พิมพ์หน้านี้
|
สรุปผลการดำเนินงาน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เกษตรกรก้าวหน้า ประชามีสุข สถานการณ์ทั่วไป / บริหารชุมชน ชุมชนวัดนาครินทร์ หมายถึง ชุมชนที่สังกัดวัดนาครินทร์ และโรงเรียนบ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันมี 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านขี้นาค บ้านรงระ บ้านขี้นาคน้อย และบ้านพล็อง โดยสภาพทั่วไปของชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนชาวกูย / เขมร มีรากฐานการดำรงชีวิตที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเปรียบเสมือนชุมชนเดียวกัน เรื่องราวข่าวสารภายในชุมชนจึงรับรู้โดยทั่วกัน สถานการณ์ด้านความเป็นอยู่ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ต่างทำมาหากินดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาในการดำรงชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ต่างดิ้นรนเอาตัวรอดบนวิถีชีวิต แบบชาวเกษตรกรรม ทำนาเป็นหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นแหล่งรายได้เสริม ปลูกพืชผักขาย บ้างก็ไปรับจ้างต่างจังหวัด ตัดอ้อยปลูกมัน ขายแรงงานในเมืองใหญ่มีตามจังหวะชีวิต ในมิติด้านการพัฒนาของชุมชน พบว่าในอดีตที่ผ่านมามีรูปแบบกิจกรรมการพัฒนาที่หลากหลาย ในรูปแบบกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่ภาครัฐมาสนับสนุน ให้ดำเนินการทำแบบ สั่งการจากบนลงล่าง โดยที่ชุมชนขาดความพร้อมไร้จิตสำนึกที่จะทำงานสร้างสรรค์ร่วมกัน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ ร้านค้าชุมชน ธนาคารข้าว เป็นต้น แต่ในท้ายที่สุดกลุ่มเหล่านี้มักล้มหายตายจากไป ทิ้งไว้แค่ความเชื่อฝังใจว่า บ้านเราพัฒนาไม่ได้หรอกทำไปก็ล้มเหลว ดังนั้น ชาวบ้านชุมชนจึงมีทัศนคติทางลบต่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองและชุมชน มองเห็นปัญหารอบด้านบั่นทอนจิตใจที่จะคิดงานสร้างสรรค์ชุมชน ทางด้านปัญหาของชุมชนที่พบเห็น คงเป็นปัญหาหนี้สิน ปัญหาการขาดแหล่งรายได้เสริมในการประกอบอาชีพ ว่างงานหลังฤดูกาลทำนา อพยพโยกย้ายไปเป็นแรงงานต่างจังหวัด ในหมู่บ้านมีแค่คนชราและเด็กเป็นส่วนใหญ่ เหล่านี้คือปัญหาที่พบเห็น ดังนั้น ในสภาพปัญหาดังกล่าวจึงเกิดกลุ่มสนทนาย่อยที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงสถานการณ์ปัญหาภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดได้ร่วมจัดตั้งกลุ่มองค์กร เพื่อศึกษาปัญหาต่าง ๆ ภายในชุมชนตลอดจนแสวงหาหนทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า มีสมาชิกก่อตั้งจำนวน 15 คน โดยการนำของนายจำรูญ นาคนวล ผู้ใหญ่บ้านรงระและคณะ กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า เป็นกลุ่มก้อนทางความคิดหนึ่งของชุมชนที่ได้ร่วมกันเสวนาศึกษาปัญหาภายในชุมชน กำหนดให้มีฐานะเป็นกลุ่มศึกษา คือ แสวงหาความรู้เพื่อคลี่คลายปัญหาในชุมชน องค์ประกอบของกลุ่ม ดังกล่าว มีทั้งผู้ใหญ่บ้าน / ส.อบต / ผู้นำตามธรรมชาติ / ข้าราชการ ร่วมเป็นสมาชิก ในที่ประชุมได้คัดเลือกนายจำรูญ นาคนวล ผู้ใหญ่บ้านรงระ เป็นประธานกลุ่ม นายสรรณ์ญา กระสังข์ นักพัฒนาชุมชน เป็นเลขานุการกลุ่ม กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้าได้นัดประชุมกำหนดเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจากการพูดคุยกลุ่มมีมติร่วมกันว่า ชุมชนทั้ง 4 แห่ง ควรมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในรูปองค์กรภาคประชาชนให้มีบทบาทในการพัฒนาการเรียนรู้ และพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน ดังนั้นกลุ่มจึงมีข้อคิดร่วมกันว่าควรสร้างองค์กรในลักษณะเป็นกองทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมการออมเงินของชุมชน และกิจกรรมเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้ชุมชนในด้านต่าง ๆ ในที่สุดกลุ่มมีมติให้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อเป็นองค์กรกลาง ในการขับเคลื่อนกิจกรรมในชุมชน
กำเนิดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า ถือว่าเป็นแกนกลางในการผลักดันให้เกิดการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ทั้งนี้ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในหลายเวที ดังนี้ เวทีที่ 1 จัดการศึกษาให้ความรู้รูปแบบกลุ่มองค์กร และแนวทางการบริหารจัดการองค์กร โดยเชิญวิทยากรมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน บ้านศรีไผทราษฎร์ คือ คุณสนั่น ม่วงอ่อน และคุณอภินันท์ บุญทอน จากมูลนิธิชุมชนอิสาน ร่วมบรรยายในประเด็น บทเรียน การดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในรูปแบบต่าง ๆ และแนวคิดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ในเวทีดังกล่าวมีประชาชนเข้าร่วมเวทีทั้งสิ้นจำนวน 60 คน เวทีที่ 2 สรุปบทเรียนการเรียนรู้จากเวทีที่ 1 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย แกนนำชุมชน 4 ชุมชน และกลุ่มเกษตรกรก้าวหน้าเป้าหมายของเวทีนี้ได้สรุปผลการสัมมนา โดยที่ประชุมมองเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ที่ประชุมมีมติให้ก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมีสมาชิกก่อตั้งจำนวน 30 คน ทั้งนี้ที่ประชุมมอบหมายให้ทุกท่านร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานเชิญชวนรับสมัครสมาชิกกลุ่ม กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 เดือน โดยมีแผนงานในรูปแบบต่าง ๆ - ร่วมประชาสัมพันธ์ในงานบุญประเพณีต่าง ๆ ในชุมชน ในวัด - ร่วมประชุมชี้แจงในการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน เวทีที่ 3 ยกร่างระเบียบข้อบังคับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต คณะทำงานยกร่างจำนวน 12 ท่าน ซึ่งได้รับมอบหมายจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ได้นัดหมายประชุมเพื่อยกร่างระเบียบกลุ่มทั้งนี้ได้เชิญคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย พระครูวรรณสารโสภณ รองเจ้าคณะอำเภอปรางค์กู่ วัดนาครินทร์ นายสมพงษ์ ทองมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขี้นาค เข้าร่วมจัดทำร่างข้อบังคับจนแล้วเสร็จ เวทีที่ 4 ประชุมสามัญประจำปีสมาชิกครั้งที่ 1 เมื่อรวบรวมคณะทำงานและสมาชิก จำนวนทั้งสิ้น 103 คน จึงได้กำหนดวันประชุมสามัญประจำปีสมาชิกครั้งที่ 1 เพื่อรับรองระเบียบข้อบังคับของกลุ่มและคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่มจำนวนทั้งสิ้น 10 คน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ คณะที่ปรึกษา 1.พระครูวรรณสารโสภณ รองเจ้าคณะอำเภอปรางค์กู่ 2.นายสมพงษ์ ทองมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขี้นาค 3.นายสรรณ์ญา กระสังข์ นักพัฒนาชุมชน สพอ.ปรางค์กู่ 4.นายนุกูลกิจ ทวีชาติ ครู คศ. 2 5.นายกิตติ พิศงาม นักพัฒนาชุมชน อบต.ตูม คณะกรรมการดำเนินงาน 1.นายสิน ชัยวิเศษ ประธานกลุ่มฯ 2.นายพันธ์ วิเศษชาติ รองประธาน 3.นายจำรูญ นาคนวล เลขานุการ 4.นางลำพึง สุรินทร์ เหรัญญิก 5.นางพัด คำมา ผู้ช่วยเหรัญญิก 6.นางวันเพ็ญ นาคนวล ผู้ช่วยเหรัญญิก 7.นายเสกสรร ชัยวิเศษ ฝ่ายตรวจสอบ 8.นายคำรณ นาคนวล ฝ่ายเงินกู้ 9.นายสง่า พันจันดา ฝ่ายเงินกู้ 10.นายบุญทา วิเศษชาติ ฝ่ายตรวจสอบ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเกษตรกรก้าวหน้า ประชามีสุข ผลการดำเนินงานรณรงค์จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ คือ ชุมชนนาครินทร์มีองค์กรกลางระหว่างหมู่บ้าน ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมร้อยถักทอความสัมพันธ์ของผู้คน 4-5 หมู่บ้าน 1 วัด และ 1 โรงเรียน ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรมกลุ่มมีกรอบแนวคิดดังนี้ วิสัยทัศน์ องค์กรภาคประชาชน ที่มุ่งสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการออมและพัฒนาแหล่งเงินทุนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พันธกิจ 1. ส่งเสริมการเรียนรู้จาการปฏิบัติงานชุมชน 2. ส่งเสริมการสร้างนิสัยการออมของภาคประชาชน 3. สนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพแก่ประชาชน แผนงาน / ทิศทางในอนาคต จากการประชุมสามัญประจำปีสมาชิก เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2551 กลุ่มฯมีสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 103 คน มีเงินทุนค่าหุ้นและค่าสัจจะออมทรัพย์ ทั้งสิ้น 62,000 บาท ทั้งนี้ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มในเบื้องต้น คณะกรรมการมีมติให้กลุ่มฯ ดำเนินกิจกรรม การปล่อยเงินทุนให้สมาชิกยืมในการประกอบอาชีพก่อนในเบื้องต้น แผนการดำเนินงาน 1. ส่งเสริมการเรียนรู้แก่สมาชิก ในประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของสังคม เพื่อรับรู้ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง 2. ส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมธุรกิจชุมชน เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ แก่สมาชิก เช่น การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ปั้มน้ำมันชุมชน ร้านค้าชุมชน เป็นต้น 3. สนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพแก่สมาชิก 4. เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการองค์กร เพื่อการพัฒนาตนเองแบบครบวงจร บทสรุป กระบวนการ ที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์องค์กรชุมชนขึ้นมา โดยภาคประชาชนที่มีความคิดความฝันร่วมกันในการที่จะสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อนำสู่เป้าหมายการพัฒนารูปแบบการพึ่งตนเองของประชาชนอย่างครบวงจรต่อไป
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||