• sanu292002
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanu292002@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 9052
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
Oh..My Son

Oh..My Son I Love you

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม 2551
ประสบการณ์สินเชื่อ ธกส.:;ว่าด้วยพูด
Posted by sanu292002 , ผู้อ่าน : 191 , 11:18:42 น.  
พิมพ์หน้านี้



   
    ถ้า จะว่าไปแล้ว การทำงานสินเชื่อของผมนี่  ผมว่าได้เปรียบกว่าคนอื่นอยู่มากพอสมควร คิดดูสิครับหน้าที่หลักของผมคือการออกท้องที่ประชุมชาวบ้าน เรี่องงานสินเชื่อบ้าง ทวงหนี้บ้าง เรื่องนโยบายรัฐบาลบ้าง ว่ากันไปเรื่อยตามสถานการณ์ มีเสื้อแดงกับมอเตอร์ไซค์ติดตราธกส.เป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจ
      ชาวบ้านเห็นเสื้อสีแดงๆไกลๆจากจุดเล็กๆบนเส้นขอบฟ้า วิ่งตรงดิ่งมาที่บ้าน จากจุดเล็กๆขยายใหญ่่ขยี้ตาครั้งหนึ่ง ป้ายตาอีกครั้งหนึ่ง มั่นใจว่าเป็นพวก ธกส.แน่   
พวกก็วิ่งหนีออกนอกบ้านกันแล้ว
     
ที่ทำงานหลักหรือครับ
  
   โน่น..
ศาลาวัดอะไรตรงโน้นแหละครับ
      แต่มันก็ดีอย่างหนึ่งคือทำให้ผมได้พบกับคนทุกระดับ  หลายรูปแบบ หลายวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ โดยเฉพาะคนชอบเก็บเกี่ยวความรู้แล้วละก้อ   รับรองเลยครับว่า " เพียบ " โดยเฉพาะภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใครๆชอบพูดกันอยู่ตอนนี้เก็บเกี่ยวกันไม่หมด 
      ปัญหาในการทำงาน ผมว่าไม่ค่อยจะมีหรอกครับขึ้นชื่อว่า "คนบ้านนอก" ทั้งเหนือ  อีสานหรือทางใต้ 
ผมว่าไม่ต่างกันโดยเฉพาะเรื่องน้ำจิตน้ำใจของความเป็นคนบ้านนอก
      แต่มีอยู่อย่างที่สร้าง"ความมึน..ขำกลิ้ง..และ..คิดได้ไง" บ่อยๆ เรื่องอะไรพอจะทราบมั้ยครับ
หากไม่  ผมจะบอก เรื่องการ "สื่อสาร"
ครับ

      "การสื่อสาร" มันก็ง่ายๆ ถามมา ตอบไป พอรู้เรื่องก็พอ  แต่ถ้ามองให้ถึง "แก่น"
ว่าเป็นการสื่อความหมายจากคนหนึ่งให้อีกคนหนึ่งเพียงแค่เข้าใจก็คงจะพอ
      แต่ในความเป็นจริงแล้วกว่าจะ "สื่อ"
กันได้ต้องใช้เวลากันพอสมควร หรืออาจจะผิดเรื่องผิดทาง
ไปเลยก็ได้
      "ภาษา"ก็คือการสื่อสารชนิดหนึ่งนะครับ ใครร่ำรวยภาษา ใช้ภาษาอย่างสนุกสนานก็ถือว่าเป็นเสน่ห์
      คนไหนพูดไม่ค่อยจะ "ลื่น" ก็ลำบากหน่อย 
      หลายเรื่องหลายราวที่ผ่านมาบางครั้ง 
ทำให้ผมย้อนอดีตและอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มอยู่คนเดียว


      ตอนนั้นไปบรรจุงานใหม่ๆ  ผมมีเพื่อนๆเยอะพอสมควร ทั้งเพื่อนเจ้าถิ่นหรือเพื่อนที่มาจากต่างจังหวัด  โดยเฉพาะเพื่อนคนใต้ด้วยกัน   อย่างว่าละครับเพื่อนๆทางใต้เราค่อนข้างจะสามัคคีกันเป็นอย่างดี 
       เฉพาะที่นครพนมเรามีชมรมคนใต้เป็นศูนย์รวมการพบปะกัน อย่างน้อยๆก็เดือนละครั้งละครับ 
มีเรื่องอะไรก็ว่ากันเล่าสู่กันฟังตามประสาคนพลัดถิ่น
       โดยมีน้ำเปลี่ยนนิสัยเป็นประธานและตัวประสานความสัมพันธ์ 
        เรามักมีเรื่องราวสู่กันฟัง เรื่องความ"เปิ่น"ของตัวเองและของเพื่อนกันเป็นประจำ  ส่วนมากก็เป็นของเพื่อนแหละ



       เจ้าวิทูรย์ซึ่งมีอาชีพเป็นตำรวจเพิ่งย้ายเข้ามา มีปัญหาเรื่องภาษาพาฉงน จนเกือบเสียผู้เสียคน
       " เฮ้ย.. รู้มั้ยวะ ตอนเราย้ายมาที่นี้ใหม่ๆ  เราถูกลูบคมอย่างแรงเลยวะ  เราทำงานมาก็หลายทีเวลานะรึก็หลายปีแล้ว  เพิ่งมีครั้งนี้แหละ  ตั้งหลักไม่ทันเลย เราเล่าให้ฟัง
       คืองี้..มีคุณป้ารายหนึ่งแกเป็นหม้ายมาหลายปแล้ว  หน้าตาใช้ได้จัดว่าขาว สวย พริ้งทีเดียว แต่งตัวดี พูดจาก็เข้าขั้น  อ้อร้อ ฉาดฉาน  เสียงดังฟังชัดเชียวแหละ  

       วันนั้นแกมาโรงพักแจ้งความเรื่องที่แกถูกคนข้างบ้านข่มขืน  บังเอิญเราเป็นร้อยเวรรับเรื่องพอดี  แกพูดเร็วมาก  ใช้ภาษาอีสานด้วย  ลูกน้องเราก็ไม่มีใครอยู่  เราเองเพิ่งย้ายมาใหม่ๆ  ก็อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ภาษาก็ยังไม่ค่อยได้  ฟังรู้มั่ง ไม่รู้มั่ง หนักไปทางไม่รู้แหละวะ  แต่เราก็สอบถามแกเป็นอย่างดี ก็ว่าไปเรื่อยๆตามสูตร 
       เวลาก็เริ่มนาน  แกก็เริ่มหงุดหงิด  เราเองก็รู้  แต่มันก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนสอบสวน 

       แต่..มันมาตายตอนนี้สิ
  เราดันไปถามแกว่า
       "มันข่มขืนที่ไหนครับป้า"  คือความหมายของเราน่ะคือสถานที่   

       แต่มันไม่อย่างนั้นสิ 
       พอแกได้ยินเท่านั้นแหละ แกไม่ได้คิดเหมือนเรา เราโดนเละเลย แทบจะมุดดินหนี แกว่าไง พวกแก รู้มั้ย
       "ฮ่วย เป็นเจ้า เป็นนาย ร่ำเรียนหนังสือมาก็หลายปี  ข่มขืนกันที่ไหน ไม่รู้ แม่นบ่อ "
       ว่าแล้วแกก็ลุกขึ้นยืนถลกผ้าถุงแล้วชี้   " นี่ .นี่..ที่.ห.ฉันนี่
       แกพูดซะเสียงดัง เรานี่อายจริงๆ "



       ทางใต้บ้านผมภาษาเป็นตัวแบ่งชัดเจน ว่าใครเป็นใครมาจากใหน คนสงขลา กับคนสุราษฎร์หรือชุมพรถ้ายืนกันสามคน  เราก็ไม่ทราบหรอกครับว่า เป็นคนที่ใหนกันบ้าง   
รู้เพียงว่าเป็นคนใต้ตามลักษณะภายนอกที่บ่งบอก
       แต่ถ้าลองได้คุยกันกับสามคนนี่แล้วจะทราบได้ทันทีว่า  สามคนนี่อยู่จังหวัดอะไรกันบ้าง  ที่สุราษฎร์บ้านผมเองยังมีภาษาแยกย่อยระดับอำเภอหรือตำบล 
หมู่บ้านอีกนะครับ ยังงั้นเชียว

      
การทำงานของผม อย่างที่ว่าตอนแรกครับว่าผมทำงานส่วนมาก จะคลุกคลีกับชาวบ้านและชุมชนทำให้ต้องเข้าใจและรู้จักความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างดีรวมทั้งความเชื่อ ที่ทั้งมีและไม่มีเหตุผล
       และที่สำคัญต้องเข้ากับ" วิถีชาวบ้าน "
ให้ได้ 

  
     

       การเรียนรู้สำคัญมาก หากไม่เรียนรู้เรื่องพวกนี้แล้วละก้อ ไม่ทันชาวบ้านครับ โดยเฉพาะ " มุข "ชาวบ้าน

       มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้ออกไปสอบขึ้นทะเบียนลูกค้า 

       การออกสอบเพื่อรับชาวบ้านขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า ธกส. ไม่ใช่ง่ายๆอย่างน้อย ต้องไปสอบถึงที่บ้านนะครับ  
       หลังจากที่ประชุมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการกู้เงินตามขั้นตอนแล้ว ก็ต้องไปสอบกันที่บ้านแหละครับ
       ที่นี่ เราต้องแยกย้ายกันไป
       หนุ่มผิวดำหน้าทะเล้น  อารมณ์ดี  อายุคงรุ่นราวคราวเดียวกันกับผมละมั้ง   ยืนคอยอยู่
       "นายหัว เดี้ยวไปกับผมแล้วกัน"
       ทางใต้ส่วนมากชาวบ้านจะเรียกพนักงานว่า "นายหัว" คล้ายๆกับทางอีสานที่เรียกว่า" หัวหน้า "
       "เออ. ได้สิ  แล้วไปยังไงกัน"
       "เดี๋ยว นายหัว ช้อนรถเครื่องผมไป"
       ผมเดินไปซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆของชายหนุ่มหน้าทะเล้นว่าที่ลูกค้าธกส.
ไปตามคำเชิญและชวน

       รถเก่า กับคนที่เริ่มแก่ 
ทำหน้าที่ของมันอีกครั้งอย่างซื่อสัตย์
       ถนนที่ผ่านไปอย่าเรียกว่าถนนเลยครับ เป็นทางเก่า ดินแดง ขุรขระ 
คงตัดกันสมัยบริษัททำไม้ยัง ้ยังทำกิจการอยู่ละครับ กว้างประมาณพอรถมอเตอร์ไซค์วิ่งได้
      
ทางใต้เมื่อก่อนป่าเยอะมาก ตอนนี้หันไปทางไหนก็มีแต่ตอ น่าเสียดาย
       เวลาผ่านไปพักใหญ่ก็เข้าสู่เขตป่ารก 
เจ้าหนุ่มก็พยายามขับรถอย่างระมัดระวังแหละครับ
       คงกลัวสอบขึ้นทะเบียนไม่ผ่านละมั้ง 



       รถค่อยๆไต่ลัดเลาะไปตามเนินเขา บรรยากาศบนที่สูงสวยนะครับ  แต่ที่นี่มันพิเศษ มันทั้งสวย 
ทั้งเสียวครับ สวยคือทิวทัศน์ที่มองจากที่สูง เสียวก็คือกลัวมอเตอร์ไซค์จะล้ม
       ผมคิดเอาว่าถ้าหล่นจากตรงนี้แล้วละก้อ  นั่งเฉยๆไม่อยากจะคิดต่อ
       ในที่สุดก็มาถึงจนได้  บ้านที่ว่านี่ยังต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณหนึ่งร้อยเมตร  ต้นผลไม้ลองกอง มังคุด เงาะ เต็มไปหมด ตามลักษณะสวนอาสินผสมผสานแบบโบราณ
       ผมสอบถามตามกรรมวิธีขึ้นทะเบียนลูกค้าเสร็จ
       " พี่ถามจริงๆเถอะ 
ทำมั้ย มาสร้างบ้าน สร้างสวนไกลจัง ขนาดมารถเครื่องอย่างนี้
ผมว่ายังไกลจัดเลย ไปไหน มาไหน ไม่ลำบากแย่หรือ
"
       ผมถามระหว่างที่นั่งทานข้าวด้วยกันที่หน้าบ้าน  ทางใต้ส่วนมากจะยึดมั่นกับคำว่าใครมาถึงเรือนชานก็ต้อนรับตามอัธยาสัย เจ้าของบ้านทำหน้าทะเล้นก่อนตอบ
      "ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่หรอก  เพราะรู้อยู่ว่ามันไกล แต่ตั้งแต่พี่ยังเป็นเด็กแล้วได้ยินแต่คำว่า"ไม่ดีเท่าที่ควร"บ่อยๆ 
เวลามีการประชุมอะไรที่ไหนกันใครๆก็ชอบพูดกันว่า" ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ดีเท่าที่ควร" กัน
       นายอำเภอมาประชุมที่วัด ก็พูดอีกว่า ทำอะไรไม่มีอะไรดีเท่าที่ควร   พี่ฟังแล้วฟังอีกก็คิดว่า"ที่ควร" น่าจะดีจริง  เลยตัดสินใจมาซื้อตรงนี้ "
       ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไร       เห็นพี่ท่านนั่งยิ้มๆ เหมือนสมิงเห็นสมัน
       ก็รู้แล้วว่าโดนอำเข้าแล้วเพราะ"ที่ควร"ที่แกว่านั้นคือ"ที่ควน"
ที่หมายถึงที่เนินหรือที่เขาทางภาค
ใต้นั่นเอง
       คำพูดที่ว่าไม่ดีเท่าที่ควร 

       ก็หมายถึงการทำสวนไม่มีที่ใหนสภาพดีสู้ที่"ควน"หรือที่ลาดเนินได้เพราะมันสามารถระบาย
น้ำได้อย่างดี
 
      
อุตสาห์บอกตัวเองแล้วว่าอย่าหลวมตัว เดี้ยวเสียของ เสียจนได้
      
ว่าแต่ท่านเถอะมีที่ "ควนด้วย" มั้ยครับ


     การสื่อที่ไม่ดีบางครั้งเกิดจากอุปสรรคที่อาจคาดไม่ถึงก็ได้ บางที" จูน " กันไม่ตรงก็มี 
บางครั้งมันก็ตลกน่ารัก ผมว่าคลายเครียดดีเหมือนกัน
     ลูกค้าชั้นดีรายหนึ่งมาทำสัญญากับผม อย่างที่ทราบกันนะครับว่า ธนาคารเราโดยเฉพาะที่ทำการหน่วย 
มีคนค่อนข้างเยอะและพลุกพล่าน การทำอะไรโดยเฉพาะในช่วงเช้าต้องรีบเพื่อระบายลูกค้า
     
ลุงปลื้มแกถือสมุดเหลืองมาทำสัญญากับผม
  
   ผมคุ้นเคยกับแกดีเพราะเป็นลูกค้าชั้นดี  

การทำสัญญาผมก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายนัก
  อธิบายการชำระหนี้ จำนวนเงินกู้เสร็จก็บอกลุงปลื้ม
     " ลุงปลื้ม..กู้ 20,000 เขียนตรงนี้ "
      แล้วผมเอาปากกาขีดในช่องผู้กู้บนสัญญากู้   แล้วก็ส่งให้ลุงปลื้ม
      อย่างที่บอกว่าหน่วยนี้คนเยอะ  บังเอิญตอนนั้นมีลูกค้าอีกรายเข้ามาหา  ผมก็หันไปทักทายคนมาใหม่ ไม่ทันได้ดูว่า ลุงปลื้มเสร็จเรียบร้อยดีหรือยัง 
      สักอึดใจครับ 
ลุงปลื้มส่งกระดาษสัญญาคืนมาให้ผม
      ผมเหลือบตามองในช่องผู้กู้ว่าทำไมลุงปลื้มเขียนยาวนัก 
      ในช่องผู้กู้ลุงปลื้มเขียนเรียบร้อยว่า " กู้สองหมื่นเขียนตรงนี้ "



      บอกแล้วไงว่ามันน่ารักและน่าชังขนาดใหน เนื่องจากลูกค้าธนาคารเรากลุ่มหลักคือเกษตรกร ก็อย่างว่าละครับ คนบ้านนอกด้อยการศึกษา จะเอาอะไรกันหนักหนา อย่างน้อยในความจริงใจและความเป็นกันเองระหว่างลูกค้ากับพนักงาน ผมว่านี่เป็นจุดเด่นที่สำคัญจุดหนึ่งของเรา 
      หลังจากสอบขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าแล้ว ปัญหาหนักอกของสินเชื่อคือการให้คู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสและทำคำยินยอมให้กับธนาคารสำหรับเป็นยันต์กันผี ให้ผูกพันตามกฎหมายว่างั้นเถอะ
      นายนัดสาก็เหมือนกัน หลังจากทึ่ผมไปสอบขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผมก็นัดนายนัดสาให้นำใบทะเบียนสมรสและภรรยาไปหาผมที่หน่วย  เพื่อทำการเซ็นคำยินยอมคู่สมรส
      บ้านนัดสาอยู่ไม่ไกลกับหน่อยนักประมาณสอง สามร้อยเมตรเห็นจะได้
      เมื่อถึงวันนัดหมาย  นายนัดสามาหาผมตามนัด
     "หัวหน้าผมเอาใบทะเบียนสมรส มาให้หัวหน้าครับ"
      ผมเห็นนัดสา มาคนเดียวก็เก็บทะเบียนสมรสใว้ แล้วก็ถามถึงภรรยา ในใจก็คิดว่า คงจะตามที่หลัง
      "ใหนเมียล่ะ นัดสา"
      "ผมมาคนเดียวครับหัวหน้า"
      "อ้าว!!.ก็บอกแล้วไง ให้เอาเมียมา ไปเอาเมียมาก่อนไป"
      นายนัดสาลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็วเดินลงบันไดไปจากหน่วย 
     
ผมคิดอยู่ในใจว่างานนี้คงจะเหลวอีกเป็นแน่ 



     
หายเงียบไปสักสามสิบนาที นัดสาก็กลับมา หน้าตาแดงกล่ำ ผมเปียกปรกใบหน้า เหงื่อโชกมา  ยิ้มแหยๆ
      "หัวหน้า ผมไป"เอาเมีย"มาแล้วครับ"
      ผมนั่งเงียบ  ..
      ท่านว่าการสื่อสารมีปัญหามากมั้ยครับ
      นัดสานะนัดสา  ผมให้ไปนำเมียมาเซ็นคำยินยอมคู่สมรส ดันแปลความหมายของผมเป็นอีก
อย่าง   มันดันเข้าใจว่าผมให้มันไปนอนกับเมียมาก่อน

      เอ...หรือว่าผม"สื่อ"
กับนายนัดสา ผิดจริงๆ


..

      


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
sanu292002 วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu292002

ขอบคุณครับ..
ที่เขียนถามเรื่องการซื้อ ขายที่ดิน
เพิ่งทราบครับ..และไม่ได้ตอบ
0816933559 เวลาทำงานครับ
ความคิดเห็นที่ 1
สาวโรงงาน วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 21.46 น.
http://www.oknation.net/blog/mootong

ชอบเรื่องเล่าแบบนี้จัง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน