พิมพ์หน้านี้
|
ครูไหว้ กระมิดกระเมี้ยน เหนียมอายคล้ายว่าการคลานเข่าเข้ามาของเขาถูกจ้องจับอยู่ทุกอิริยาบถ เงอะงะพาสั่นกันจริง ๆ สำหรับการ ไหว้ครู ครั้งแรก ผมจำไม่ได้ว่าตนเองผ่านการไหว้ครูมากี่ครั้ง แต่จำได้ถนัดว่าตนเองถูกนำไปไหว้กี่ครั้งมาแล้ว พิธีไหว้ครู เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์...เราถูกพร่ำสอนมาอย่างนี้ และได้นำมาสอนพร่ำกับเด็ก ๆ เช่นนั้นเหมือนกัน กระดากอยู่หรอกที่จะบอกว่าครูนั้นมีพระคุณอย่างไรบ้าง บางครั้งนึกย้อนถามตัวเองว่ามีบุญมีคุณกับพวกเขาจริงหรือ เพราะการสอนคืองานชนิดหนึ่ง การทำงานก็คือการรับจ้าง การจ้างสิ้นสุด งานก็น่าจะสุดสิ้นตามไปด้วย แต่อย่างว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีข้อยกเว้นของมัน งานครูน่าจะเป็นหนึ่งในข้อยกเว้นเหล่านั้น..? และการจะยกเว้นได้ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างรวมอยู่ด้วย ถ้าใครมาทำหน้าที่ครูสักแต่ว่าทำหรือสักแต่ว่าสอน ไม่น่าจะถือว่าศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นแบบอย่างอะไรได้ และทุกวันนี้เราเห็นอยู่ดาษดื่นว่าครูไม่ภูมิใจในตำแหน่งแห่งหนหรือหน้าที่ของตนเอง การกระทำสวนทางกับคำว่า ครู ในหลาย ๆ ด้าน ผมว่าลูกศิษย์บางคนไม่อยากแม้แต่จะยื่นดอกไม้ให้พวกเข้าด้วยซ้ำไป แต่พิธีได้ดำเนินมาจนกลายเป็นประเพณีเสียแล้ว หายกเว้นได้ไม่..! ผมมีครูในดวงใจหลายท่าน แต่ละท่านผมไม่เคยคลานเข่าเข้าไปไหว้หรือยื่นดอกไม้ให้เลย ครูของผมส่วนใหญ่จะเป็นพระ หลวงตาหรือพี่เณร ตอนเป็นเด็กผมถูกเนรเทศ เอ๊ย ถูกจับไปบวชไว้ที่วัดแล้วถูก ครู สอนด้วยกลวิธีหลากหลาย ครูของผมจะยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง(สำคัญ)หรือไม่ ผมไม่ทราบ รู้แต่วาท่านเอาใจใส่ชนิดไม่หลับไม่นอนในการดูแลพร่ำสอน ครูของผมท่านหนึ่งนัยน์ตามองไม่เห็น แต่เชื่อไหมว่าท่านคือคนที่เอาใจใส่ต่อลูกศิษย์ลูกหาที่สุด ท่านเดินตรวจตราการท่องบ่นของพวกเรา โดยไม่ต้องมีคนนำทาง ใครเผลอหลับคาหนังสือหรือเกเรไม่อยู่ประจำจุด จะถูกทำโทษ และเราก็ไม่เคยหัวเราะเยาะท่าน นบนอบ น้อมนำคำสอนสั่งนั้นไว้เหนือหัวเหนือเกล้า ความเป็นครูของท่านไม่ต้องมีใบประกาศหรือวิทยฐานะ ทว่าสุดยอดของครู ท่านฉันน้อย นอนน้อย ข้อสำคัญท่านอดออมถนอมใช้เพื่อนำเงินส่วนที่เป็นของตนส่งเสียลูกศิษย์ลูกหา ท่านมองไม่เห็นหน้าตาของศิษย์ว่าขี้ริ้วหรือหล่อเหลา ลิงหลอกเจ้าหรือเหนียมอาย แต่ท่าน ให้ เสมอกันหมด คนไหนมีแววท่านจะนำไปฝากที่สำนักเมือง และเงินทองกองทุนทั้งหมดมาจากท่าน ปัจจุบันท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ผมไม่ทราบ รู้แต่ว่าคราไหว้ครูบรรจบมาครั้งใด ผมจะนิ่งระลึกถึงคุณความดีงามของท่านเสมอ อีกท่านเป็นพระมหาหนุ่ม ผู้เสียสละตำแหน่งเจ้าอาวาสเพื่อมาเป็น ครูสอนศิษย์ ท่านจะนำพวกเราไปในทุกหนทุกแห่งที่เขานิมนต์ท่านไปเป็นครู ท่านเป็นพระนักเทศน์ที่มีคิวยาวเหยียด แต่เมื่อได้ปัจจัยไทยทานมา ท่านจะนำมันมาเป็นกองทุนให้ศิษย์ เช่นนำไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง รวมถึงหนังสือหนังหาแก่ศิษย์ ท่านทำงานหนักขนาดไหนคิดดูเถอะ เช้าสอนนักธรรม บ่ายบาลี ซ้ำพอค่ำมาสอนเทศน์แหล่เทศกษัตริย์ (ปุจฉา-วิสัชนา) ไม่รวมถึงการแสดงธรรมแก่ญาติโยม เวลาสำหรับการพักผ่อนของท่านน้อยมาก แต่ท่านไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินค่าตอบแทนใด ๆ เราเหล่าลูกศิษย์ต่างระทึกถึงคุณงามความดีนั้น ครูมีมากมาย แต่ครูที่เป็นครูจริงอย่างสองท่านข้างต้นหายากยิ่ง วันหนึ่งผมได้ยินชาวบ้าน(คนสนิท)เล่าให้ฟังว่าถ้าอยาก ได้ เด็กนักเรียนมอ. ให้ติดต่ออาจารย์คนนี้ ค่านายหน้าไม่แพงเลย เขากว้างขวางและเป็นลูกพี่ของเด็กใจแตกเหล่านั้น ถ้าเป็นจริงอย่างคำกล่าวผมนึกอากัปกิริยาของเขาไม่ออกเลยว่า ไหว้ครู ปีนี้จะ นั่ง อย่างไร หลุกหลิก ลุกลน หรือ สงบเสงี่ยมไม่ต่างกับพระ... จะด้วยจิตวิถีวิญญาณใดก็เถอะ ผมไหว้ล่ะ ลาออกหรือเออรีฯไปเสียเถอะครูครับ ผมไหว้จริง ๆ มิใช่พูดเล่น..!
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||