• sanu292002
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanu292002@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : -2
  • จำนวนผู้ชม : 7198
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
Oh..My Son

Oh..My Son I Love you

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันอังคาร ที่ 2 ตุลาคม 2550
ย้อนรอย 6 ตุลา 19 จากธรรมศาสตร์ ถึง ราชดำเนิน
Posted by sanu292002 , ผู้อ่าน : 438 , 22:53:36 น.  
พิมพ์หน้านี้


                ตอนนั้นผมยังคงเป็นเด็กประมาณ 12-13 ปี ในครอบครัวข้าราชการที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งในเขตชนบท ทำให้มีโอกาสในการรับทราบข้อมูลข่าวสาร ค่อนข้างดีกว่าชาวบ้านธรรมดาทั้งจากหนังสือพิมพ์หรือจากวิทยุและโทรทัศน์

                                  
                
สมัยนั้นสถานีที่โด่งดังมีไม่แพร่หลายมากนัก นอกจากวิทยุกรมประชาสัมพันธ์แล้วก็คงมีเฉพาะสถานีวิทยุยานเกราะ ของกองทัพบก ซึ่งกำลังมีอิทธิพลมากมายขณะนั้นโดยการควบคุมของพันโท อุทาร สนิทวงค์ ณ อยุธยา นายทหารขวาจัดสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นอยู่ในยุค"ขวาพิฆาตซ้าย"

                กลุ่มขวามีนายทุน ขุนศึกผู้ผิดหวัง และนักการเมืองผู้มั่งคั่งจากการสูบกินบ้าน กินเมือง ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตน
 
               
กับฝ่ายซ้าย ชนชั้นกรรมาชีพผู้กระหาย กับการแสวงหาแนวคิดการปกครองระบบใหม่หลังจากถูกขับไล่ออกจากเมืองไทยเมื่อ 14 ตุลาคม 2514
                จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งได้อาศัยผ้าเหลืองบวชเป็นสามเณรเดินทางกลับจาก
ประเทศสิงค์โปร์
               
มีการต่อต้านการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ โดยการนำของศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยการเคลื่อนไหวในการต่อต้านมีความรุนแรงขึ้นตามลำดับมีการต่อต้านขยายวงทั่วประเทศรวมถึงจังหวัดนครปฐม  
                ที่นี่เองที่พนักงานการไฟฟ้าซึ่งได้ออกไปติดใบปลิวต่อต้านการกลับมาของจอมพลถนอมถูกฆ่าตายสองคน  โดยการจับแขวนคอประจานที่ใจกลางเมือง
                ความรุนแรงเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้แสดงละครล้อเลียนเหุตการณ์โดยเฉพาะการแขวนคอที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐม
                ในมหาลัยเริ่มมีการต่อต้านและรวมกลุ่มเพื่อประท้วงการกลับมาเมืองไทยของจอมพลถนอม กิตติขจร โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ
                ภาพการถูก"แขวนคอ"ของนักศึกษากลุ่มนี้ ได้ถูกนำไปขยายผลโดยหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาคือหนังสือพิมพ์ดาวสยาม
                อาจจะด้วยนักศึกษาที่แสดงเป็นตัวละครที่ถูกแขวนคอมีรูปหน้าคล้ายกับพระพักตร์
องค์รัชทายาท หรือมีการตกแต่งภาพก็ตาม
                ภาพนี้
                กลับกลายเป็นเงื่อนสำคัญในการปลุกระดมชาวบ้านซึ่งมีการจัดตั้งจากขบวนการฝ่ายขวากันมากมาย ไม่ว่าเป็นกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน
                กลุ่มนวพลของนายวัฒนา เขียววิมล หรือกลุ่มกระทิงแดงจากหน่วย กอรมน.ภายใต้การนำของพลตรีสุตสาย เทพหัสดิน ณ อยุธยากับลูกน้องสนิทคือสมศักดิ์ ชัยมงคลปลุกกระแสลุกฮือขึ้นมาโดยอ้างการกระทำดังกล่าวของนักศึกษากลุ่มนี้ว่า เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

                     

             ตอนนี้เองที่สถานีวิทยุยานเกราะของ พันโทอุทาร เข้ามามีบทบาท โดยการปลุกระดมด้วยการเปิดเพลงปลุกใจ โดยเฉพาะเพลงหนักแผ่นดินที่ขับร้องโดยสันติ ลุนเผ่ พร้อมกระตุ้นให้มวลชนผู้กระหายเดินทางเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งกลุ่มนักศึกษารวมกลุ่มกันอยู่ที่นั่น

             " ฆ่าคอมมิวนิตส์ไม่บาป "คำพูดของพระขวาจัดอย่างกิตติวุฒโท ที่เข้าไปสั่งการและให้กำลังใจมวลชนผู้บ้าคลั่งบ่งบอกถึงความคิดในการปกป้องและคุ้มครองผลประโยชน์ของพวกพ้อง หรือประเทศชาติ ผมคงไม่สามารถตอบได้ในขณะนั้น
            ผมยังเป็นเด็ก แต่สติ และการรับรู้ของผม สมบรูณ์พอที่จะจำแนกออกถึง ความหลง
 ความแค้น ความอาฆาต ที่กลั่นออกมาเป็นคำพูดผ่านปากของพันโทอุทาร สนิทวงศ์ฯ ที่กระตุ้นเตือนมวลชน ผู้หลงลืม และสิ้นคิด ให้ทำร้าย และเข่นฆ่า กลุ่มนักศึกษา ที่รวมกลุ่มกันอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
            โดยโยนคำว่าเป็นคอมมิวนิตส์ หรือเป็นพวกเวียดนามแอบเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
            ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ ผู้นำฝ่ายซ้ายเช่น ดร.บุญสนอง บุญโญทยานและผู้นำชาวนาหลายคนถูกฆ่าหรือกรณีสังหารหมู่ที่บ้านนาทราย อุบลราชธานี หรือกระทั่งกรณีถังแดงที่พัทลุง 
            เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสะสมมาเรื่อยๆจนกระทั่งเหตุการณ์มาสุกงอม  และแตกหักกับการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร ในครั้งนี้

            การเข่นฆ่า ที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองไทยจึงอุบัติขึ้นความป่าเถื่อนที่คนไทยกับคนไทยทำกับคนไทยด้วยกันเองครั้งนี้
           นำไปสู่การปฎิรูปการปกครองโดยคณะปฎิรูปแผ่นดินนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่และนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองขวาจัดอีกครั้ง ในรูปแบบที่เรียกว่า" รัฐบาลหอย "
           ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ถูกปกปิดจากรัฐบาลเมืองไทยมาหลายปี ภาพทั้งหมดปิดบังคนไทยได้ แต่ไม่สามารถปิดบังประชาคมชาวโลกได้ ภาพเหล่านี้ได้ประจานชาวไทยและเมืองไทยไปทั่วโลก

................................................................................................................................
นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
.................................
         เสียงวิทยุในรถยนต์ ตะโกนโต้ตอบกัน หลายต่อหลาย ถ้อยคำ 
ประเภท "
ยิงเข้าไปแล้ว..ยิงเข้าไปแล้ว..ไอ้ห่า.ปืนไร้แรงสะท้อนเลยเว้ย..."หรือ"มันจับนักศึกษามาแขวนคอแล้ว..สี่ห้าศพเห็นจะได้..แขวนที่ต้นมะขามสนามหลวง.."
        
ผมจำคำพูดไม่ได้ถนัด แต่ก็ทำนองนี้แหละ...อดนอนมา 2 คืน ไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย พอรถยนต์ของดาวสยามถึงปิ่นเกล้า ติดอยู่กลางสะพาน
         "ชาญ"
ช่างภาพก็กระโดดออกจากรถยนต์ ขอไปทำหน้าที่ถ่ายรูปที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีควันเป็นปล่องลอยสูงเด่น มองเห็นชัดเจนจากบนสะพาน
         ผมลงแถวๆตีนสะพานถนนราชดำเนินเข้าใก้ลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
หูได้ยินเสียงปืนดังถนัด เสียงมันไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ดังถี่ๆคล้ายๆกับของตกแตก "แป็กๆๆ"
        
แนวที่ต้นมะขามสนามหลวงเต็มไปด้วยคนหมอบบ้าง
วิ่งกระจัดกระจายกันบ้าง
          บางต้นมะขามมีฝูงคนกลุ้มรุม เหมือนกับผึ้งตอมรวง 
         ผมไม่ได้แหวกคนเข้าไปดู มารู้ตอนหลังว่าคนที่เข้าไปกลุ้มรุมตรงนั้น มีอยู่สองพวก
คือพวกที่กำลังแขวนคอนักศึกษา ทั้งใช้เก้าอี้ตีศพที่ถูกแขวนโตงเตงอยู่กับต้นมะขามแถวนั้น
         
บางรายเอารองเท้าแตะจิ้มเข้าไปในของปากศพ ที่มีสารรูปไม่เหมือน
มนุษย์ ใบหน้าบวมไปด้วยรอยแผล และเลอะไปด้วยเลึอดและฝุ่น 

        
ลงมาตรงบริเวณรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม แถบที่เคยเป็นแผงขายหนังสือสนามหลวงหรือติดกับศาลอาญานั่นแหละ ในบริเวณนี้ไม่ต้องหลบกระสุน เมื่อผมแหวกคนเข้าไปดู
         อันดับแรกก็ " ได้กลิ่น" กลิ่นไห้มชนิดอยากจะรู้สึกอ้วก
เมื่อมองเข้าไปในกองไฟที่ยังไม่มอด ยางรถยนต์ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงก็ยังไม่ดับ แต่ในกองเพลิงที่ยังครุกครุ่น  มีทั้งเศษขี้เถ้าและประกายไฟเล็กน้อยนั้นมองเห็นท่อนขาของคนขาดอยู่ และอวัยวะหลายชิ้น ที่ยังไม่ถูกเผา ระเกะระกะอยู่ท่ามกลางคนที่มุงดู...
        
กลับมาถึงโรงพิมพ์ไม่นาน ก็มีการประกาศปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน
         และผมก็ได้รับคำสั่งให้ไปดูสถานการณ์ที่พระบรมรูปทรงม้า บรรยากาศที่นี่เป็นอีกแบบหนึ่ง แบบที่ตรงกันข้ามกับที่ธรรมศาสตร์แบบ " ขาวกับดำ "
         คือเป็นบรรยากาศของ"ผู้ชนะ"มีจุดเหมือนอยู่จุดเดียวคือบรรยากาศของผู้แพ้และผู้ชนะนั้นตั้งอยู่บนภาพ"อนาธิปไตย" หรืออำนาจรัฐควบคุมสถานการณ์ไม่ได้....
         
รถเมล์ที่วิ่งจากธรรมศาสตร์ผ่านพระบรมรูปทรงม้าเพื่อไปยังเรือนจำชั่วคราวบางเขนบรรทุกพวกนักศึกษาที่ถูกถอดเสื้อมีรอยแผล รอยเลือด นั่งรถระเกะระกะ วิ่งผ่านไปคันแล้วคันเล่า
         พอเลี้ยวมาใกล้พระบรมรูปทรงม้า บรรดามวลชนฝ่ายชนะ ก็ไล่ทุบรถ บ้างก็ขว้างสิ่งของเข้าไปในรถ แต่บางรายอยู่ในสภาพปิดตาทั้งสองข้าง ไม่ทราบว่าอยู่ในสภาพสลบ หรือตาย หรือบาดเจ็บก็โดนก้อนหินหรือขวดน้ำอยู่ประปราย
        
ยังมีรถเมล์บรรทุกผู้ชนะมาเต็มคันรถวิ่งจากเส้นทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มายังพระบรมรูปทรงม้าแต่บรรทุกมวลชนฝ่ายชนะมาเต็มคันรถ 
         บางคนก็ขึ้นไปอยู่บนหลังคาเสียงทุบตัวรถด้วยกำปั้นที่โผล่มาจากหน้าต่างนั้นเหมือนกับการตีกลองศึก ตะโกนคำว่า " ฆ่ามัน.." ฆ่ามัน.." คนแก่อายุ 60-70 ปี ก็หลายคน ที่นั่งอยู่บนรถ มีผ้าพันคอหลากสีร่วมตะโกน และส่งเสียงประสานอยู่ในรถเหล่านี้
          
ผมมารู้ตอนหลังว่า " ตา " ของผมก็เดินทางมาจากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อร่วมทำลายนักศึกษาในวันนั้นด้วยเช่นกัน ในฐานะลูกเสือชาวบ้านแก่ๆคนหนึ่งนั่นเป็น " การเสียสละเพื่อประเทศชาติ " ครั้งสุดท้ายของแก  ก่อนที่แกจะตายหลังจากนั้นอีกไม่นานนัก
          ผมมาทราบภายหลังอีกอย่างว่าวันนั้นคุณชวน หลีกภัยนั้นได้แสดงบางสิ่งที่คนเรียกว่าเป็น" ความกล้าหาญ " ออกมา
        
ในวันนั้นคุณเชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ มาเล่าให้ผมฟังในภายหลังว่าขณะนั้นท่านมีตำแหน่งเป็น" นายตำรวจติดตาม " รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ชวน หลีกภัย ม็อบฝ่ายขวาบุกเข้ามาถึงทำเนียบรัฐบาล และตะโกนให้ส่งตัว นักการเมืองประชาธิปัตย์กลุ่มหนึ่งออกไปรับโทษจากประชาชน ในจำนวนนี้คงมีคุณชวนรวมอยู่ด้วย ร้อยตำรวจโทเชาวรินทร์เล่าว่าคุณชวนไม่ยอมหลบหนี ไม่ว่าเกลี้ย กล่อมอย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งข่มขู่ ...
         
ท้ายที่สุดคุณเชาวรินทร์ ซึ่งกังวลในความปลอดภัยของคุณชวนเป็นอย่างยิ่ง ได้จับแขนบังคับให้ออกพ้นจากทำเนียบ รัฐบาลหลบหนีพลังอนาธิปไตยไปได้สำเร็จ...
...............................................................................................................................
นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ สุธรรม แสงประทุม
.................................
           ปรากฏเวทีการอภิปรายเวลานั้นโดนกระสุนพรุนไปหมด ต้องอพยพลี้ภัยมาพูดกันใต้ถนเวที ผมกอดอำลาเพื่อน ๆทั้งภาพปรากฏต่อหน้าผมไม่อาจจะให้ผมตัดสินใจอย่างนั้นได้   ภาพนั้นคือเพื่อนักศึกษาชายคนหนึ่งถูกกระสุนปืนนอจมกองเลือดอยู่กลางสนามมีเพื่อนักศึกษาหญิง เข้าใจว่าเป็น พยาบาลเพื่อมวลชน วิ่งเข้าไปประคองจะนำตัวไปตึกบัญชี
         ขณะที่ประคองปีกไปนั้นเพื่อนักศึกษาหญิงคนนั้นก็ถูกกระสุนปืนตายทันทีต่อหน้าต่อตาผมและเพื่อนคนที่สามผุ้วิ่งถลันเข้าไปหวังจะช่วยก็ถูกปืนอีกคนหนึ่ง ทั้งสามคนนอตายกลางสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มันเป็นภาพประทับแน่นในความทรงจำของผมกระทั่งทุกวันนี้…”
..............................................................................................................................
นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์
บันทึกของคุณแสงดาว ที่เขียนไว้ในหนังสืองานศพของ อนุวัตร อ่างแก้ว
.................................

         ขณะที่คนที่หลบอยู่ตึกบัญชีถูกระดมยิงใส่จนทนไม่ไหว พยายามหาทางขึ้นบนตึก อาศัยกำแพงตึกเป็นที่กำบัง บ้างก็พยายามหลบเข้าห้องต่าง ๆของชั้นล่างซึ่งมีน้อยเกินไป ประตูทุกห้องแม้นแต่ชั้นล่างปิดสนิท ต้องเสี่ยงกระโดเข้ากระแทกบานประตูหรือไม่ก็ต้องทุบ  กระจกแล้วโดดเข้าไป กระสุนเข้าร่าง บางคนที่กำลังเปิดประตู เขาวิ่งชนจวนจะสำเร็จอยู่แล้วแต่ไม่ทัน… เขาถูกยิงตายตรงนั้น
        เขากล้าหาญเอาชีวิตของตน เข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของเพื่อน ๆ…
มีคนพุ่งเข้าชนกระทั่งประตูพัง คนที่เหลือรีบวิ่งหลบกระสุนเข้าไป ยังมีอีกหลายร้อยคนวิ่งหลบ
กระสุนขึ้นไปหลบในห้องต่างๆทั้ง 4 ชั้นเต็มไปหมดได้แต่หมอบ อุดหู รอรับกระสุนที่ระดมยิงเข้ามา
"
..............................................................................................................................
กระทิงแดง:จักรกลสังหาร
...................................
         ก่อตั้งเมื่อปี 2517 หลังจากผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 การลุกฮือของประชาชนเพื่อต่อต้านระบบการปกครองเผด็จการทหาร  แล้วส่งผลให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยกลายเป็นแกนนำของขบวนการประชาธิปไตยส่วนอำนาจรัฐขวาจัด โดยกองอำนวยความมั่นคงภายในหรือกอรมน.จึงจัดตั้งกลุ่มนักเรียนอาชีวะขึ้นมาเป็นกระทิงแดงเพื่อทำหนาที่ " ชน " กับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นนิสิตนักศึกษา
         อีกฝ่ายก็ต้องหานักเรียนอาชีวะมาเป็นคู่ต่อกรขณะที่ฝ่ายนิสิตนักศึกษาใช้แนวทางสันติวิธี ใช้การต่อสู้ทางด้านความคิด ขยายความร่วมมือไปยังกรรมกร ชาวนา ใข้การปราศัยการชุมนุมเรียกร้อง เพื่อหาความเป็นธรรมฝ่ายกระทิงแดงก็ใช้ปืน ระเบิด การลอบทำร้าย เป็นแนวทางในการก่อกวน ต่อต้านเริ่มจากดักตีหัว รุมทำร้าย ไปจนถึงการลอบยิง และที่ใช้บ่อยๆขึ้น ก็คือ การปาระเบิดใส่การชุมนุมของฝ่ายประชาธิปไตย เริ่มมีคนเจ็บ หรือกระทั่งต้องล้มตาย
        แต่ทั้งหมดนี้กฎหมายบ้านเมืองไม่เคยจัดการกับกระทิงแดง เพราะรู้กันว่ากระทิงแดงคือกลไกของรัฐการฆ่าคนไม่เป็นความผิดของกระทิงแดง เริ่มลุกลามเรื่อยๆ
        จนกระทั่งวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ทั้งกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธสงครามครบมือ ล้อมฆ่าหมู่นักศึกษา ประชาชน ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับมาแขวนคอที่สนามหลวง เผาด้วยยางรถยนต์ เอาลิ่มตอกอกตายกันเป็นร้อยศพในใจกลางเมืองหลวงแต่ก็ไม่มีคนผิดในการฆ่าครั้งนี้เป็นการฆ่าครั้งใหญ่ที่มีกระทิงแดงเป็นหัวหอกสำคัญ
        เสร็จสิ้นจาก 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาหนีตายเข้าไปในป่าเป็นจำนวนมาก ภารกิจของกระทิงแดงในเมืองก็หมดสิ้นไปด้วย
.............................................................................................................................
.....กำเนิด............................
         
      
จอมพล ถนอม กิตติขจร บรรพชาเป็นสามเณรที่สิงค์โปร์ แล้วเดินทางเข้าประเทศไทย
 หลังจากนั้น พล.ต.ต. นิยม กาญจนวัฒน์ ผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง นำสามเณรถนอม นั่งรถเบนซ์ตรงไปยังวัดบวรฯ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยตลอดทาง
       พล.ต.ต. นิยมกล่าวว่าการเดินทางเข้ามาของสามเณร ถนอมในครั้งนี้ ได้แจ้งให้รัฐบาลทราบทุกระยะ  ตึกจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยนายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท. จัดประชุมกลุ่มพลังต่าง ๆ 165 กลุ่ม
      ขณะที่ทาง ศนท. รอดูท่าทีของฝ่ายรัฐบาลได้เกิดกระแสโจมตีการเคลื่อนไหวของ ศนท. อย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะสถานีวิทยุยานเกราะจนกระทั่งมีการเรียกร้องให้รัฐบาลฆ่าประชาชนสัก 3 หมื่นคนเพื่อคนจำนวน 43 ล้านคน
       20 กันยายน 2519
       ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เสนอให้ออกกฎหมายพิเศษขับพระถนอม

       21 กันยายน 2519
       ม.ร.ว เสนีย์ ปราโมช ประกาศลาออกกลางสภา เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ และรัฐบาลไม่อาจเสนอกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตราที่ 47 ซึ่งบัญญัติว่าจะเนรเทศบุคคลที่มีสัญชาติไทยไม่ได้

      24 กันยายน 2519
      บุคคลหนึ่งประมาณ 20 คน นั่งรถจิ๊ปและรถสองแถวมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านท่าพระจันทร์ ทำลายป้ายที่ปิดประกาศขับไล่พระถนอม นิสิตจุฬาฯ ถูกชายฉกรรจ์ประมาณ ๒๐ คนรุมทำร้ายขณะออกไปติดโปสเตอร์ต่อต้านพระถนอม
      นายชุมพร ทุมไมย และนายวิชัย เกษศรีพงษา ซึ่งทำงานอยู่ที่การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค จังหวัดนครปฐม เป็นสมาชิกแนวร่วมประชาชนนครปฐม
ถูกฆ่าตายโดยการแขวนคอ
ก่อนตายบุคคลทั้งสองกำลังติดโปสเตอร์ประท้วงต่อต้านพระถนอม
       26 กันยายน 2519
       กิตติวุฒโฑภิกขุและนายวัฒนา เขียววิมล ( กลุ่มนวพล ) ไปเยี่ยมพระถนอมที่วัดบวรฯ เวลา 22.30 น.  อ้างว่ามาสนทนาธรรม และว่าการเข้ามาบวชของพระถนอมนั้นบริสุทธิ์
       29 กันยายน 2519
       ศนท. และกลุ่มพลังต่าง ๆ จัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงอย่างสงบตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ
 มีประชาชนนับหมื่นคนเข้าร่วมโดยเรียกร้องให้จัดการให้พระถนอมเดินทางออกนอกประเทศ และจับกุมฆาตรกร สังหารสองช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม
       30 กันยายน 2519
       ตัวแทนกลุ่มต่อต้าน ศนท. 13 กลุ่ม ร่วมกันแถลงว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ศนท. สภาแรงงานแห่งประเทศไทย และนักการเมืองฝ่ายซ้าย ได้ถือเอากรณีพระถนอมเป็นการก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ถึงขึ้นทำลายวัดบวรนิเวศฯ และล้มล้างรัฐบาล ทางกลุ่มจึงมีมติว่าจะร่วมกันป้องกันรักษาวัดบวรฯ ทุกวิถีทาง และหากมีการล้มล้างรัฐบาล ทางกลุ่มจะวางตัวเป็นกลาง
       นายสมศักดิ์ ขวัญมงคล หัวหน้ากลุ่มกระทิงแดงกล่าวว่า หากมีการเดินขบวนมายังวัดบวรฯ ทางกลุ่มกระทิงแดง จะอารักขาวัดบวรฯมิใช่อารักขาพระถนอม
        และขอให้ ศนท. ยุติการเคลื่อนไหวเสีย และให้อยู่ในขอบเขต หากจะชุมนุม ให้อยู่ในสนามหลวงหรือธรรมศาสตร์ อย่าเดินขบวนเป็นอันขาด
        นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท. กล่าวว่า ศูนย์กลางนิสิตฯจะกระทำทุกอย่างเพื่อต่อต้านเผด็จการ เพื่อคนทั้งระเทศ การที่กลุ่มกระทิงแดงจะต่อต้านขัดขวางศูนย์ฯ นั้น ถือได้ว่ากลุ่มกระทิงแดงเป็นเครื่องมือ ของเผด็จการคอยรับใช้และปกป้องเผด็จการ
        2 ตุลาคม 2519
        นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท.พร้อมตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ จำนวน 10 คน เข้าพบนายก ฯ เพื่อขอคำตอบเกี่ยวกับพรถนอม
        ภายหลังการเข้าพบ นายสุธรรมแถลงว่า นายกฯไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าคำตอบที่จะให้พระถนอม ออกนอกประเทศเมื่อไร
         ดังนั้นกลุ่มพลังต่าง ๆ จะเคลื่อนไหวต่อไป โดยขยายวงออกไป อย่างกว้างขวางและเรียก ชุมนุมประชาชนที่ท้องสนามหลวงวันที่ 4 ต.ค. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชนประมาณ 400 คนเดินทางไปให้กำลังใจญาติวีรชน 14 ตุลา 2516 ที่อดอาหารประท้วงพระถนอม
        ที่เชียงใหม่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่หยุดเรียนและเดินขบวนไปชุมนุมที่สนามท่าแพ และออกแถลงการณ์ให้ รัฐบาลแก้ไขกรณีพระถนอมโดยเร่งด่วน
        ที่นครปฐม แนวร่วมประชาชนนครปฐมออกแถลงการณ์โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบิดเบือนคดีการสังหาร สองช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐมทั้ง ๆ ที่หลักฐานจากพยานหลายปากยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ นำบุคคลทั้งสองไปซ้อมที่สถานีตำรวจภูธรนครปฐม  จึงขอให้รัฐบาลเร่งจับกุมฆาตกร มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หยุดสอบประท้วง
   
        3 ตุลาคม 2519
         ฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศยืนยันให้นักศึกษาเข้าสอบไล่ภาคที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2519  หากผู้ใดไม่เข้าสอบถือว่าขาดสอบ
         ญาติวีรชนที่อดข้าวประท้วงรัฐบาลกรณีพรถนอมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ได้ย้ายสถานที่ประท้วง จากหน้าทำเนียบรัฐบาลเข้าไปอยู่ในลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวก และถูกก่อกวนจากกลุ่มต่าง ๆ

         4 ตุลาคม 2519
          มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงเช้ามีการสอบวิชาภาษาไทยของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคณะ แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าห้องสอบกลับรวมตัวชุมนุมกันที่ลานโพธิ์ประมาณ 500 คน
มีการอภิปรายกรณีพระถนอม และการฆาตกรรมช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม
ช่วงเที่ยงชุมนุมนาฏศลป์และการละครแสดงละครสะท้อนเหตุการณ์สังหาร ช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐมเมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้แสดงเป็นผู้ถูกแขวนคอคือ นายอภินันท์ บัวหภักดี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 และ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 4
         ดร. ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ อะการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาห้ามนักศึกษามิให้ชุมนุมกัน เพราะเป็นอุปสรรคต่อการสอบไล่ของนักศึกษา
         ดร. ป๋วยกล่าวว่า การชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เมื่อเจรจากันดี ๆ ไม่รู้เรื่องก็จะขอให้ตำรวจมาจัดการ เพราะการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ขออนุญาต
         การชุมนุมที่ลานโพยุติชั่วคราวนักศึกษาทั้งหมดเข้าไปประชุมในห้อง เอ.ที. คระเศรษฐศาสตร์ แล้วได้มติว่าให้งดสอบ  
          ฝูงชนชุมนุมประท้วงพระถนอมที่สนามหลวง มีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคน
ตัวแทนของ ศนท. ขึ้นกล่าวโจมตีว่ารัฐบาลอ่อนแอและสมยอมกับพระถนอม ส่วนเรื่องแขวนคอที่นครปฐม ทั้งที่รู้ว่าใครคือฆาตกร ก็ไม่สามารถจับตัวมาลงโทษได้ แสดงให้เห็นว่ากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย
          นายสมศักดิ์ ชัยมงคล จากกลุ่มกระทิงแดง พร้อมด้วยนักเรียนอาชีวศึกษากลุ่มประชาชนรักชาติประมาณ 50 คน พูดโจมตี ศนท. ผ่านเครื่องขยายเสียง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวออกไป

          นายสุธรรมแสงประทุมประกาศเคลื่อนย้ายคนจากสนามหลวงเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
          นายสุธรรม แสงประทุมเลขาธิการ ศนท. และตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปพบ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกฯเพื่อสอบถามว่าจะนิมนต์พระถนอมออกจากประเทศไทยเมื่อใด
           ดร. ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ ออกแถลงการณ์สั่งปิดมหาวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของนายกสภา มธ.
         5  ตุลาคม 2519
         กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันตักบาตรที่บริเวณลานโพนักศึกษาจามหาวิทยาลัยต่าง ๆ เริ่มเคลื่อนขบวนเข้าสู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกสถาบันประกาศงดสอบ
          หนังสือพิมพ์ ดาวสยาม และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ตีพิมพ์ภาพการแสดงละครที่ลานโพธิ์ โดยกล่าวหาว่า เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
          ที่ประชุมสหภาพแรงงาน 43 แห่ง มีมติจะเข้าพบ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมชนายกฯ เพื่อยื่นข้อเสนอให้ พระถนอมออก นอกประเทศ
          มิเช่นนั้นสหภาพแรงงานจะนัดหยุดงาน ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม เป็นต้นไป
          สถานีวิทยุยานเกราะเปิดรายการพิเศษ พ.ท. อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยากล่าว เน้นเป็นระยะว่า การชุมนุมที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่เป็นเรื่องต่อต้านพระถนอมแล้ว   แต่เป็นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
          กลุ่มผู้ต่อต้าน ศนท. ประชุมกันและมีมติว่า จะมีการชุมนุมต่อต้าน ศนท. ในเวลา 09.30น. ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวของ ศนท. พร้อมทั้งอ้างว่าการแสดงละครแขวนคอ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นการเหยีบยย่ำสิ่งศักดิ์ที่ชาวไทยเคารพ
          จึงจำเป็นต้องหาทางขัดขวาง และจะเรียกชุมนุม ลูกเสือชาวบ้านกรุงเทพฯ และลูกเสือชาวบ้านที่อยู่ในการควบคุมของตำรวจตระเวนชายแดนมาร่วมกันตอบโต้ ซึ่งอาจต้องใช้มาตราการรุนแรงด้วย
           ตอนเย็นมีใบปลิวนัดชุมนุมลูกเสือชาวบ้านและผู้รักชาติให้ไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และให้เวลา ศนท. สลายการชุมนุมถึงบ่ายสองโมงของวันที่ 6 ตุลาคม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
           ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นำคระรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญานต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
          นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงจำนวน ๒๕ คันรถ เดินทางจากหัวหมากเข้าสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุม ต่อต้านพระถนอมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
           พ.ท. อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ออกประกาศให้คณะกรรมการชมรมวิทยุเสรี และ ผู้ร่วมก่อตั้งไปร่วม ประชุมที่สถานีวิทยุยานเกราะเป็นการด่วน
           ประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้านในเขตกรุงเทพ ฯ ประชุมที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดยมี พล. ต.ต. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน และอาคม มกรานนท์ เป็นผู้กล่าวในประชุมว่า จะต่อต้าน ศนท. และผู้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์
           ชมรมวิทยุเสรีออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อการไปในทางที่จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
           เป็นครั้งแรกที่สถานีวิทยุยานเกราะและชมรมวิทยุเสรีเรียกกลุ่มนักศึกษาประชาชนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ว่า “ผู้ก่อความไม่สงบ”
           พล.ต.ต. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน สั่งให้ประธานลูกเสือชาวบ้านแจ้งแก่ลูกเสือชาวบ้านที่ชุมนุมกันอยู่ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าว่า ให้ฟังสถานีวิทยุเสรีก่อนการเคลื่อนไหว
           นายประยูร อัครบวร รองเลขาธิการฝ่ายการเมือง ศนท. แถลงข่าวที่ตึกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์
           พร้อมนำนายอภินันท์ บัวหภักดี และนายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ซึ่งแสดงเป็นผู้ถูกแขวนคอ มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และกล่าวว่าการแสดงละครดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นความทารุณโหดร้ายอันเนื่องจาก การฆ่าแขวนคอที่นครปฐม  โดยมีการแต่งหน้าให้เหมือนสภาพศพ สาเหตุที่เลือกบุคคลทั้งสอง มาแสดงเพราะมี น้ำหนักเบา ไม่ทำให้กิ่งไม้หักง่าย
           รัฐบาลออกแถลงการณ์ให้กรมตำรวจดำเนินการสืบสวนกรณีการแสดงละคร ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ในลักษณะเป็นการหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์รัชทายาท
            ที่กรมตำรวจ มีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย
            มีเสียงปืนดังขึ้นสองสามนัดนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โฆษกเวทีสั่งให้ทุกคนหมอบลง
            6 ตุลาคม 2519
            ฝ่ายข่าวของ ศนท.รายงานว่า มีกลุ่มอันธพาลกวนเมืองติดอาวุธอยู่รอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนเหล่านี้อยู่ในสภาพมึนเมา
            คนที่สนามหลวงเริ่มมากขึ้น มีผู้ปาก้อนหิน ไม้เข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพยายามเผา ป้อมยามแต่ดับไว้ได้ หลังจากนั้นมีการเผารถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กลุ่มคนประมาณ 100 คนเผาโปสเตอร์ที่ติดหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านสนามหลวงป้อมยาม ถูกแต่ดับไว้ได้
            หลังจากนั้นมีการเผารถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านสนามหลวง ป้อยามถูกเผา ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์มิได้ห้ามปราม หน่วยรักษาความปลอดภัยของ ศนท.จับกระทิงแดงได้คนหนึ่งขณะบุกเผาโปสเตอร์เมื่อนำตัวไปสอบสวน
            จึงได้รู้ว่ากระทิงแดงทุกจุดรอบธรรมศาสตร์ได้เตรียมปฏิวัติการเต็มที่โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่ง
             และในเวลานั้นมีกระทิงแดงกว่า 100 คนแทรกตัวปะปนอยู่ในหมู่นักศึกษาประชาชนแล้ว เพื่อเตรียมประสาน ทั้งข้างนอกและข้างในในมหาวิทยาลัย
             กลุ่มนวพลในนามศูนย์ประสานงานประชาชนแถลงว่า ขอให้รัฐบาลจับกุมกรรมการศูนย์กลางนิสิตฯ ภายใน 72 ชั่วโมง ให้สอบสวนพฤติกรรมของบุคคลที่ให้การสนับสนุนศูนย์กลางนิสิตฯ ซึ่งนวพลพร้อมที่จะเสนอรายชื่อ ให้ภายใน 24 ชั่วโมง
             หากรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติตามได้ นวพลจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
 กรมตำรวจ ภายหลังการประชุม พล.ต.อ. ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจแถลงผลการพิจารณาภาพ นักศึกษาแสดงละครแขวนคอว่า จากการนำฟิล์มของหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ มาวิเคราะห์ การตรวจสอบได้ผล ไม่แน่นอน จึงติดต่อนำภาพจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นมาวิเคราะห์ด้วย ต่อมาอธิบดีกรมตำรวจ มีคำสั่งด่วนถึงเจ้าหน้าที่ ตำรวจในกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมพร้อมในตั้ง เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ
            สถานีวิทยุยานเกราะยังคงคงออกรายการ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ตลอดทั้งคืน ส่วนภายในธรรมศาสตร์ยังมีการอภิปรายและแสดงดนตรีต่อไปหลังจากมีกลุ่มบุคคลพยายามบุก เข้าไปในมหาวิทยาลัยและมีเสียงปืนดังขึ้นด้วย เจ้าหน้าที่ของศูนย์กลางนิสิตฯขึ้นอภิปรายบนเวที ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลยกกำลังไม่กั้นทางออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด่านสนามหลวง
             ศนท. พยายามติดต่อกับนายกรัฐมนตรี
             ศนท. กลุ่มคนยืนออกอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พยายามจะปีนเข้าไปในมหาวิทยาลัย มีการยิงตอบโต้กันด้วยปืนพกประปราย
             มีระเบิด เอ็ม. 79 ยิงจากภายนอกมาตกลงกลางสนามบอล ทำให้นักศึกษาประชาชนตาย 4 คน บาดเจ็บ 13 คน ห่างกันไม่ถึงอึดใจ ระเบิด เอ็ม. 79 ลูกที่ ๒ก็ตามเข้ามาแต่ไม่ระเบิด
             นายสุธรรม แสงประทุม ติดต่อขอเข้าพบนายกฯ ผ่านนายเจริญ คันธวงศ์ เพื่อให้นายกฯสั่งการให้บุคคล ที่อยู่ภายนอกมหาวิทยาลัยหยุดยิงเข้าไปในชุมนุม ขณะนั้นมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ถูกล้อมไว้หมดแล้ว
             โฆษกเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมทยอยออกจากสนามบอลไป หาที่กำบังบนตึกคณะบัญชีและตึก คณะวารสารฯ เริ่มมีเสียงปืนจากพิพิธภัณฑ์ และปืนไร้แรงสะท้อนเข้ามา
              นายสุธรรม แสงประทุมขึ้นเวทีชี้แจงกับผู้ชุมนุมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะออกไปพบกับ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกฯเพื่อขอร้องให้นายกฯ ใช้อำนาจสั่งระงับการก่อการร้ายโดยบุคคลทั้งในและนอกเครื่องแบบ
              ขณะ กำลังชี้แจงมีกระสุนปืนจากจุดต่าง ๆ พุ่งตรงไปยังเวที นำให้เขาต้องนอน หมอบไปพลางพูดชี้แจงพลาง
              นายธงชัย วินิจจะกุล ผู้คุมเวทีประกาศว่า “พี่ ๆ ตำรวจครับ กรุณาหยุดยิงพวกเราเถิดครับ เราชุมนุม อย่างสงบ สันติไม่มีอาวุธ ตัวแทนของเรากำลังเจรจากับรัฐบาลอยู่ อย่าให้เสียเลือดเนื้อมากว่านี้เลย ขอความกรุณาหยุดยิงเถิดครับ”
              กลุ่มคนที่อยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาตั้งแต่เข้าชนประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านสนามหลวง เมื่อประตูพังทหารตำรวจตระเวนชายแดน ลูกเสือชาวบ้านกระทิงแดง และกลุ่มอันธพาล ต่างทะลักเข้าไปในมหาวิทยาลัย ตำรวจหลายสิบคนขึ้นรถผ่านประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปข้างในแล้วต่างกรูลงจากรถ ใช้อาวุธหนักอย่างปืนกลระดมยิงเข้ามา
              นายประยูร อัครบวร เข้าไปเจรจากับ พ.ต.อ. ประยูร โกมารกุล ณ นคร เพื่อขอให้ผู้หญิงและเด็กออกจากมหาวิยาลัย แต่ไม่ได้รับการยินยอม
              ช่วงนั้นผู้ชุมนุมพยายามวิ่งหนีหาทางออก ตำรวจด้านทานไม่ไหวผู้ชุมนุมจึงทะลัก ออกไปออกไป ทางประตูท่าพระจันทร์ ผู้ชุมนุมที่เป็นหญิงและเด็กถูกส่งออกจากมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา เมื่อตำรวจมีคำสั่งให้ กวาดจับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมจึงถูกบังคับให้นอนคว่ำอยู่ที่พื้นถนน มหาราชข้างวัดมหาธาตุ
              ตำรวจรุกคืบเข้ามาทางด้านข้าง สนามฟุตบอลหน้าตึกคณะนิติศาสตร์ ในระยะแรกเห็นหมอบ ๆ คลาน ๆ เข้ามาอย่างช้ามาก และสาดกระสุนใส่ตึก อมธ. ตึกคณะวารสารฯ ตึกคณะบัญชีเป็นพัก ๆ ฝ่ายนักศึกษาที่มี หน้าที่ดูแลตึกเหนสถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายก็สละตึกหนีไป
              ส่วนตำรวจหลังจากหมอบคลานได้ไม่เท่าไร เมื่อไม่มีใครยิงตอบโต้จึงเปลี่ยนท่าเป็นลุกขึ้นเดินราวสามสี่ก้าว นั่งแล้วยิงอีก
              นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วิ่งหนีกระสุนปืนออกจากมหาวิยาลัย และถูกกลุ่มต่อต้านที่อยู่ภายนอกรุมประชาทัณฑ์  ตำรวจหน่วยคอมมานโดหน่วยปฏิบัติการพเศษ (นปพ.) และตำรวจท้องที่ที่ล้อมอยู่หน้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าถึงที่เกิดเหตุ โดยมี พล.ต.ท. ชุมพล โลหะชาละ รอง อตร. พล.ต.ต. เสน่ห์ สิทธิพันธ์ และ พล.ต.ต. ยุทธนา วรรณโกวิท ร่วมบัญชาการ
              พล.ต.ต. เสน่ห์ สิทธิพันธ์ บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนพร้อมด้วยอาวุธครบมือบุกเข้า ไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตำรวจตระเวนชายชายแดนมีอาวุธ คือ เครื่องยิงระเบิดต่อสู้รถถัง ปืน เอ็ม. 79 ปืน เอ็ม. 16 เอช.เค ปืนคาร์บิน ตำรวจบางนายมีระเบิดมือห้อยอยุ่เต็มตัวอัตราศึก

             
ตำรวจตระเวนชายแดนเข้าประจำการแทนตำรวจท้องที่และมีกำลังมาเสริมอีกสองคันรถ
 ตำรวจตระเวนชายแดนบุกเข้าไปในหมาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลายจุดพร้อมกับยิงกระสุน วิถีโค้งใส่นักศึกษา มีนักศึกษาถูกยิงและเสียชีวิตทันทีหลายคน   


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
sanu292002 วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002

คุณ กรมกุชะ เขียน คอมเมนต์ blog ของคุณ ว่า .........

....................................
อ่านอดีตต้องอ่านผ่านสำนึก
หากอ่านเพียงความรู้สึกแสวงหา
ย่อมเจ็บปวดแทนคนตายหลายชีวา
อ่านเอามันเข้าว่าผ่านตาไป
ต้องอ่านที่เหตุการณ์ตำนานเรื่อง
สันดานของนักการเมืองอยากเป็นใหญ่
กับการชิงอำนาจประเทศไทย
โดยเหยียบไหล่เหยียบบ่าประชาชน
เมื่ออำนาจผลัดกันชมโดนข่มขืน
กระบอกปืนทหารกล้ามาขย่ม
นักโกงบ้านกินเมืองโคตรโสมม
สร้างสังคมซ้าย-ขวาประชาชาว
เลือดที่นองกองศพทบเทินสูง
คนลากจูงลามปามล้วนสามหาว
ประเทศไทยกำซาบกับคราบคาว
คนหนุ่มสาวเดือนตุลาใครฆ่าตาย
เมื่อคราบเลือดถูกชะล้างทางสงบ
ภาพกองศพคนไทยยังใจหาย
นักการเมืองปากกล้าปรากฎกาย
ออกลวดลายจัดจ้านสันดานเดิม
เป็นวงจรอดีตขีดกำหนด
คนที่เคยหัวหดก็ฮึกเหิม
นักการเมืองหกตุลายังเหิมเกริม
และก็เริ่มปากหมาออกหากิน
เมื่ออดีตอ่านได้ไปเช่นนั้น
คลับคล้ายวันนกพิราบกลับคืนถิ่น
การต่อสู้ครั้งใหม่ในแผ่นดิน
นกที่บินฟ้าใหม่...ต้องไม่ตาย !!
........
ในหน้า http://www.oknation.net/blog/sanu292002/2008/02/17/entry-1
ความคิดเห็นที่ 4
แสงธรรม วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 18.10 น.
http://www.oknation.net/blog/sangtham
ความคิดชั่วแล่น... เพียงเสี้ยววินาทีที่สมองเคลื่อนไหว...

นี่แหละครับ ความจริงที่ต้องแพร่กระจายให้คนรุ่นหลังทราบ
ความคิดเห็นที่ 3
arrow วันที่ : 03/10/2007 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/arrow31
arrow

แวะมาทักครับ ผมก็ไปดูดนตรีในหอประชุมธรรมศาสตร์ และก็อยู่ในเหตุการณ์บางช่วงเวลาก่อนจะรุนแรงพอดียังเด็กเลยกลับบ้านก่อน
ความคิดเห็นที่ 2
เป๊ปซี่ วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ตอนนั้นผมอายุ 16 ครับ....โรงเรียนปิดเทอมกลับบ้านนอกพอดี...
*************************************
อาจจะด้วยนักศึกษาที่แสดงเป็นตัวละครที่ถูกแขวนคอมีรูปหน้าคล้ายกับพระพักตร์องค์รัชทายาท หรือมีการตกแต่งภาพก็ตาม
*************************************
เป็นภาพตกแต่งครับ....เพราะภายหลังมีการยอมรับในชั้นสอบสวน.....และพี่ๆในการแสดงละครเหล่านั้นต่อมาผมรู้จักเป็นการส่วนตัว....เป็นเรื่องน่าโหดร้ายครับ....และจนบัดนี้ยังไม่เคยมีการจับกุมคุมขังผู้กระทำผิดครั้งนี้ได้เลยสักคน.....
ความคิดเห็นที่ 1
พิราบดำ วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 22.57 น.
http://www.oknation.net/blog/pat-1
เมืองมะขามหวาน  


แวะมาทักทาย.........ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน