พิมพ์หน้านี้
|
ตามที่สัญญาว่าจะโทรไปกทม. สอบถามเรื่องนโยบายการจัดการและการแยกขยะนั้น วันนี้ได้โทรไปสอบถามเรียบร้อยแล้ว หนักใจจริงๆ ขอเวลาเรียบเรียงข้อมูล และจะมาเล่าให้ฟังแบบทุกตัวอักษร ใช้เวลาในการฟัง 18.06 นาที งานนี้ ถ้าคุณเป็นชาวกรุงเทพฯ อย่าพลาด ************************************ จากที่ได้ทิ้งท้ายไว้แล้วว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ทำ และทำอย่างจริงใจแค่ไหน ส่วนใหญ่เราจะแปลกใจว่าทำไมเขาไม่ทำกัน ต่อไปนี้จะเล่าประสบการณ์และข้อมูลที่ได้จากการสอบถาม หัวหน้าฝ่ายการจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานคร ทางโทรศัพท์หมายเลข 02-246-1939 เมื่อเวลา 11.30 น. เป็นเวลา 18.06 นาที ของวันที่ 16 พ.ค. 51 หลังจากที่ได้กดโทรศัพท์เกือบ 20 ครั้ง จำนวน 8-9 หมายเลข (เล่นเอาเกือบท้อ แต่ท้อไม่ได้เพราะสัญญากันไว้แล้ว) จำได้ว่าหมายเลขเกือบสุดท้ายนั้น เสียงเราอ่อนแรงมากเลย เพราะติดต่อไป คนรับสายบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ว่าง โทรมาใหม่ เราก็โทรมาใหม่และเขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ไปสอบ ส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของแผนกเขา ก็ให้เบอร์อื่นมา จนในที่สุดเป็นผู้ชายรับสาย เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ไปสอบ เราก็พูดว่า ต้องล้อเล่นใช่มั้ยที่องค์กรขนาดใหญ่แบบกรุงเทพมหานคร จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ดูแลการคัดแยกขยะแค่ 1 คน ซึ่งตอนหลังเราก็สรุปกับตัวเองว่า จริงๆ แล้ว กทม. ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอโทษนะคะถ้าเข้าใจผิด ถ้าเจ้าหน้าที่ๆที่เกี่ยวข้องอ่านเรื่องนี้ ก็ช่่วยแก้ไขความเข้าใจใหม่ให้ด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง จากการให้ข้อมูลของหัวหน้าฝ่าย ชื่อต้น ก. นามสกุล ภ. เขาก็ใจดีนะที่ยอมพูดคุย ให้ข้อมูล เขาเริ่มว่า เรื่องมันแยะนะต้องพูดกันนาน เราก็บอกว่าก็ขอแบบสรุปๆ ตรงๆ เลยว่าตอนนี้กทม.ทำอะไรไปแล้วบ้างเกี่ยวกับการจัดการแยกขยะ มีพื้นที่โครงการนำร่องอยู่ตรงไหนบ้าง เขาก็เริ่มว่า กทม.ได้ทำโครงการประชาสัมพันธ์รณรงค์การคัดแยกขยะในครัวเรือน ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ชาวบ้านสนใจให้ความร่วมมือ และเราก็ถามว่า ถ้าอย่างนั้นชาวบ้านให้ความสนใจและแยกขยะ เขาจะเอาขยะไปทิ้งที่ไหน มีจุดทิ้งหรือเปล่า เขาก็อธิบายว่า น้องเข้าใจมั้ยว่า ขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่ออกมาจากบ้านเรือน ชาวบ้านจะจัดการเอง เช่น คัดแยกไว้ขายซาเล้ง หรือเอามาทำเป็นงานประดิษฐ์ให้เด็กๆ ทำ (น่ารักเชียว) ใช้ตกแต่ง หรือเอามาใช้ใหม่ เช่นขวดแก้ว ก็เอามาล้างและใช้ใส่ของอย่างอื่น แล้วขยะอินทรีย์ล่ะคะพี่ ชาวบ้านเขาก็ขุดหลุมฝังดินสิ หรือถ้ามีเลี้ยงสัตว์ก็ให้สัตว์เลี้ยงกิน หรือเอาไปทำปุ๋ย เราก็คิดในใจว่าถ้าบ้านเราเป็นตึกแถวไม่มีที่ดินเหลือ ไม่มีหมาแมว และไม่มีเวลาทำปุ๋ย เราจะทำอย่างไร คำตอบคือ เราต้องหาออกเองและหลับหูหลับตาทิ้งๆ มันไป เอาไปทิ้งขยะให้พ้นๆ บ้าน คุณ ก. เขาพูดตรงๆ ออกมาประโยคว่า กทม.ไม่ต้องการขยะอินทรีย์และไม่มีนโยบายแย่งขยะกับซาเล้ง ฟังแล้วอย่าเพิ่งขำนะ เขายังเสริมว่า ภาระและหน้าที่ของกทม.คือจัดการขยะที่ชาวบ้านไม่ต้องการ และเขาพูดคำว่าภาระซ้ำไปซ้ำมามากกว่าคำว่าหน้าที่ เราก็สามารถเข้าใจได้ว่า ทุกคนไม่ว่าเป็นใคร ต้องมีหน้าที่ของตน แต่ถ้าไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ สิ่งนั้นจะกลายเป็นภาระในทันที ดังนั้นสิ่งที่เขาทำอยู่ตลอดชีวิตของข้าราชการนั้นคือ ภาระ ดีๆ นี่เอง เมื่อเล่าให้เขาฟังว่า เราเห็นพนักงานเก็บขยะ คุ้ยแยกขยะจากถังรวมเหมือนที่ซาเล้งทำ ทำไมไม่ทิ้งขยะในถังลงในรถเก็บขยะ ทำไมต้องจอดบนถนนและรื้อคุ้ยแยกขยะด้วย เขาก็ให้ความรู้ว่า อ๋อ นั่นเป็นการหารายได้พิเศษของพนักงานเก็บขยะ เราไม่ห้าม เขาทำได้ ตกลงว่า หน้าที่และการหารายได้พิเศษในหน้าที่นั้นสามารถทำไ้ด้ในเวลางาน น่าสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมจริง เรายังไม่หยุดถามคำถาม เพราะข้อมูลที่ได้นั้น น่าสนใจสุดๆ เราต่อประเด็นไปเรื่องจุดรับขยะรีไซเคิล เช่น แก้ว โลหะ พลาสติกและกระดาษ เขาก็พูดว่า อ๋อ จุด drop off นั่นหรือ กทม. ก็พยายามทำ แต่มีปัญหาหลายอย่าง คุณต้องอ่านข้อมูลด้านล่างที่ดิฉันจดยิกๆ ตามคำที่พี่เขาพูด อ่านซ้ำหลายครั้งก็ได้นะ น้องเข้าใจมั้ย ประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ คือ ฐานะคนในสังคมเขานั้นดี แต่ประเทศไทยมีคนจน คนจรจัดมากมาย พวกเขาหารายได้เลี้ยงชีพจากการคุ้ยขยะขาย เขาทำเพื่อดำรงชีพ จุด drop off ไม่เหมาะกับประเทศที่มีคนจน น้องไม่เห็นหรอว่า ขนาดน้อตเสาไฟฟ้าแรงสูงมันยังขโมย ถ้าเราวางที่ทิ้งขยะซึ่งต้องทำด้วยเหล็ก ไม่เกินเดือน มันยกไปขายทั้งถัง กทม.จะทำไปทำไม (ตกลงประเทศไทยไม่มีคนมีตังค์เลยหรือ และที่เรียกว่า ไฮโซนั้น ปลอมๆ ทั้งนั้นเลยใช่มั้ย คนชั้นกลางไม่มีเลย แต่จริงๆ แล้ว ราคาน้ำมัน ราคาข้าวสาร น้ำตาล แพงขนาดนี้ คนจนน่าจะตายหมดแล้วนะ เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน) เมืองไทยไม่ต้องตั้งจุด drop off เลย น้องลองดูนะ เอากระป๋องเบียร์ 2 ใบ ไปทิ้งในถัง ไม่เกิน 1 ชม. หายไปแล้ว ซาเล้งจะทำหน้าที่แยกขยะเอง และขยะที่พวกนั้นไม่ต้องการ เราก็ค่อยเอาไปทิ้ง หน้าที่ของเราคือ เก็บขยะให้เร็ว และมีขยะที่ต้องนำไปทิ้งน้อยที่สุด (อย่างนี้ก็สบายสิ ให้ซาเล้งทำงานกะแรก กทม.กะสอง) สังคมเรามีคนจน ทำไมไม่ปล่อยให้คนจนเก็บขยะล่ะ เรื่องที่ มึง พูด มันเป็นแฟชั่นเกินไป ขยะถูกแยกอยู่แล้วโดยคนจน ลองวางถังไว้หน้าบ้าน 2 ใบสิ ถังหนึ่งใส่ขยะแห้ง อีกถังใส่เฉพาะขยะเปียก จะไม่มีขยะค้างอยู่ในถังเลย เพราะซาเล้งจะเอาขยะแห้งไปขาย และชาวบ้านที่เลี้ยงหมู จะเอาเศษอาหารไปเลี้ยงสัตว์ เห็นมั้ย เทศบาลก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะอาศัยธรรมชาติของตัวมันเองแบบนี้ โถ เห็นเขาทำถังขยะรีไซเคิล กู ก็จะทำ มึง ก็อยากจะทำแบบเขา ..... ตรงนี้เราเริ่มรู้สึกว่าพี่เขาจะเอ็นดูเราเป็นพิเศษ เหมือนลูกหลาน ที่เรียก กู มึง แบบที่ทั่นนายกสมัคร พูดกับนักข่าวว่ามึง และบอกว่า หมายถึง You ความรู้สึกที่เกิดและรวมตัวตอนนั้นคือ มึน และไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว เขาก็จบการสนทนาว่าจะเอาข้อมูลไปทำอะไร เราก็บอกว่าจะเอาไปลงบล็อก เพราะมีคนสนใจอยากรู้ เราก็เป็นธุระจัดหาให้ (คติประจำใจคือ ธุระของท่าน คือหน้าที่ของเรา) เขาก็พูดว่า พี่ก็มีบล็อกนะ ชื่อสนามหลวงแกงค์... สะกดเป็นมั้ย... .....สาธุ ลาที ชื่นใจจริง ที่เราได้ข้าราชการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับงานในตำแหน่งหน้าที่ ที่เป็นภาระกับตัวเองและสังคม จากที่กทม. ขึ้นเงินเดือนข้าราชการนั้น ไม่แน่ใจว่าขึ้นเงินเดือนให้กับซาเล้ง ที่ทำงานให้กับกทม. อย่างแข็งขันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ทำอะไรให้ซาเล้งบ้าง ก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไป อย่างนี้เขาเรียกว่า Abuse ประชาชนคนจนนะคะ ถ้าคุณอ่านเรื่องนี้ คุณไม่ต้องเชื่อนะ แต่ขอให้สังเกตว่า จุด drop off ในกทม. มีมั้ย หรือมีก็แค่หน้ากทม. เสาชิงช้า เอาไว้ประดับสถานที่ จะได้ตอบชาวบ้านว่ากำลังทำอยู่ การแก้ไขปรับปรุงการจัดการขยะและแยกขยะจากครัวเรือนนี้ไม่ยาก โดยจะต้องเริ่มจากบ้านคุณอภิรักษ์ ท่านผู้ว่ารถดับเพลิงของเราก่อน เมื่อท่านรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ท่านจะต้องยกจานเข้าไปในครัว และทิ้งเศษอาหาร จากนั้นก็เอาขยะจากครัวไปทิ้งที่ถังขยะใหญ่หน้าบ้าน รุ่งเช้าก็ต้องตื่นมาดูการจัดเก็บขยะ และตามรถขยะไปถึงจุดทิ้งขยะ ท่านก็เป็นคนเก่ง นำธุรกิจอุตสาหกรรม เข้าตลาดหุ้นและมีกำไรตั้งหลายตัว เรื่องง่ายๆ แค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหา ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านจะต้องปลอมตัวนะ ถ้าคนเก็บขยะเห็นท่าน เขาก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว หรือไม่ก็ ท่านก็โทรไปที่หมายเลข 02-246-1939 คุยกับคุณ ก. นามสกุล ภ. ดูก็ได้ ส่วนเพื่อนๆ ชาวบล็อก ถ้าอ่านแล้ว มีความคิดเห็นอย่างไร ก็ได้โปรดเมตตาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ดิฉันก็แค่คนบ้านนอก ที่เข้ากรุงมาและบังอาจอยากรู้อยากเห็น แต่ข้อมูลที่ได้เรียนรู้วันนี้ จะนำไปขยายต่อให้ชุมชนคลองเรียน 1 ของตัวเอง ที่มีบ้านอยู่ 50 หลัง และจะนำไปปรับปรุงจุด drop off ของชุมชน ขอบคุณพระเจ้า โชคดีที่ไม่ได้เกิดมาเป็นชาวกรุง งานนี้ตัวใครตัวมัน ปล. หมายเลขโทรศัพท์ท่านผู้ว่าคือ 02-221-2141-69 ต่อ 1000-1005 อย่ากด 0 นะคะ เพราะจะไม่มีคนรับสาย ใครรู้อีเมล์ท่านผู้ว่า ช่วยส่งข้อมุลนี้ไปหน่อยสิคะ แบบว่าชอบกินเกาเหลา ไม่มีเส้นค่ะ
|