• sanu292002
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanu292002@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 10240
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
Oh..My Son

Oh..My Son I Love you

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2550
จตุคามรามเทพ:องค์เทพแห่งความเชื่อที่แตกต่าง:งมงาย:ศรัทธา
Posted by sanu292002 , ผู้อ่าน : 203 , 22:49:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


 
      สมัยนี้ใครไม่รู้จัก“องค์เทพจตุคาม”  ก็อาจถือเป็นคนที่ไม่ร่วมสมัยหรือเป็นคนที่  “ขาดข่าวสารอย่างแรง” เพื่อนๆอาจจะมองเหมือนคนแปลกหน้าในวงสนทนา 
     เพราะปัจจุบัน
ในวง “สนทนา” ของผู้ชายส่วนใหญ่  จะมีอยู่สักครั้งล่ะครับ  ที่“การคุย ”ที่ออกรสจะต้องวนเวียนเลี้ยวลดไปออกที่ “องค์เทพ”

     ท่านล่ะ รู้เรื่องบ้างใหมล่ะครับเกี่ยวกับ “องค์เทพจตุคาม”
     หรือท่านก็เป็นคนหนึ่งที่”ห้อย” องค์เทพเพื่อ“บูชา” ติดคอเป็นประจำ
     แต่ “ไม่รู้”..
     สภาพสังคมปัจจุบัน “เป็นสังคมอุดมปัญญา”
     ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ รับรู้ ในเรื่องข้อมูล ข่าวสารทุกอย่างตามที่ใจปราถนาก็จริง   แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่“องค์ความรู้ “ อันประกอบด้วย “ข้อมูล”ที่นำพาไปสู่ “ความรู้” และ“ความรู้” นั้นเป็นหนทางไปสู่“ปัญญา” ขาด

     ไม่สามารถนำข้อมูล ที่ทำการ“แยกแยะ” ความเป็น “เหตุ” เพื่อนำไปสู่ “ผล”ได้ 
     ทำให้ขาดการยึดเหนี่ยวทาง “ปัญญา”จน “ความ” ที่ควรจะ “รู้” กลายไปเป็นความรู้แบบใหม่ เป็นความรู้แบบ “เชื่อนำคล้อยตามและทำตามกระแส” จนขาดความเป็น “ตัวตน” ของตนเองอย่างน่าเสียดาย

      “องค์เทพจตุคาม" ว่ากันจริงๆนะครับ  เป็นความภาคภูมิใจของ “คนใต้ “ทั้งมวล
ที่นอกจากที่มีเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจอย่าง“หลวงพ่อทวด”เป็นหลักและเป็นที่“ยึดมั่นบูชา”ของมวลคนใต้แล้ว
     ปัจจุบันก็มี “องค์เทพจตุคาม”นี่แหละ   ที่ได้รับการยอมรับรองลงมาตามความเชื่อที่ผ่านการ   “จดจาร” ทางประวัติศาสตร์นะครับ
     ว่ากันว่า“องค์เทพจตุคาม “  เป็นพระมหากษัตริย์ในสมัย “อาณาจักรศรีวิชัย” มีพระนามอย่างเป็นทางการว่า“พระเจ้าจันทรภานุ” มีพระราชมัญนามว่า “ราชันดำแห่งท้องทะเลใต้”
     ด้วยเพราะว่าพระวรกายของพระองค์มีสีเข้มพระองค์เป็นนักรบที่แกร่งกล้า สามารถ ทรงได้รับชัยชนะศึกไปทั่วทิศ
     จนสามารถสถาปนาอาณาจักรศรีวิชัยขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนได้รับการเรียกขานอีกราชมัญนามหนึ่งว่า “พญาพังพกาฬ”
     มี 4 ทหารกล้าเป็นขุนศึกคู่พระวรกายคือพญาชิงชัย พญาหลวงเมือง พญาสุขุม พญาโหรา
     เมื่อสถาปนาบ้านเมืองแล้ว ก็ได้สร้างพระบรมธาตุ สถาปนาเมืองสิบสองนักษัตรหรือ ”กรุงศรีธรรมโศก”  ซึ่งพระองค์ได้วางรากฐานทางพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ถาวร
     จนได้รับการเทิดพระเกียรติว่า“พญาศรีธรรมโศกราช”
     และกลายเป็นเทพรักษาเมือง สถิตอยู่ รูปจำหลังที่บานประตูไม้ทั้งสองที่ทางขึ้นลานประทักษิณองค์พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช

      สำหรับ“องค์เทพจตุคาม”ภาคใหม่ ภาคแห่งผลประโยชน์มากมายมหาศาล ในฐานะของ“
พุทธบูชา”ของคนกลุ่มหนึ่งที่“บริสุทธิ์”  
    
และคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการผลประโยชน์ในความบริสุทธิ์“ของ”องค์เทพจตุคาม”
     จนได้มีการขยาย สร้างเสริมแต่งเติม“องค์เทพจตุคาม”
     จนกลายเป็นวัตถุบูชาที่มีอภินิหาร  มีค่าในการซื้อขาย”เชิงพานิชย์”
     หรือที่เรียกเพื่อไม่ให้มีความรู้สึกผิดในใจว่า“เช่าบูชา”

      “องค์เทพจตุคาม” ยุคใหม่ที่กำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในสารบบ “พุทธบูชา”และกลายเป็นความเกี่ยวพันที่แยกไม่ออกกับตำนานการสร้าง “หลักเมืองนครศรีธรรมราช”

      เริ่มขึ้นปี 2528เมื่อนายเอนก สิทธิประศาสตร์ ผู้ว่าราชการสมัยนั้น ร่วมกับ“ขุนพันธ์ราชเดช“มือปราบ”จอมขมังเวทย์”  ที่เป็นที่เคารพ นับถือ ยำเกรง ในคุณความดีของท่านในฐานะนายตำรวจมือ
ปราบชื่อดังในอดีต  และท่านสรรเพชร ธรรมาธิกุล ผู้กำกับตำรวจสมัยนั้นได้ดำเนินการเพื่อจัดตั้ง“ศาลหลักเมือง”ขึ้นมาใหม่ 
      โดยได้ดำเนินการเรื่อยๆตามกระบวนการจนกระทั่งปี 2530 ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม ตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4
      ในพิธีีเบิกเนตรหลักเมืองได้มีการการจัดทำ“ดวงตราพญาราหู สุริยั จันทรารุ่นที่ 1”
ออกมาโดยมีรูปแบบวงกลมแบบวัฎจักร์ตามอุดมคติศิลปะศาสตร์ศรีวิชัยหรือที่เรียกขานกันบ้านๆ
ว่า“ทรงน้ำตาลแว่น”
      โดยทำเป็นรูปราหูอมจันทร์รายล้อม 8 ทิศ กงจักรล้อมดวงตรา 12 นักษัตร  ตรงกลางเป็นประติมากรรมพระเทวโพธิสัตว์์แห่งทะเลใต้เป็นองค์ประธาน ด้านหลังสลักยันต์หัวใจธรณีหัวใจมนุษย์ หัวใจพระคาถากำกับธาตุตามคติธรรมชาวศรีวิชัย

      นี่.ล่ะครับ“หลักเมือง 30”
      ต้นตำรับแห่ง“องค์เทพจตุคาม”ที่ปัจจุบันมีการ“แตก กลาย สายพันธ์” เป็นจำนวนมากจนแทบควบคุมกันไม่ได้ ทั้งที่วันที่ทำพิธีและมีการปลุกเสก “องค์เทพจตุคาม” กันนั้นถือกันว่าจัดทำเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่ทำบุญ สมทบสร้าง ”หลักเมือง”เท่านั้นและมีการปล่อยให้ “บูชา”กันเพียงองค์ละ 39 –49 บาทเท่านั้น
      ต่างกับราคาปัจจุบันมากมายเหมือน“ฟ้ากับเหว” และเป็นที่ต้องการหา“เช่า” กันในวงการพระเครื่อง ซึ่งพวก “เซียน” ถือกันว่า “เป็นของหายากและทำเงิน”
      ผู้แสวงหาทั้งระดับ“เซียน” หรือแม้แต่ระดับ “ตามกระแส” ต่างขวนขวายเพื่อให้ได้มาติดตัวเพื่อเป็น“ องค์บูชา” และเป็นเครื่อง“ประดับบารมี” ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ติดตัว


      ว่ากันอีกทีครับว่าปัจจุบัน “องค์เทพจตุคาม” ได้มีการปลุกเสกมากที่สุดในบรรดา“พุทธบูชา”เมืองไทย
      ถ้านับต่อเนื่องตั้งแต่“หลักเมือง 30” เป็นต้นมา ก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยรุ่น ซึ่งมีความพยายามสร้าง“ความต่าง” ของที่มาตาม “รูปแบบ”ที่พอจะโฆษณาขายได้เช่น
      บางรุ่นอ้างว่ามีการปลุกเสกกันใน “เรือดำน้ำ”เพื่อให้สมกับความเป็น“ราชันแห่งท้องทะเลใต้”
      หรือรุ่น “สมบัติจักรพรรดิ์” ซึ่งยอมลงทุนจ้างโรงงานกษาปณ์ ที่เมืองโมเน่ห์ ประเทศฝรั่งเศสผลิต

      รู้กันมาอีกครั้งว่าการปลุกเสก “องค์เทพจตุคาม” สามารถสร้าง“กำไร”อย่างมากมายให้กับกลุ่มผู้สร้าง ซึ่งอาศัย“ความเชื่อ ความศรัทธา” ต่อ “องค์เทพ” เป็นหนทางหากิน
      จนแทบกลายเป็นอุตสาหกรรม มีการจัดกระบวนการผลิต ระบบการตลาด มีการ “ซื้อโฆษณา”ทางหนังสือพิมพ์เพื่อส่งเสริมการขาย(เช่า)

      ข่าวลึกๆในวงการแจ้งว่ารุ่นสิริมงคลของ“หน่วยกู้ภัยสิชล”สามารถฟัน “กำไร” ไม่ต่ำกว่า 40ล้านบาทจากการเปิดขาย โดย “ใบจอง”หมดเกลี้ยงภายใน 3 เดือนเท่านั้น
      ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างอะไรให้กับสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของ“ความเป็นเหตุ เป็นผล” ระหว่าง“ความเชื่อที่รู้” กับ “ความเชื่อที่ไม่รู้” ที่ปัจจุบันรอวันที่จะกลายเป็นความ“หลง งมงาย”ขนานใหญ่ในสังคม“อุดมปํญญา” ณ.ปัจจุบัน

      ผมเขียนข้อความนี้ไม่ได้เป็นการลบหลู่ในเรื่องของ“ความเชื่อ” ของแต่ละคน เพราะ “ความเชื่อ”เป็นเรื่องเฉพาะตัวขึ้นอยู่กับ“ภูมิ ปัญญาส่วนตัว” ของแต่ละคนในการสรร หา สิ่งที่ตนต้องการ
      เพียงแต่อยากเห็นสังคม“อุดมปํญญา” ของสังคมไทยอุดมไปด้วยกระบวนการทางความคิดในเรื่องของความเป็นเหตุ เป็นผล เพื่อเป็นทางนำ“ปัญญา”ไปสู่ “ตัวตน” ของตนเองและสังคม

      ...เท่านั้น

                                                            
                                                                                  พิษณุ จามพัฒน์   
8/3/50  
    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ผู้หมวดจอมยุ่ง วันที่ : 20/09/2007 เวลา : 23.01 น.
http://www.oknation.net/blog/happykanny
   Life is a road that i wanna keep going  

เกิดมาก็พึ่งเคยเห็นพระเครื่องฟีเวอร์นี่ล่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
sanu292002 วันที่ : 20/09/2007 เวลา : 22.59 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002


*
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน