พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ต้องเรียนได้ไหม? เผลอไม่กี่อึดใจ การเปิดเทอมจะเริ่มขึ้นแล้ว ระบบระเบียบเดิม ๆ คงจะย่างเท้าเข้ามาตามปรกติของมัน คณะครูผู้บริหารจะกลับมาพูดนัวหัวม่วนหรือแยกเขี้ยวยิงฟันให้กันอีกครั้งหนึ่ง ครูผู้สอนเป็นรายวิชาคงไม่หนักหนาเท่าไรแต่ครูประเภทเหมาเข่ง(สอนทุกวิชา)อย่างครูหวดและเพื่อน ๆ อีกหลายคนต้องคิดหนักกันหน่อย ยิ่งปีนี้ยิ่งต้องหนักและเหนื่อยกันยิ่งขึ้น การศึกษาเล่าเรียนทุกวันนี้ เปิดปุ๊บ ติดปั๊มเลยนา หมายถึงว่าวันแรกก็ต้องสอนกันแล้ว เนื่องจากช่วงปิดเทอมครูเตรียมการสอน บันทึกการสอนมาเรียบร้อย ให้ ผอ.เซ็นและลงความเห็น ใช้สอนโด้ เอ๊ย สอนได้เรียบร้อยอีกเหมือนกัน ไม่ได้ซีกระเดี๋ยวจะไม่เหมาะสมกับวิทยฐานะ (ชำนาญ,ชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ) แต่พูดก็พูดเถอะ สอนกันอะไรนักหนา เขียนซะย้อยหยด ทฤษฎีสำนักโน้น สำนักนี้ แล้วเด็กไทยเป็นอย่างไร...? ผ่าเถอะ,เรียนแบบไม่ต้องสอนได้ไหม... สอนกันมา 5 6 ปี เด็กอ่านหนังสือไม่ออก คิดไม่เป็น วิเคราะห์วิจารณ์อะไรไม่กระดิก กะแค่ครูถามว่านายกฯพูดออกโทรทัศน์ใช้คำว่า เจ๊ง กับ เฮงซวย บ่อย ๆ อย่างนี้เหมาะสมหรือไม่ ทำให้ ธนาคาร เอ๊ย การเงินการคลังเสียหายใช่หรือไม่ ยังตอบกันไม่ได้เล้ย ครับ, สอนกันอีท่าไหน ยิ่งสอนเด็กยิ่งไม่อ่านหนังสือ เปิดเทอมขึ้น ประชุมคณะครูผมในฐานะครูน้อย (แก่ ๆ) จะยกมือเสนอญัตติหรือปรัชญาเอี่ยมอ่อง ดังนี้ ไม่ต้องสอนได้ไหมครับ..? เปิดเทอมขึ้นมาจัดห้องให้เหมือนกับบ้าน จัดสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่นและรื่นเริง ต้นไม้ในโรงเรียนไม่มีก็รีบ ๆ ปลูก ไม้ดอกไม้ประดับจัดหา ภายในห้องเรียน จัดโต๊ะเก้าอี้ไว้สำหรับการนั่งเรียนน้อยที่สุด แต่สิ่งที่มากที่สุดคือ หนังสือและมุมหนังสือ เอาตั้งแต่ประเภทการ์ตูนตัวใหญ่ ๆ ไม่ค่อยมีตัวอักษรบรรยาย นิทาน นิยาย เรื่องสั้น เรื่องผี นิตยสาร ฯลฯ โอ๊ย อะไรต่อมิอะไรหามา ถ้าจะให้ดี เอาหนังสือใบลานมาไว้ในห้องให้เด็กได้ดู ได้จับต้อง รับรองเจ๋ง ผ่านไปสักสัปดาห์ค่อยคิดหาวิธีซ่อมเสริมคนที่อ่านไม่ออกให้อ่านได้ จะโดยวิธีใด ครูรู้ดีอยู่แล้ว (ครูประถมทุกวันนี้จบปริญญากันทุกคน) สรุปว่า ป. 1 -3 (ช่วงชั้นที่ 1) ไม่ต้องเรียน ให้อ่านกับเล่นพอแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลคือ รักการอ่าน ลองดูถีว่าเด็กไทยจะเป็นอย่างไร อ้อ เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ คอมพิวต้งพิวเตอร์ไม่ปฏิเสธ สอนให้พวกเขาสืบค้นข้อมูล ส่งข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องราวดี ๆ ที่มีอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ต (ไม่พ้นอ่านและเขียน) นโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐมนตรีหวด เอ๊ย ครูหวด คือทำอย่างไรให้เด็ก ๆ รักการอ่าน โดยมีข้อแม้อยู่ประการหนึ่งว่าถ้าครูคนไหนไม่รักการอ่านให้พิจารณาตัวเองลาออกจากครู เอ้อ อีกอย่าง ห้ามครูโม้(เขียน)อะไรไว้ในกระดาษเป็นเข่ง แล้วส่งขอเงิน(วิทยฐานะ)เป็นเด็ดขาด เป็นครูประถม ครูบ้านนอกทำได้แค่นี้ก็เลิศแล้วล่ะครับ รับรองเด็ก ๆ ที่โตขึ้นไปเป็นรัฐนมนตรีรัฐมนโทจะไม่มีประเภทเหลือขออย่างทุกวันนี้ เชื่อไม่เชื่อ ยกมือขี้น...?
|