• sanu292002
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanu292002@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 10189
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
Oh..My Son

Oh..My Son I Love you

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม 2550
สินเชื่อเสื้อแดง:ชีวิตสินเชื่อ ธกส.
Posted by sanu292002 , ผู้อ่าน : 237 , 23:38:18 น.  
พิมพ์หน้านี้


                                           
       
เกือบสองปีแล้วครับ ที่ผมทำงานที่นี่  อาชีพสินเชื่อเสื้อแดงของธกส. หรือที่ธนาคารกำหนดตำแหน่งเป็นทางการว่าพนักงานสินเชื่อ จากลุ่มน้ำตาปีสู่ลุ่มน้ำโขงการทำงานเลือกที่อยู่เลือกนายไม่ได้อย่างที่ว่ากัน

        นึกถึงคำสอนของพ่อที่ว่าอยู่ที่ไหนคนไม่รักไม่ว่าแต่อย่าให้เกลียด ก็จำใส่ขมองไว้

       ตามประสาหนุ่มโสด วัยเบญจเพสไร้ซึ่งพันธนาการทางหัวใจอย่างผม  บอกตัวเองว่า อิสระคือชีวิต ภารกิจคืองานที่ทำ ชอบการแสวงหา บ้าอุดมการณ
  ยิ่งทำงานนานวัน ยิ่งสร้างความเก๋าเพิ่มมากขึ้น
        งานที่ทำก็เป็นงานเกี่ยวกับมวลชนคนยากไร้ด้วย ยิ่งเข้าทาง ลยคุ้นเคยสนิทสนมกับชาวบ้านเป็นอย่างดี ได้เห็นและได้รู้วัฒนธรรม ของชาวบ้านว่ากันว่าเข้าถึงจะแทบก้นครัวกันเลยทีดียว
          
       
การกินและอาหารก็เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตอยู่เหมือนกัน สำหรับคนต่างถิ่นอย่างผม อย่างที่ว่า เมื่อเราหิว เราต้องกิน อาหารที่หาใส่ปากประทังความหิวมื้อเที่ยงของผม ส่วนมากจึงเป็นอาหารที่มีอยู่ในท้องที่นั้นๆ เลือกที่กินและรสชาติดีได้ค่อนข้างยาก  "ถนัดศรี" ไม่กล้าชิมว่ายังงั้นเถอะ

        เลยพอมีเรื่องเกี่ยวกับอาหารและการกิน  มาเล่าให้ฟัง
        วันหนึ่งหน้าหนาว ผมออกท้องที่ตามปกติ อากาศที่นี่หนาวนะครับ หนาวจัดด้วย  คนที่อยู่อิสานคงทราบกันดี  มีนัดลูกค้าเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ที่หมู่บ้านริมแม่น้ำโขง  ห่างจากที่ทำการหน่วยไม่ไกลนัก  
        ใก้ลถึงเวลานัด เตรียมเอกสาร หยิบเสื้อกันหนาวตัวที่หนาที่สุดมาใส่ 
        เสื้อกันหนาวนี่ จะทำเป็นไม่สนใจ ใยดีไม่ได้เพราะที่นี่มันหนาวจัดจริงๆ   สูดปากไล่ความหนาวสองครั้ง .ตัดใจ.คว้ามอเตอร์ไชค์คู่ชีพ..

          มอเตอร์ไซค์คันเก่าของธนาคาร  พาผมค่อยๆเลาะ เลียบฝั่งโขง ไปสู่จุดหมาย   จากถนนสูงมองเห็นสายน้ำเส้นใหญ่ทอดยาว  คดเคี้ยวอยู่ข้างๆ   ละอองหมอกน้ำค้าง ลอยฟ่องเหนือแผ่นน้ำเป็นสีขาวนวลสวย ยาวสุดสายตา เห็นเป็นแนวขนานคู่ไปกับถนน 
          นี่ละครับ น้ำโขง สายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนอินโดจีนหลายล้านคน
            

          ถึงหมู่บ้านภาพผู้เฒ่า ผู้แก่และเด็กน้อยล้อมวงนั่งกันรอบกองไฟเล็กๆ ท่ามกลางแสงแดดดอนๆยามเช้าจ้ำข้าวกันบ้าง  ทำอย่างอื่นกันบ้าง  ตามประสาคนบ้านนอก 
          ลมหายใจ ที่ออกจากปากยามกระทบกับแสงแดดตอนเช้า มันเหมือนบรรยากาศในหนังฝรั่งตอนอากาศหนาวเชียวครับ ยังไงยังงั้น
          ไฟแดงจากปลายใบจากยาสูบจากปากผู้เฒ่า แดงวูบวาบ ขึ้นลงตามอัตราดูดของผู้เฒ่าที่ี่เป็นเจ้าของดูแล้วก็เพลินดี ไม่รู้เหมือนกันว่าในห้วงคำนึงของผู้เฒ่าคิดอะไรอยู่

        
                     
          ผมทำงานเสร็จ
          ลุงมี..หัวหน้ากลุ่มเดินมาหา
          
“
หัวหน้า  วันนี้หัวหน้ากินข้าวบ้านผมนะครับ วันนี้ล้มวัว ผมว่าหัวหน้าลองกินเนื้อวัวสดๆดูสักทีนะครับ จะได้รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร กำลังแล่เนื้อกันอยู่ หรือหัวหน้าเสร็จแล้วจะไปดูด้วยก็ได้ ”
         ผมพยักหน้า งานเสร็จแล้วและเห็นว่าว่าง ใจอยากรู้เหมือนกันว่าเนื้อวัวที่กินกันอยู่ทุกวัน
เขาชำแหละ กันอย่างไร  ลุกเดินไปกับลุงมี ตรงไปที่ชาวบ้านสี่ ห้าคนล้อมวงกันอยู่ ใก้ลๆกองฟางไม่ไกลจากบ้านลุงมีมากนัก
         สิ่งที่เห็นคือลูกวัวครับ 
         สิ่งที่อยู่ในสายตาผมคือลูกวัว  คงเป็นลูกวัวตัวเล็กๆ ที่เพิ่งคลอดออกมาจากท้องแม่ แล้วตายละมั้งผมคิดในใจ ผมมาไม่ทัน เพราะเท่าที่เห็นเหยื่อได้ทำชำแหละเสร็จ  แบ่งเป็นกองๆเรียบร้อยแล้ว กองใครก็็กองมัน แล้วแต่การจัดสรรของสมาชิกผู้กระหายที่ยืนอยู่ข้างๆ วางบนใบตอง บางส่วนก็หล่นเรี่ยราดกับพื้น ใก้ลๆกับกองฟาง 
         ลุงมีหยิบเนื้อที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมากกองหนึ่ง ร้อยด้วยเส้นลวดที่วางอยู่ใก้ลมือหิ้วพวง
เนื้อนั้นเดินออกมา หันมาบอกผมให้เดินตาม 
         ผมเดินตามหลังลุงมีไปเงียบๆ  ตาจับจ้องดูเศษฟาง เศษดินที่ติดกับเนื้อที่ลุงมีหิ้วไป คิดอยู่ในใจว่าวันนี้กูจะไหวหรือเปล่าวะ

         ถึงบ้าน ลุงมีจัดแจงก่อไฟ เอาหม้อมาต้มน้ำร้อน ใส่ตะไคร้  เครื่องปรุงจำเป็น โดยไม่ลืมปราการด่านสุดท้ายแห่งความอร่อย  คือน้ำปลาร้า ก่อนหยิบพวงเนื้อที่หิ้วมา เอามือสะบัดเศษดิน เศษฟาง ที่ติดอยู่ออกไป แล้วเอาเนื้อพวงนั้นค่อยๆใส่ลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดพล่านพลั่กๆ
         ไม่เกินห้านาทีเนื้อนั้นก็สุก  ลุงมีหยิบหม้อลงมาจากเตา เทน้ำในหม้อออกทิ้งจนหมด แล้วค่อยๆหยิบเนื้อออกมาใส่จานที่เตรียมไว้ 
         กลิ่นหอมของเนื้อสุกใหม่ๆ มันลอยตรงแน่วเข้ามาตรงจมูก กระตุ้นต่อมหิวของผมพอควร
         ผมเบือนหน้าหลบสายตาลุงมีด้วยว่า  กลัวแกเห็นผมแอบกลืนน้ำลาย ใก้ลเวลาอาหารเที่ยงเสียด้วยสิ
         ลุงมีหยิบมีดออกมาจากฝาบ้าน  หยิบเนื้อสุกแล้วมาชิ้นหนึ่ง  หั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่จานเอื้อมมือคว้าถ้วยน้ำปลาออกมา   หยิบพริกป่นที่ตำเสร็จแล้ว ใส่ลงไปในถ้วยน้ำปลา ใช้ช้อนคน
ให้เข้ากัน แล้วยื่นให้ผม
        
“เชิญครับ..หัวหน้า.เนื้อร้อนๆจิ้มแจ่ว ..อร่อยนะครับ”
         ไม่ต้องบอกนะครับว่าวันนั้น  เนื้อกองนั้นพร่องหรือหมดไปแค่ไหน

         อาหารอีสานเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยและสะใจ
“แซ่บนัว ”ถูกใจกับรสนิยมการกินของผมว่างั้นเถอะลักษณะและวัฒนธรรมการกิน“อีสานแมน”ใช้ข้าวเหนียวเป็นหลัก ปั้นเป็นก้อนๆพอดีคำ“จิ้ม”กับข้าว ซึ่งส่วนมากมักเป็นอาหารที่แห้งหรือไม่ก็พอมีน้ำขลุกขลิก 
         ยกเว้น"แกงหน่อไม้"สุดอร่อยกับ"ลาบเทา"อันโอชะ
         ความสุนทรีย์ในการกินบางครั้งเหนือชั้นและคาดไม่ถึงจริงๆว่า ทำไมต้องทำกินกันถึงแบบนั้น          
         ที่บ้านลูกค้าอีกนั่นแหละครับ  เพราะสินเชื่ออย่างผมจะผูกพันกับชาวบ้านมากอยู่พอสมควร  ลูกค้ารายหนึ่งที่คุ้นเคยกัน นัดไปบ้านหลังเลิกงาน
         นัดหลังงานก็ชวนไปกินเหล้าแหละครับ

         เมื่อไปถึง  เจ้าของบ้านถามว่าผมกินปลาไหลเป็นหรือเปล่า ทางอีสานเรียกปลาไหลว่า
 “เอี่ยน”( เป็นสุดยอดอาหารประเภทปลาอย่างหนึ่ง )
         ผมไม่ค่อยปฎิเสธใครเขาเป็นหรอก เพราะใจมันอยากลอง ตอบว่า
 “ครับ”

         เจ้าของบ้านพาผมเดินเข้าไปในครัว  สไตล์เดิมครับ ก่อไฟ ตั้งน้ำร้อนใส่เครื่องปรุง สุดท้ายก็ไม่พ้นจากน้ำปลาร้า อาหารคู่บ้าน  
         กะละมังใบเล็กที่วางอยู่บนพื้นใก้ลๆมีปลาไหลเป็นๆขนาดเท่านิ้วชี้ สี่ห้าตัว แหวกว่ายน้ำที่ปริ่มๆขอบกะละมังอยู่ 
         พวกมันคงไม่รู้ชะตากรรมหรอกว่าต่อไปไม่กี่นาทีข้างหน้า มันจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์์ผู้เสิศด้วยปัญญา  ผู้สุนทรีย์ในการหาอาหารมากิน

        
น้ำในหม้อเริ่มอุ่น  เจ้าของบ้านหยิบปลาไหลค่อยๆใส่ลงไปในหม้อที่ละตัว  ทีละตัวอย่างบรรจง  เจ้าปลาไหลพวกนี้  คงแปลกใจเหมือนกันนะครับ  ว่าทำไมน้ำที่ตนเองเคยอาศัยอยู่  ตอนนี้ทำไมมันร้อนผิดปกติ
         น้ำในหม้อเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ปลาไหลก็เริ่มกระวนกระวาย บางตัวเริ่มชูคอ พยายามเลื้อย
มาจากปากหม้อ เพื่อหนีออกจากบ่อน้ำเดือด  นรกอเวจีของพวกมัน

         ภาพปลาไหลชูหัวสลอนเหนือปากหม้อใบเขื่อง ที่มีน้ำร้อนอยู่ข้างในนั้น  มันเข้าไปในมโนภาพและหน่วยความจำในสมองของผมเสียเหลือเกิน เจ้าของบ้านคงอ่านสายตาของผมออก  
          แกหยิบฝาหม้อที่อยู่ใกล้ๆ  ใช้ฝาหม้อค่อยๆตะล่อมหัวปลาไหลที่ชูคอกันสลอนให้ลงในหม้อ  แกพยายามตะล่อมๆ  ปลาไหลจนได้หมด  แล้วก็ปิดฝาหม้อดัง
“กรึ้บ” 
เอามือกดไว้แน่น
          สัก 5 นาทีแห่งความเงียบ ระหว่างผมกับแก
          แกค่อยๆเปิดฝาหม้อขึ้นมา ผมเหลือบตามองผ่านม่านไอร้อน แต่ก็ไม่วายเห็นปลาไหลที่ถูกความร้อนสุก  ขดตัวอยู่บริเวณก้นหม้อ  สงบนิ่ง กลิ่นหอมกรุ่น ขดกลม  เหมือนกับยากันยุงไม่มีผิด

                                       
          อย่างที่ผมบอกตอนแรกนะครับว่าอาหารอิสานรสชาติอร่อย ยิ่งกินเป็นกับแกล้มนี่ละก้อ
ยิ่งอร่อยเข้าไปอีกวิธีทำกินก็คลาสสิคชนิดที่ไม่มีในสถาบันการทำอาหารที่ใหนเปิดสอนทั้งไข่มดแดง ดะไคร่น้ำที่เอามาทำลาบเทา 
           รวมทั้งดิ่งพสุธาทั้งจาก กบ และเขียด มากมายเสียเหลือเกินอธิบายไม่หมด ความสุนทรีย์ในการกิน การเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับการกินช่างลึกล้ำ จนคาดไม่ถึง
           แถวอีสานนี่จะมีหนองน้ำสาธารณะมากนะครับ ส่วนมากในแต่ละหมู่บ้านจะมีไม่ต่ำกว่า
หนึ่งหนองที่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่  สำหรับเก็บน้ำและเป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์
           หนองน้ำที่ว่านี้  ปีหนึ่งจะมีการจับปลากันครั้งหนึ่ง  ส่วนมากจะมีการหาเงินเข้าหมู่บ้าน โดยการให้้สมาชิกแต่ละบ้านเสียเงินค่าจับปลาตามแต่ที่ได้กำหนดกัน  แล้วกำหนดวันจับ มีกติกาว่าใครจับได้จับเอา  จับได้ตามความสามารถว่างั้นเถอะ
           เมื่อวันนั้นมาถึง วันที่กำหนดเป็นวันจับปลาประจำปี  ผู้คนไม่รู้ว่ามาจากไหน  เยอะแยะเต็มไปหมด หนองน้ำที่เคยเงียบเหงาจะพลุกพล่าน  อึกทึกไปกับเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะบ่งบอกถึงความสุข 
           ผมออกท้องที่ผ่านแวะเข้าไปดูเหตุการณ์ ชาวบ้านและลูกค้าที่อยู่แถวนั้นเมื่อเห็นสินเชื่อเสื้อแดงแวะไป หลังจากพูดจาทักทายกันพอสมควร  มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือจัดแจงหาอาหารมาให้กิน ตามประสาผู้อารี  
           พี่คนหนึ่งก็บอกว่า
“หัวหน้ากินปลาเผากันดีกว่า”
     ว่าแล้วก็หยิบไม้เนื้อแข็งที่อยู่แถวๆนั้นใช้พร้ามาเหลาปลาย     ผมยืนหน้าแหลมด้วยความอยากรู้ สงสัยว่าพี่เขาเหลาไม้ทำอะไร จนไม้แหลมได้ที่ เห็นพี่เค้าเอานิ้วมือกดที่ปลายแหลมสองสามครั้งทดสอบ
           ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้กับผมว่า อะไร ทำไม อย่างไร ในสมอง
           พี่คนนั้นค่อยๆเลือกปลาช่อนตัวเขื่องเป็นๆขึ้นมาจากกะละมังใช้มือขวาอ้าปากปลาช่อนขึ้นสุดปากใช้ไม้แหลมที่ถือไว้เสียบเข้าไปในปากที่อ้ากว้างนั้น  อย่างเร็วและแรง ปลาเคราะห์ร้ายตัวนั้นดิ้นกระแด่ว  กระแด่ว หางสะบัด สักพักก็หยุด
           ด้วยความสงสัย ผมก็เลยถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น มันค่อนข้างจะทารุณและโหดร้ายสักหน่อย  สงสารมันถึงจะเป็นปลาก็เถอะ ก็ได้รับคำตอบระดับ"ถนัดศรี" เรียกพี่ถึงระดับความสุนทรีย์ของการกินเขาว่าแบบนี้ครับ
          ปลาเป็นๆเมื่อไม้แทงคอ  ปลาจะเจ็บปวด รวดร้าวสุดชีวิต กลไกในตัวปลาจะสูบ ฉีดเลือดครั้งสุดท้ายไปทั่วร่าง อานิสงค์ผลบุญที่เกิดขึ้นกับมนุษย์คือเนื้อปลาจะหวานด้วยเลือดที่ฉีดครั้งสุดท้ายนั้น
          ผมรับฟังด้วยความรู้ที่เพิ่มขึ้นในรอยหยักของสมอง  ความหอมจากกองไฟเบื้องล่าง
สายตาที่เหลือบมองเห็นปลาตัวนั้นเริ่มสุก ก็ตัดสินใจครั้งสุดท้ายกับตัวเองว่า"อย่าสนใจที่มา รับรู้ปัจจุบัน"ก็เพียงพอก่อนที่จะทรุดตัวล้อมวงร่วมกับพี่ๆ ผ่านมื้อเที่ยงไปอีกมื้อ
          เป็นยังไงกับเรื่องกินของผม 
วันนี้ขอแค่นี้แล้วกันมีนัดกับลูกค้าอีกรายจะไป”กินลาบฟาน”กัน

          เออ..พูดถึง”ลาบฟาน” ท่านมีเพื่อนคนอิสานมั๊ยครับ ถ้ามีลองถามเขาดูว่าอะไรอร่อยที่สุดในโลก เขาจะตอบว่ามีสองอย่างและในสองอย่างนี้”ลาบฟาน”อย่างหนึ่ง ส่วนอีกอย่างหนึ่งถ้าไม่รู้ ลองทายดูสิครับว่าอะไร ถ้าไม่ทราบแต่สนใจละก้อผมจะบอก รับรองว่าถ้ารู้แล้วท่านต้องอยากลองเป็นแน่
           หากสนใจจริงๆผมมีเวลาจะเล่าให้ฟังอีกครับ..สัญญา..
   
 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
สาวโรงงาน วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 14.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mootong

ว้าว****เมนูเด็ดทั้งนั้น **** เมื่อเดือนธันวาสาวโรงงานไปสกลนครมา ความอบอุ่นที่ได้รับ ยอมรับความมีน้ำใจของชาวอีสานจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 4
sanu292002 วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 22.08 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002


.
ความคิดเห็นที่ 3
sanu292002 วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002


.
ความคิดเห็นที่ 2
sanu292002 วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002


.
ความคิดเห็นที่ 1
sanu292002 วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002


.
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน