พิมพ์หน้านี้
|
กรณีศึกษาแนวทางการขับเคลื่อน กองทุนหมู่บ้านสู่สถาบันการเงินชุมชน บ้านนาทุ่ง ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ 1. บทนำ สายลมแห่งยุคสมัยใหม่นำพากระแสการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไทยอย่างกว้างขวางชุมชนท้องถิ่นก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้ต้องยอมจำนนต่อกฏพื้นฐานอันนี้ กระแสโลกาภิวัฒน์โหมพัดโบกสยายปกคลุมทั่วทั้งปริมณฑลของพื้นประเทศ แนวคิดการพัฒนาประเทศได้รับการปรับเปลี่ยนโดยมุ่งเห็นความสำคัญของประชาชน ประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ณ วันนี้เองชุมชนหมู่บ้านทุกแห่งต่างได้รับโอกาสในการบริหารจัดการ/องค์ความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองอย่างถูกต้องทุกประเด็น ภายใต้แนวคิดการพัฒนาจากฐานรากนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์/กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ /โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน SML และนโยบายอื่นๆ ถาโถมออกมาสร้างกระบวนการเรียนรู้สู่ประชาชนอย่างมากมาย เพื่อเป้าหมายสุดท้ายคือสร้างการอยู่ดีมีสุขให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนนั่นเอง ภายใต้การขับเคลื่อนแผนการบริหารราชการแผ่นดินปี 2548- 2551 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านความขจัดความยากจนเพื่อให้คนจนหมดสิ้นไปจากประเทศนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนไว้ 3 ระดับ คือในระดับบุคคล ระดับชุมชน และระดับประเทศ ในกลยุทธ์หลักที่ 1 มุ่งเน้นยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมให้เป็นสถาบันการเงินชุมชน 2. สถานการณ์การดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษได้ดำเนินตามนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2544 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน มุ่งเน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้แก่ประชาชนเพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยดำเนินการกองทุนหมู่บ้านทั้งสิ้น จำนวน 2,649 กองทุน และกองทุนชุมชนจำนวน 36 กองทุน มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกู้เงินจำนวน 236,240 ราย สามารถสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวน 3,347,584,386 บาท การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จอย่างดีในแง่ของการบริหารจัดการกองทุน การสร้างคนและพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน จากผลการประเมินศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเพื่อจัดลำดับคุณภาพการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านในปี พ. ศ. 2546 มีกองทุนหมู่บ้านที่ดำเนินการได้ในระดับ AAA จำนวน 952 กองทุน ระดับ AA จำนวน 1,581 กองทุน ระดับ A จำนวน 35 กองทุน ยังไม่ได้รับการประเมิน 36 กองทุน เพื่อเป็นการตอบสนอง ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ที่ 1 การขจัดความยากจนให้หมดสิ้นจากประเทศ จังหวัดศรีสะเกษได้เตรียมการยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการและยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมเป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยมีกองทุนหมู่บ้านในระดับ AAA จำนวน 952 กองทุน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนการสร้างความเข้าใจเพื่อแสวงหาแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจร่วมเพื่อขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านไปในทิศทางเดียวกัน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรที่หลากหลายได้ร่วมกันในเวทีการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้มีหน่วยงานร่วมบูรณาการ อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาจังหวัดศรีสะเกษ ธนาคารออมสิน สาขาศรีสะเกษและเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในเขตจังหวัดศรีสะเกษทุกระดับ ทั้งนี้เป้าหมายวัตถุประสงค์สุดท้ายในการดำเนินการ คือ สร้างความเข้มแข็งให้แก่กองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อม ยกระดับสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน
การประเมินกองทุนหมู่บ้านเพื่อยกระดับกองทุนหมู่บ้านเป็นสถาบันการเงินชุมชน ภายหลังจากการสัมมนาติดอาวุธทางปัญญาเหล่าแกนนำกองทุนหมู่บ้านผู้มีความตื่นตัวต่างเร่งดำเนินการเพื่อผลักดันกองทุนหมู่บ้านของตนเองสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนให้เป็นจริงเป็นจังเกิดรูปธรรมที่จับต้องได้ ณ วันนี้เองความคึกปรากฏขึ้นเต็มพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษจากกองทุนหมู่บ้านระดับ AAA จำนวน 952 กองทุน จากปริมาณค่อยๆ แปลงสู่คุณภาพ จากแนวคิดกำลังแปลงสู่การปฏิบัติด้วยการเรียนรู้ด้วยความมุ่งมั่น 3. จุดตัวอย่างสถาบันการเงินชุมชน กองทุนหมู่บ้าน นาทุ่ง ต. ผักไหม อ. ห้วยทับทัน จ. ศรีสะเกษ เป็นกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับการประเมินในระดับ AAA ่ ที่มีผลการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังเป็นกองทุนหมู่บ้านนำร่องที่เตรียมการยกระดับสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนโดยการสนับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ บ้านนาทุ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอห้วยทับทันห่างจากที่ว่าการอำเภอห้วยทับทันมาทางด้าน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จำนวน 25 กิโลเมตร บ้านนาทุ่งมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 130 ครัวเรือน ประชากร 702 คน จำแนกเป็นชาย 341 คน หญิง 361 คน กองทุนหมู่บ้านนาทุ่งตั้งขึ้นในปี 2544 มีสมาชิก จำนวน 111 ราย ได้รับการอนุมัติเงิน 1 ล้านบาท ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ 2544 โดยในการดำเนินการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านนาทุ่ง ได้ริเริ่มพัฒนากองทุน ตามแนวทางการดำเนินการ ปรัชญา วัตถุประสงค์ เป็นอย่างดี ในช่วงปี พ.ศ 2544-2545 เป็นช่วงที่มีการจัดตั้งกองทุนบ้านนาทุ่ง ขึ้นในระยะแรกและได้มีการโอนเงินให้แก่กองทุน และมีการพัฒนาศักยภาพของกองทุน ทั้งในด้านการบริหารจัดการกองทุน การจัดทำบัญชีและงบดุล และการพัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก โดยกองทันบ้านนาทุ่งได้ปล่อยเงินกู้ให้สมาชิก อย่างหลากหลาย ทั้งโครงการกู้เงินเพื่อการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงวัว กระบือ การเลี้ยงสุกรแม่พันธ์ สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างดี ตัดวงจรแห่งวังวนนายทุนเงินกู้ออกไปจากชุมชน ด้วยเงินทุนหมุนเวียน ของชุมชน ในช่วงปี พ.ศ 2546- 2547 กองทุนหมู่บ้านนาทุ่งได้พัฒนาเครือข่าย ให้เกิดความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรอื่น ๆ ทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชน ในรูปแบบการพัฒนาเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันตลอดจนแสวงหาแนวทางในการพัฒนาระบบการสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยเน้นให้กองทุนหมู่บ้าน เป็นองค์กรในการสนับสนุนเงินทุน ให้กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ทั้งในระดับ ปัจเจกบุคคล และในระดับองค์กร การดำเนินการที่ผ่านมากองทุนบ้านนาทุ่ง ได้ปล่อยเงินกู้ให้กับ สมาชิกโรงปุ๋ยชีวภาพ โรงสีชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาทุ่ง ร้านค้าชุมชน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกลุ่มอื่น ๆ ในชุมชน โดยมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาทุ่ง เป็นแกนกลางในการสนับสนุนให้เกิดการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ ในชุมชน 4 กิจกรรม คือ 1. ร้านค้าชุมชน ใช้เงินลงทุนจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 50,000 บาท สมาชิกถือหุ้น 180 คน มีร้านค้าจำหน่าย 2 ร้าน ยอดจำหน่ายปีละ 2,784,761 บาท กำไรสุทธิ 105,894 บาท (จากงบดุลปี 2545) 2. โรงสีข้าวชุมชน ขนาดกลางกำลังการผลิต 1.5 ตันต่อวัน เริ่มดำเนินการเดือนเมษายน 2544 สมาชิก 92 คน ทุนดำเนินการ 265,635 บาท มาจากเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 57,000 บาท และจากเงินกิจกรรมรวมกลุ่มของสมาชิกและเงินบริจาค 192,315 บาท ผลการดำเนินงานตั้งแต่ เมษายน 2544 กุมภาพันธ์ 2546 กำไรสุทธิ 57,500 บาท ทำให้เกิดอาชีพเสริมจากการจ้างแรงงานโรงสีข้าวชุมชน จำนวน 20 คน รายได้เฉลี่ย 2,500-2,800 บาท/คน/เดือน ผลิตข้าวหอมมะลิปลอดภัยจากสารพิษเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ของตำบลผักไหม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2545 ส่งข้าวหอมมะลิจำหน่ายแล้วกว่า 100 ตัน ส่งคัดสรร OTOP ปี 2547 ได้ระดับ 3 ดาว ซึ่งได้มีการส่งจำหน่ายทั่วไป 3. โรงปุ๋ยชุมชน เริ่มดำเนินการเดือน มกราคม 2545 สมาชิก 92 คน ทุนดำเนินการ 36,000 บาท ผลิตปุ๋ยชีวภาพจำหน่ายให้แก่สมาชิกและเกษตรกรทั่วไปทำให้เกิดอาชีพการจ้างงาน ทำสมาชิกมีรายได้ 4. รถบรรทุกชุมชน เป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ใช้เงินกองทุนหมู่บ้านในการดำเนินกิจกรรมรวมกลุ่มของสมาชิกกองทุน จำนวน 286,190 บาท และ หุ้นของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 69,810 บาท เพื่อใช้ในการขนส่งผลผลิตออกจำหน่ายและขนสินค้าให้ร้านค้าชุมชน เริ่มดำเนินการเดือนมกราคม 2545 มีการจ้างแรงงานสมาชิก 2 ราย รายได้เฉลี่ย 2,500-2,800 บาท/คน/เดือน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ชุมชนเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนขึ้นในบ้านนาทุ่งอย่างคึกคัก และได้ขยายผลการดำเนินการสู่ชุมชนใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน คำว่าชุมชนเข้มแข็งเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้น จากความคิดความฝันเริ่มกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ชุมชนท้องถิ่นและ ชาวบ้านมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ในช่วงปี พ.ศ 2548 เป็นช่วงของการพัฒนากระบวนการบริหารและจัดการองค์กรเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ ไปพร้อมกับการพัฒนากองทุนหมู่บ้านที่อ่อนแอไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ในขณะเดียวกันพัฒนากองทุนหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งให้พร้อมเป็นธนาคารหมู่บ้าน(สถาบันการเงินชุมชน) กองทุนหมู่บ้านนาทุ่ง เป็นกองทุนที่ได้รับการประเมินในระดับ AAA มีศักยภาพดีเยี่ยม ซึ่งชุมชนมีความพร้อมแล้วที่จะดำเนินงานและพัฒนากองทุนหมู่บ้านสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาศรีสะเกษ เข้าไปสร้างกระบวนการเรียนรู้เตรียมความพร้อมชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างชัดเจน ณ วันนี้เองชุมชนบ้านนาทุ่งได้จัดเวทีประชาคมเพื่อการกำหนดทิศทางในการดำเนินการยกระดับกองทุนหมู่บ้านสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน มีมติในเวทีประชาคมไปในทิศทางเดียวกัน เราพร้อมแล้วที่จะก้าวย่างและยกระดับตนเองไปอีกหนึ่งก้าว โอกาสต่อไป เวทีประชาคมเพื่อทำความเข้าใจแนวคิดสถาบันการเงินชุมชน โดยธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร สาขาศรีสะเกษ ณ บ้านนาทุ่ง ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน 4. บทส่งท้าย การดำเนินกิจกรรมพัฒนาชุมชน ในบ้านนาทุ่งยังคงขับเคลื่อนต่อไปและสรุปบทเรียนการดำเนินงานเป็นประจำครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อที่จะสร้างองค์ความรู้ ชุดบทเรียนประสบการณ์ และสังเคราะห์เป็นทิศทางการพัฒนาชุมชน ที่มีรูปแบบการดำเนินการชัดเจน เป็นตัวแบบ ของชุมชน หากได้ผลดีประสบผลสำเร็จก็เป็นแบบอย่างให้ ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป การดำเนินพัฒนากองทุนหมู่บ้านสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน นับเป็นการยกระดับการดำเนินกิจกรรมพัฒนาชุมชน ในหมู่บ้านนาทุ่ง ไปอีกก้าวหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ เราคงต้องช่วยกันสนับสนุนให้ เกิดสถาบันการเงินชุมชนแห่งนี้ขึ้นจริงเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันใกล้ |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||