วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2551
การเมือง:คำถามที่ไม่มีคำตอบ
Posted by
sanu292002
,
ผู้อ่าน : 161
, 09:01:27 น.
พิมพ์หน้านี้
|

....ถ้าคำพูดของคนนั้นเชื่อถือไม่ได้ จะเชื่อในอะไร มันไม่มีความจริงใจกันแล้ว...
นี่คือคำพูดที่ผ่านเรียวปากของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยที่กล่าวตำหนิผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2551 ระหว่างการแถลงข่าวการร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดินในการเข้าร่วมเป็นรัฐบาลที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ ถนนวิทยุ ท่ามกลางกระแสวิพากวิจารณ์ถึงคำว่า สัจจะ กตัญญู ที่นายบรรหารถือเป็นคำมั่นว่าจะไม่ทำให้ผู้ที่ตนเองนับถือมากว่า 30 ปีต้องผิดหวัง ว่าคำคำนี้ควรคู่กับพฤติกรรมและการกระทำที่นายบรรหารได้กระทำอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ นายบรรหารเป็นนักการเมืองรุ่นสุดท้าย ที่มองแต่ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่นการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ที่ชาติพึ่งจะได้มาตลอดชีวิต การกระทำของนายบรรหาร ล้วนแต่อยู่ในความคาดหมายของผู้คนที่สนใจข่าวสารทางการเมืองอยู่แล้ว เพียงแต่ทุกคนยังมีความหวังเพียงน้อยนิดว่าในห้วงเวลาแห่งช่วงสุดท้ายของชีวิตการเมือง นายบรรหารจะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเมืองว่าจะสามารถลบล้างภาพ ปลาใหล ที่หมายถึงการเอาตัวเอง เข้าแลกถ้าหากได้ประโยชน์คุ้มค่า มิต่างกับปลาใหลที่ลื่นใหล ชอบกินของเน่า เสีย กินอาจมมาตลอดชีวิต สุดท้ายความหวังลึกๆในใจผู้คนก็สลาย
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หอกข้างแคร่ ซึ่งอดีตเป็น คนวงใน ตำแหน่งอดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทยได้ให้คำนิยามที่เจ็บปวดถึงความเป็น นายบรรหาร ศิลปอาชากับการบริหารผ่านรูปแบบธุรกิจการเมืองที่เวียนว่าย วกวนไม่ไปใหนของนายบรรหาร โดยเฉพาะที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ ทำให้เราได้ทราบถึงความแตกต่าง และเข้าใจลึกซึ้งขึ้นกับคำว่า หลงจู๊ และ เถ้าแก่ มากขึ้น ประกอบกับลีลาที่ร้ายเหลือของนายชูวิทย์ ในการนำเสนอเมนูเด็ด ปลาใหลต้มยา การกระทำครั้งนี้ของนายชูวิทย์ทำให้นายบรรหารและพลพรรคสมาชิกของพรรคชาติไทยแทบกระอักเลือด ถึงจะแถลงตอบโต้ผ่านบุตรสาวนางสาวกัญจนา ศิลปะอาชา ก็ยิ่งทำให้ภาพความเป็น หลงจู๊ และความเป็น พรรคครอบครัวเด่นชัดเจนมากขึ้นอีก สุดท้ายการประกาศลุยไม่เลิกของชูวิทย์ ทำให้นายบรรหาร มังกรร้ายจากเมืองสุพรรณเก็บตัวเงียบไปพักหนึ่ง
ในที่สุดการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มประกอบเป็นรูปเป็นร่างจาก 6 พรรคการเมืองก็สามารถมองภาพชัดเจนขึ้น ภาพของ ผู้แทน ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร์ทั่งประเทศที่ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งต่างก็มีความหวังในการเข้ารับ ตำแหน่ง ที่เป็นที่มาแห่ง บารมี เงินตรา อำนาจ ให้สมกับการลงทุน ลงแรง ทั้งภายนอก ภายใน ตลอดเวลาในการหาเสียงสนับสนุนเพื่อกรุยทางเข้าสู่ สภาหินอ่อนอันทรงเกียรติ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนผู้ประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่า ตัวแทน ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร คงได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมความคาดหมาย เหลือแต่การกำหนดอนาคตที่ตัวนายสมัคร เองเป็นผู้กำหนดว่าจะ เลือนลาง หรือ เรืองรอง ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากฝีมือในการบริหารแผ่นดินแล้ว ยังขึ้นอยู่กับ ปากและคำพูด ที่เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดอายุของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตัวนายสมัครเองว่าจะสามารถอยู่ในตำแหน่งยาวนาน หรือเป็นเพียงแค่ นายกคั่นเวลาหรือนายกรัฐมนตรีมือสองอย่างที่หลายฝ่ายปรามาสใว้และอยากให้เป็น นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ขุนพลทางเหนือของพรรค ผู้มีบทบาทอย่างมากในการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในฐานะ หัวหน้ากองกำลังพิทักษ์นายกโดยใช้ คน ในกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นฐานกำลังหลัก จนนำไปสู่การยึดอำนาจรัฐโดย คมช.ในวันที่ 19 กันยายน 2549 มาวันนี้ได้รับการปูนบำเหน็จเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและเพียบพร้อมด้วยบารมี ส่วนนักการเมืองประเภท อีแอบและประเภท มือที่มองไม่เห็น ทั้ง 111 คนของอดีตพรรคไทยรักไทยเก่า ต่างก็ผนึกกำลัง ต่อรองเพื่อให้ ร่างทรง ของตนเองได้มีโอกาสในการรับตำแหน่งบ้าง เพื่ออนาคตในภายภาคหน้าของตนเองหลังจากที่หลุดพ้นจากบ่วงผุกคอในข้อหาถูกเพิกถอนสิทธิ์ 5 ปี จากรัฐบาลของ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงว่าที่รัฐบาลสำรองของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ผ่านทางว่าที่นายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช เกือบสองปีที่ประเทศไทยต้องเว้นวรรคความรุ่งโรจน์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม หรือประโยชน์ของชาติอย่างอื่นในห้วงสมัยการบริหารขัดตาทัพของนายกรัฐมนตรีพลเอกสุรยุทธ จุลลานนท์ รัฐบาลหลังการยึดอำนาจ นี่คือช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่า ไม่มีผลงานเด่น นอกจากการถือใช้รัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผ่านการลงมติจากประชากรทั่วประเทศให้ถือใช้ในการปกครองประเทศ ความพ่ายแพ้ ทางยุทธศาสตร์และเงินตรา ของกองทัพต่อนักการเมืองทุนหนา ทั้งเงิน และปัญญา ความยอกย้อน ซ่อนเงื่อนในอำนาจและผลประโยชน์ ของกลุ่มทุนการเมือง ทำให้กองทัพซึ่งผู้คนจำนวนมากฝากความหวังใว้ในการ เปลี่ยนแปลง หรือถ่วงดุลการปกครอง หากว่ารัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมีการฉ้อฉล โกงกิน โดยมีการ ยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ แต่จะหวังอะไรได้จากกองทัพในปัจจุบันที่สภาพกองทัพถูกกระแสเงินและผลประโยชน์ของกลุ่มทุนทางการเมือง ทำลาย จนแทบจะรักษาสถาบันหลักแห่งนี้เอาใว้ได้ หากรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช บริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องอย่างที่รัฐบาลชุดต่างๆเป็นมา ใครจะเป็น อัศวินม้าขาว เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงเพราะทั้งกองทัพหรือพันธมิตรภาคประชาชน ต่างก็ยอมรับความพ่ายแพ้และต้องยอมรับ ชะตากรรมที่จะมาถึงในไม่ช้า ใคร...ไม่มีคำตอบ
นอกจากความอ้างว้าง......เป็นคำถามที่สวรรค์ก็ไม่มีคำตอบ
|