พิมพ์หน้านี้
|
นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดี ที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กับพวกรวม 15 คน ก่อความไม่สงบบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค.50 ซึ่งครบรอบ 1 ปี ในวันนี้ว่า คณะทำงานอัยการฝ่ายคดีอาญา กอง 10 ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และคณะทำงานอัยการได้ส่งสำนวนไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ คาดว่าจะมีคำสั่งได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด ขณะนี้ครบกำหนดฝากขังแล้วจึงต้องปล่อยตัวไป แต่หากอัยการมีคำสั่งฟ้องจะต้องประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ต้องหา มาทราบคำสั่งต่อไป(กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 22 ก.ค.) นับจากวันเกิดเหตุจนถึงว้นนี้ครบ 365 วันพอดี แล้วก็ใช่ว่าจะมีการสั่งคดีเลยนะ แค่เพิ่งสรุปสำนวน เพียงแต่คาดว่าน่าจะสั่งคดีได้ภายในเดือนสิงหาคมเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ้นเดือนสิงหาไปแล้ว จะสั่งคดีได้จริงหรือเปล่า และจะสั่งฟ้องหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบ อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้โดยสามารถสรรหาเหตุผลประกอบข้ออ้างได้สารพัด โดยถูกต้องตามหลักกฏหมายด้วย นี่ไม่ใช่คดีเดียวที่อัยการเอาเรื่องไปดองไว้เป็นปีๆ ยังมีอีกมายมายหลายคดีนักที่แม้จะได้รับสำนวนการสอบสวนจากตำรวจแล้ว อัยการก็มีสิทธิที่จะเตะถ่วงเรื่องไว้ยาวนานจนลืมไปเลยว่ามีคดีดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยหรือ อย่างคดีการที่มีกลุ่มบุคคลยกพวกไปปิดล้อมสำนักงาน นสพ.คมชัดลึก ซึ่งเกิดขึ้นก่อนคดี นปก.บุกบ้านป๋าเปรมด้วยซ้ำ จนปานนี้ก็ไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว กลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่าอัยการนั้น เป็นกลุ่มบุคคลในองค์กรของรัฐอีกองค์กรหนึ่งที่หากจะมีการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานอย่างแท้จริงแล้ว เชื่อว่าส่วนใหญ๋ไม่น่าจะผ่านการประเมิน โดยเฉพาะในประเด็นความโปร่งใสในการทำงานและประสิทธิผลต่อการทำงานในแต่ละคดี พฤติกรรมที่เป็นที่โจษขานกันอย่างเซ็งแซ่และยอมรับกันอยู่ในหมู่ประชาชนคนไทยทุกระดับชั้นก็คือ เมือใดที่ต้องดคีอาญา ถ้าอยากหลุดคดีหรือได้รับโทษทางอาญาสถานเบา นอกจากต้องมีค่าป่วยการให้ตำรวจเจ้าของคดีแล้ว ต้องไม่ลืมเซ่นไหว้อัยการเจ้าของสำนวนด้วย โดยปกติแล้วทางตำรวจจะเป็นตัวกลางดำเนินการให้โดยไม่ต้องไปถึงตัวอัยการแต่อย่างใด เพราะฉนั้นอัยการจึงมักจะรอดพ้นจากการถูกพาดพิงถึง กรณีมีการกล่าวหาว่ามีการกินสินบาท คาดสินบนตลอดมา เรียกว่าได้กินโดยไม่ต้องเอื้อมมือไปตักเอง จะมีคนคอยป้อนใส่ปากให้เรียบร้อย ท่านอัยการมีหน้าที่แค่เคี้ยวและกลืนลงคอเท่านั้นเอง นี่ไม่รวมถึงข้อครหาสำหรับกรณีดคีอาญาทางการเมืองที่มีนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลเป็นจำเลย ซึ่งมักจะไม่ค่อยปรากฏว่าสามารถนำตัวคนผิดมาลงโทษได้จริงๆ แต่ทั้งนี้ไม่ได้เหมารวมว่าอัยการทั้งหมดมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้นะ อัยการที่ดีก็น่าจะพอมีอยูบ้าง เฉกเช่นเดียวกับเรื่องแป๊ะเจี๊ยะในสถาบันการศึกษาที่แทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่เคยปฏิเสธ มีแต่จะก้มหน้าหยิบยื่นให้แต่โดยดี เพื่อแลกกับอนาคตทางการศึกษาของบุตรหลานของตัวเอง จนซึมซับเข้าไปในชีวิตจิตใจของคนไทยว่า ถ้าอยากให้ลูกมีโอกาสเรียนในโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียงก็ต้องพร้อมเทกระเป๋าให้ทันที่ที่มีแววว่าลูกจะสอบเข้าไม่ได้ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกตัวเองจะฉลาดสู้ลูกคนอื่นเขาไม่ได้นะ แต่เมื่อที่นั่งมีจากัด ก็หลีกเลี่ยงไม้พ้นที่ต้องแสดงความมีน้ำใจให้ผู้บริหารสถานศึกษานั้นๆได้เห็น สรุปก็คือหากยังปล่อยให้ความอยุติธรรมครอบงำการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทยอยู่แบบนี้ ก็คงไม่ค้องถามหาความยุติธรรมที่แท้จริงตามตัวบทกฏหมายให้เสียเวลา เพราะมันจะวัดกันที่ว่าท่านมีปัญญาจ่ายได้เท่าไหร่ เท่านั้นแหละ ยิ่งจ่ายมากก็จะได้รับความยุติธรรมมาก ถ้าจ่ายน้อยหรือไม่จ่ายเลย ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่ "แล้วแต่โชคชะตา ฟ้าลิขิต" ก็แล้วกัน จริงไหมครับท่าน |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||