดี
เปิดเทอมนี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ความคิดเห็นที่ 12
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/numsunjon

แนวความคิดดีครับคุณครู
เห็นช่วงปิดเทอมมีการรณรงค์เรื่องการอ่านของต้นสังกัด
คงเริ่มต้นทั้งโรงเรียนครับจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
ผมให้ความชื่นชมกับผู้แต่งกลอนลำและหมอลำพื้นบ้าน
ที่จบการศึกษาในท้องถิ่น แต่สามารถสื่อสารถึงกลุ่ม เป้าหมายได้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็นที่ 11
Lyrics วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 22.00 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เห็นดีด้วยกับท่านครูหวดคะ

ว่างๆแวะเข้ามาอ่านนะคะ

TOUR OF DUTY ตอน งานกาชาด จว.นราธิวาส สนุกสุดเสียว

http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/13/entry-1
ความคิดเห็นที่ 10
พันพูมิ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 05.49 น.
http://www.oknation.net/blog/vong

เห็นดีด้วยกับท่านครูหวด
อ่านเถอะครับคุณครู คุณนักเรียน คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย แล้วจะรู้ว่าเราได้อะไรมากกว่าคำว่า "อ่าน" จากประสบการณ์แห่งการอ่านที่ผ่านมาตั้งแต่อ่านหนังสือได้ พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง หาเวลาให้กับการอ่านวันละนิด จิตเบิกบาน
ความคิดเห็นที่ 9
ธมกร วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 00.29 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

"ถ้าครูคนไหนไม่รักการอ่านให้พิจารณาตัวเองลาออกจากครู"

เอาเลยท่าน...

และถ้าไม่สามารถสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ก็...ยื่นซองขาวเชิญให้ออก หรือเบาะๆ ก็พักราชการซะ

เต็มที่...ลุย

-------------------------

บางสิ่งบางอย่างที่รับการบ้านไว้ไม่ลืมหรอก
รอหน่อยนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 8
rakmananya วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 20.43 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

บางทีประเทศนี้ เขาไม่ต้องการคนฉลาด
บางทีประเทศนี้ เขาต้องการคนเขลาขลาดความคิด
บางทีประเทศนี้ เขาอยากให้ครูปลุกปล้ำศิษย์
บางทีประเทศนี้ เขาอยากเป็นเจ้าชีวิต ทุกๆ คน...
ความคิดเห็นที่ 7
รณบุตร วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 07.16 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

วิธีที่ครูหวดนำเสนอ นั่นแหละที่ผมมองว่า..เป็นการสอนที่แท้จริง

สอนให้ค่อยๆ เรียนรู้..ค่อยๆ ซึมลึก..ด้วยการปฏิบัติจริง..สัมผัสจริง..แบบค่อยเป็นค่อยไป..

ถ้าครูมีความตระหนัก..รู้จุดเด่น..จุดด้อย..ของเด็ก

รู้เคล็ดลับ..และกลวิธีแห่งการเรียนรู้..ครูสามารถประยุกต์..และนำเสนอให้นักเรียนตัวเองได้เรียนรู้ทั้งนั้นแหละครับ

ส่วนมากครูเรา..มักจะรอฟังแต่..นักอะไรไม่รู้..มากำหนดให้ครู..ต้องสอนอย่างนั้น..สอนอย่างนี้..

สอนไปสอนมา..สอนจนเด็กอ่านหนังสือไม่ออกอย่างทุกวันนี้....ไง..
ความคิดเห็นที่ 6
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 07.03 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

สวัสดีค่ะ คุณครู
ความคิดเห็นที่ 5
dekkid วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 06.59 น.
http://www.oknation.net/blog/reading

ต้องไม่สอน ไม่เรียนแบบท่องจำอย่างเดียวค่ะ ใช้Creative learning แทน
ความคิดเห็นที่ 4
กันเอง วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 06.12 น.
http://www.oknation.net/blog/guneng

เรียนปนเล่น
เล่นปนเรียน
ความคิดเห็นที่ 3
คนช่างเล่า วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 05.52 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครูหวดครับ เรามีพณฯ ท่านเป็นครูต้นแบบ

วิชาการเกษตร เลี้ยงหมู

วิชาพืชสวน ปลูกชมพู

ผมว่าไม่ต้องเรียนก้ดีเหมื่อนกัน จูงจมูกง่ายหน่อย
ความคิดเห็นที่ 2
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 05.49 น.
http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy

ท่านหวด ผมลองเข้าเวบของท่านเดือนแล้ว ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าได้เป็นเพราะอะไร ช่วยกรุณาหน่อยนะครับ.
ความคิดเห็นที่ 1
ต.อ.ที่รัก วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 04.46 น.
http://www.oknation.net/blog/watanatu
โลกจะสงบสุขเมื่อทุกชีวิตไม่เบียดเบียนกัน 

คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องการสอน
แต่จะมีวิธีอย่างไรให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายนั่นซิสำคัญ
เป็นเรื่องแปลก ที่นักเรียนที่อยู่ในระบบโรงเรียนอ่านหนังสือกันไม่คล่อง
ก็มาจากเรื่องการเรียนการสอนนี่แหละ ว่าเดี๋ยวนี้เค้าทำกันอย่างไร
ทำไมสมัยเราเด็กๆ แค่ ป3 ป4 นี่ท่องบทต่างๆคล่องปรื๋อเลย
ก็ขอฝากคุณครู ว่าอย่าท้อใจเลย เด็กเล้น เด็กซน ก็ว่ากันไป แต่เด็กเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง คิดไม่เป็น อ่านหนังสือไม่ค่อยออก ต้องมาหาทาง หาวิธีทำให้ดีได้
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31