*/
  • สันธิลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 226314
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน 2553
Posted by สันธิลา , ผู้อ่าน : 17657 , 00:12:54 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



เขียนโดย มาซารุ อิบุกิ

แปลเรียบเรียง โดย ธีระ สุมิตร/พรอนงค์ นิยมค้า

ราคา 95 บาท"คุณพ่อคุณแม่ฮะ เลี้ยงผมให้ฉลาด เก่ง ไม่พอนะฮะ ให้ผมเป็นคนมีคุณธรรมความดีด้วยนะฮะ ผมและสังคมจะได้มีความสุข"
"กุญแจสำคัญของการพัฒนาของเราอยู่ที่การ พัฒนาคน ถ้าเราพัฒนาคนให้ฉลาดสามารถเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น และตั้งอยู่ในความดีได้ นั่นแหละจึงจะแก้ไขปัญหาสังคมได้ ขณะนี้เรามีเด็กเกิดใหม่ปีละหนึ่งล้านคน เด็กหนึ่งล้านคน ไม่ว่าจะเป้นลูกคนจนหรือคนรวย เติบโตขึ้นตามบุญตามกรรม จนอายุมากพอก็เอาเข้าโรงเรียน ซึ่งเอาเป็นที่พึ่งได้น้อยในการพัฒนาสติปัญญา หวังว่าหนังสือจากญี่ปุ่นเล่มนี้จะเป็นเครื่องกระตุุ้้นเตือนให้เราคิดถึง เด็กๆ อันเป็นทรัพยากรที่มีค่าของเราและลงมือทำอะไร ที่จริงจังมากกว่าการให้หรือการรอรับคำขัวญลมๆแล้งๆ ปีละครั้ง"
ศ.นายแพทย์ ประเวศวะสี ในคำนำ
"นายอิบุกะผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้บุกบั่นสร้างบริษัทโซนี่ขึ้นมา เมื่อร่ำรวยแล้ว แทนที่จะไปเสพสุขในกองเงินกองทอง กลับให้ความสนใจแก่เด็กเล็กๆ ให้เฉลียวฉลาดเป็นคนดี นี่แหละญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าประเทศที่มีคนฉลาดมากที่สุดในโลก"
"เขาเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งที่เราเถียงไม่ได้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 ประเทศของเขาตกอยู่ในสภาพการถูกทำลายจากสงคราม เขาและผู้ช่วยชายหนุ่มอีกสามคนได้จัดตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า "โซนี่" ขึ้นมาด้วยทุนเพียง 700 ดอลล่าร์ เขาเป็นเพียงกลุ่มพลังเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ช่วยนำพาญี่ปุ่นจากสภาพบ้านเมืองที่สลักหักพัง และไร้ความหวังมาสู่ความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก"
"การศึกษาในวัยเด็กเล็ก" ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต เมื่อพูดถึงเรื่อง "การศึกษา" เรามักจะคิดว่าเป้นเรื่องการเรียนการสอน แต่ "การศึกษาในวัยเด็กเล็ก" คือบันไดขั้นต้นของการศึกษาเท่านั้น "จุดสำคัญของการศึกษาในวัยเด็กเล็ก" คือ "เวลาที่เหมาะสม" ผู้ที่มีหน้าที่สังเกตเวลาที่เหมาะสม" คือคุณแม่ของเด็กนั่นเอง แน่นอนคุณแม่ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องการศึกษาของลูกย่อมคิดถึงอนาคตของลููก และพยายามอย่างสุดความสามารถของตนเพื่อลูก ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนคุณแม่ทั้งหลายเหล่านั้น และหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เด็กทั้งหลายเติบโตเป้นคนดีเลิศมากขึ้น แม้แต่คนเดียวก็ยังดี"
"เด็กที่เกิดมาแล้วถูกทอดทิ้ง ใยประสาทของเซลล์สมองจะเกิดน้อย ทำให้ฉลาดน้อย เรียนได้ช้า ทำอะไรไม่ค่อยเป็น เฉื่อยชา ขาดเหตุผล แต่เด็กที่ได้รับการกระตุ้นทางตา หู จมูก ลิ้นและกาย ให้ได้เห็น ให้ได้กลิ่น ให้ได้ยิน ให้ได้สัมผัส ตั้งแต่เกิดใหม่ๆ โดยเฉพาะด้วยความรักจากแม่ จะช่วยให้เซลล์สมองงอกงาม"
"การให้เด็กฟังดนตรีดีๆ ให้เด็กเรียนไวโอลินนั้น ไม่ใช่เพื่อสร้างอัจฉริยบุคคลทางดนตรี รวมทั้งไม่ใช่การเตรียมเด็กเพื่อให้เข้าโรงเรียนอนุบาลดีๆหรือโรงเรียนประถม ดีๆ แต่อย่างใด การเรียนไวโอลิน ภาษาอังกฤษ และการอ่านตัวอักษรนั้นเป็นเพียงมาตรการอย่างหนึ่ง ในการค้นหาความสามารถอันมหาศาลของเด็กเท่านั้น"
"เรามักได้ยินคนพูดเสมอว่า "ยิ่งจนลูกยิ่งเยอะ" เรื่องนี้กับเรื่องที่มีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก มาจากครอบครัวยากจน คงจะเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง เพราะเหตุว่าเด็กยิ่งมีพี่น้องมากเท่าใดก็ยิ่งมีสิ่งกระตุ้นมากจึงมีโอกาส ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความสามารถและบุคลิกภาพที่เหนือกว่าผู้อื่น"
เป็นยังไงบ้างคะ นี่เป็นบางตอนที่ดิฉันคัดมาจากหนังสือ รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ช่างเป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ และเหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองเราในตอนนี้มากที่สุด ดิฉันคิดว่า เราทำความผิดพลาดมานานหลายทศวรรษ จากความเข้าใจผิดๆในการเลียงดูแลเด็กเล็ก จึงไม่แปลกที่มีคนกล่าวว่า เด็กไทยในปัจจุบันไอคิวลดลง เด็กไทยมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น แต่การแสดงออกแบบแก่แดด จึงเกิดขึ้น หนังสือเล่มนี้พยายามจะสื่อให้เห็นว่า กรรมพันธ์ูไม่ได้มีบทบาทมากนักในการสร้างคนให้เป็นคนฉลาดหรือเก่ง หรือสร้างอัจฉริยบุคคล แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลี้ยงดูเด็กที่ถูกวิธีและการสร้างสภาพแวดล้อม ในเด็กเล็กๆก่อนอายุ 3 ขวบ
น่าเสียดายที่ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนลูกสาวอายุ ขวบกับแปดเดือนแล้ว ดิฉันพลาดไปหลายอย่าง แต่คิดว่ายังมีเวลาอีกปีกว่าๆ ที่จะพัฒนาเขาขึ้นมาใหม่ แม้ว่าดิฉันจะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตอนที่ลูกยังเล็ก แต่ก็ได้ฝึกฝนเขามาระดับหนึ่งตั้งแต่เขายังอยู่ในครรภ์ หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นจริงเหมือนในหนังสือเลย
น้องสายนที สามารถนับเลขได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จาก 1-10 ตอนอายุขวบครึ่ง
น้องสายนที สามารถอ่านอักษรภาษาลาวได้ทั้งหมด หลังจากที่ดิฉันสอนเขาอ่านเพียงไม่กี่คร้ั้ง ตอนอายุปีกับเจ็ดเดือน
น้องสายนที สามารถร้องเพลง Alphabet song ตอนจบที่มีท่อน Now I know my A B C next time won't you sing with me ตอนอายุขวบกับเจ็ดเดือน
น้องสายนที ชอบอ่านหนังสือมาก ทุกๆวันก่อนนอนต้องขอร้องให้แม่อ่านหนังสือให้ฟัง น้องสายนทีมีหนังสือการ์ตูนประมาณ 10 เล่ม เธอสามารถเล่าเรื่องราวในหนังสือได้หมดทุกเล่ม โดยไม่ผิดเพี้ยนจากที่แม่อ่านให้ฟังเลย ถ้าวันไหนแม่แกล้งอ่านผิด เธอจะฟ้องว่าไม่ใช่
ก่อนนอนวันไหนที่แม่พาเข้านอนโดยแม่ลืมอธิษฐาน เธอจะไม่ยอมนอน จะลุกขึ้นมาชวนแม่อธิษฐานก่อนนอน
เวลาที่คุณแม่คุยกับใครนานๆ เธอจะเบื่อและจะพูดว่า "พูดพอแล้วคุณแม่ พูดพอแล้ว อะไรกันนักกันหนา" เธอช่างจดจำจริงๆ เฮ้อ
ดิฉันไม่เคยสอนให้ลูกเรียกตัวเองว่าคุณแม่ แต่เธอจดจำมาจากทีวีและเรียกดิฉันจนติดปากว่า "คุณแม่"
สิ่งที่สายนทีชอบมากที่สุดคือ การฟังเพลง การอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือ ตอนเด็กๆ จะนอนหลับได้ต้องมีเสียงเพลงกล่อม เพราะสิ่งแวดล้อมในบ้านเราเต็มไปด้วยหนังสือ และดิฉันสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตอนเย็นให้กับเด็กๆข้างบ้าน การสอนของดิฉันนอกจากสอนแบบทั่วไป ดิฉันสอนภาษาอังกฤษโดยใช้เพลงเป็นสื่อ ทุกๆวันเธอจึงซึมซับกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ และอยากจะเลียนแบบแม่
ทุกๆวันตอนเช้าตรู่ดิฉันจะตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือเป็นประจำ เธอจึงอยู่ในสภาพแวดล้อมของการศึกษาโดยไม่รู้ตัว และสนุกกับการเรียน
ดิฉันคิดว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ลูก แน่นอนว่าทุกครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้พ่อ แม่ ลูก แทบจะไม่มีเวลาหรือทำกิจกรรมร่วมกันเลย แต่ดิฉันคิดว่า การอดทนเพียงแค่ 3 ปีเพื่อการสร้างชีวิตที่ดีให้กับเขาตลอดชีวิตเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ดิฉันอ่านในตอนนึงในหนังสือบอกว่า แม่คือคนที่จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี โดยมีคุณพ่อเป็นผู้ช่วย จะมีหน้าที่อะไรที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดมากไปกว่างานเลี้ยงลูก บางครอบครัวต้องทำงานทั้งคู่ เพื่อหาเงิน เพื่อสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้กับลูกในอนาคต จึงฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยง หรือเนอสเซอรี่ หรือตายาย ที่ไม่ค่อยมีความรู้มากนัก แต่เขาลืมไปว่า อนาคตของลูกๆไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ใช่เงินเท่านั้น แต่มันคือสติปัญญา ความสามารถ ความดี คุณธรรม ที่ควรจะถูกปลูกฝังตั้งแต่แรกเกิด บางคนคิดว่า ตอนเข้าโรงเรียนแล้วค่อยปลูกฝังเขา หรือฝากความหวังไว้กับครู แต่นั่นเป้นิส่งที่ผิดพลาดมหันต์ เมื่อดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จึงคิดว่า บ้านเมืองเราจะสงบและดีขึ้นมาได้ เราคงจะต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่จากเด็กเล็กๆเหล่านี้ และการศึกษาที่พ่อแม่ควรจะรู้ก่อน หนังสือเล่มนี้จึงควรจะเป็นนหนังสือที่ทุกๆคน ไม่ใช่เฉพาะคนเป็นพ่อแม่เท่านั้นที่ควรจะอ่าน เพราะหากเราทุกคนเข้าใจสิ่งนี้ เราจะร่วมกันสร้างคนดี คนเก่งขึ้นมาเยอะๆร่วมกันได้ เราคงจะไม่ได้ยินว่า ใครโง่ ใครคอรัปชั่น



 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Man-of-Tomorrow วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theManOfTomorrow
บนเส้นทางสายสมมุติ  เธอกลายเป็นทุกอย่าง เว้น เป็นจริง

เห็นด้วยครับ

...ให้ผมเป็นคนมีคุณธรรมความดีด้วย...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ni_gul วันที่ : 19/09/2010 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

หนังสือดี อ่านได้ตลอดกาล
เป็นหนังสือประจำของที่บ้าน อ่านมานานเกือบ 30 ปีแล้วมังคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Maira วันที่ : 20/07/2010 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ขอบคุณที่ไปคอมเมนต์ในบ้านนะคะ ..

และขอบคุณมากที่แนะนำหนังสือดีๆ น่าอ่านมากค่ะ และมีประโยชน์มากสำหรับประเทศที่กำลังจะปฏิรูปด้านการศึกษา และพัฒนาประสิทธิภาพของคนในประเทศ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ถ้าผู้ใหญ่คนไทยฉลาด เด็กไทยก็ฉลาด พ่อแม่บางคนรู้ตัวว่าตัวเองไม่ฉลาด ก็เลยเชื่อฟังลูกไปทุกเรื่อง ลูกที่ไม่มีคนคอยแนะนำก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยมีคุณค่าต่อสังคม หรือร้ายกว่านั้นกลับเป็นคนถ่วงสังคมเสียอีกด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Augustman วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

• เคยอ่านหลายปีมาแล้ว..ไม่แน่ใจว่าใน"หมอชาวบ้าน"หรือเปล่า....ยอมรับว่าดีมาก ๆ ครับ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงวอ วันที่ : 02/07/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

คนไทยอ่านหนังสือน้อย ต้องช่วยกันครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
popladda วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

น่าสนใจครับ
ผมก็เลี้ยงเด็กสามขวบอยู่ เข้าอนุบาลแล้ว
แม้หนังสือจะบอกว่าสายไป แต่ผมก็ยังอยากอ่าน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

แก้คำผิด จาก เล่น เป็น เล่มเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีค่ะ

อ้าว ปื้มเล่นนี้เปลี่ยนหน้าปกเสียแล้ว
น้องกะซื้อมาอ่านคือกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ting วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 03.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

ดีมากคะอยากเห็นเด็กไทยเติบโตพร้อมด้วยคุณธรรม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลมอีสาน วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomisarn

แวะมาอ่านตอนดึกครับ ผมก็มีอยู่เล่มหนึ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สันธิลา วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saynathy

ขออภัยผู้อ่านนะคะ อาจจะเขียนตัวเล็กไป เพราะไม่รู้จะใช้ฟร้อนท์อะไรดี แลยังเขียนผิดเยอะมาก แต่แก้ไม่ไหวแล้ว ง่วงนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน