พิมพ์หน้านี้
|
ถึงขณะนี้มีแนวโน้มว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงลำพังฝ่ายเดียวได้ แม้ว่าจะไม่ได้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากประเทศไทยก็ตาม เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ก็คือ.... "ต้องยอมรับว่าเราเสียเปรียบในเรื่องการต่อรอง เพราะรัฐบาลกัมพูชากำหนดให้เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเป็นวาระแห่งชาติ การเป็นรัฐบาลเดียวทำให้มีความแน่นอนในการดำเนินนโยบาย แต่ของไทยเรามีการปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินการ อีกทั้งเมื่อมีการปฏิวัติในไทย ประเทศที่เขาไม่ยอมรับการปฎิวัติก็หันไปสนับสนุนกัมพูชา โดยเฉพาะสหรัฐซึ่งส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยกัมพูชาทำเอกสารต่างๆ และเป็นหลักในการสนับสนุนกัมพูชาเรื่องนี้" หากเป็นเช่นนั้นจริงๆก็เท่ากับว่าการพิจารณาว่าจะให้โบราณสถานใดๆมีสถานะเป็นมรดกโลกหรือไม่นั้น ใช้ประเด็นการเมืองเป็นหลักแทนที่จะพิจารณาบนพื้นฐานขององค์ประกอบอื่นๆที่คณะกรรมได้ออกระเบียบกฏเกณฑ์ ไว้เช่นนั้นหรือ ที่สำคัญนายปองพลไม่เคยพุดถึงประเด็นเรื่องนี้ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมการประชุมที่แคนาดา เพิ่งเปิดประเด็นนี้เมื่อเดินทางถึงที่นั่นแล้วและหลังจากการพูดคุยนอกรอบกับบรรดาตัวแทนของประเทศต่างๆที่จะเป็นกรรมการในการพิจารณาทั้ง 21 ประเทศแล้ว โดยนายปองพลยังกล่าวต่อไปว่าและเมื่อถามต่อไปว่าการที่กัมพูชาเสนอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทถือว่าเราไม่ได้เสียดินแดนใช่หรือไม่ นายปองพลกล่าวว่า ไม่เสียเพราะเป็นการเสนอขอขึ้นทะเบียนตามมติศาลโลกและมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2505 ของเรา "ผู้แทนหลายประเทศที่พบแสดงความรู้สึกในเรื่องนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าไทยจะฟื้นตัวทางการเมืองเร็ว แต่คิดว่าการปฏิวัติจะอยู่นาน เมื่อเรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว แต่เขาบอกว่าช้าไป เขาปรับตัวไม่ได้ ณ ขณะนี้" ทำไมการที่ประเทศใดจะมีวิถิการปกคองอย่างไร จะส่งผลถึงการดูแลรักษาโบราณสถานในประเทศนั้นๆด้วยหรือ และหากเปรียบเทียบระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่าประเทศใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่ากัน บรรดาฝรั่งมังค่าเขาจะว้ดกันที่ว่ามีการเลือกตั้งหรือไม่เท่านั้น โดยไม่ให้ความสนใจองคาพยพอื่นๆในการขับคลื่อนชาติบ้านเมืองเลย กระนั้นหรือ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าสิ่งที่พูดกันก่อนหน้านั้นเป็นความเข้าใจผิดหรือ นายปองพลกล่าวว่า ไม่ใช่การเข้าใจผิด แต่เป็นเรื่องความเป็นห่วง เพราะเดิมกัมพูชาเสนอพื้นที่ทับซ้อนด้วย ดังนั้นต้องมีการติดตามความคืบหน้าของเรื่องทุกฝีก้าว ถ้าปล่อยไปอาจสายเกินแก้ได้ จะเห็นได้ว่าขณะนี้ดูเหมือนนายปองพลได้กลับไปแสดงจุดยืนเหมือนจุดยืนของ นายนพดล ปัทมะ รมต.ว่าการกระทรวงต่างประเทศก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ยับยั้งแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกัมพูชาที่นายนพดล ไปลงนามสนับสนุนให้กัมพูชาสามารถขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ทั้งยังสอดคล้องกับจุดยืนของนายสมัคร สุนทรเวชที่ยังคงยืนยันผ่านรายการสนทนาประสาสมัคร จึงไม่น่าสงสัยอีกต่อไปแล้วว่า โอกาสที่ทางกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น มีความเป็นไปได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะผู้แทนฝ่ายไทยทั้งจากรัฐบาลและจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ต่างขาดจุดยืนที่เข้มแข็งในการที่จะสงวนสิทธิ์และปกป้องอธิปไตยของชาติในการที่จะขอเป็นผู้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโบราณสถานพระวิหารทั้งหมดร่วมกันอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน บนพื้นฐานของบ้านพี่เมืองน้องที่มีความผูกพันกันมานานแสนนานนับร้อยๆปี เอวัง..... |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||