พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจท่านที่แวะเข้ามา entry นี้ว่าเรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผมซึ่งเป็นประขาขนคนไทยเต็มขั้น ไม่ใช่คนที่ทำงานในแวดวงสื่อและไม่ได้ร่ำเรียนมาในแขนงวิชาสื่อสารมวลชน ไม่ได้เป็นนักวิชาการ แค่เป็นประชาชนคนไทยธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น และว้ตถุประสงค์ที่เขียนเรื่องนี้ เพื่อต้องการสะท้อนมุมมองของตัวเองให้ท่านพิจารณา แลกเปลี่ยนทัศนะ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตามที่มีโอกาสได้แสดงความเห็นของตนเองโดยอิสระ ไม่ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ตามหลักการที่ทางOK Nation เปิดโอกาสให้ทำได้ และยืนดีอย่างยิ่งที่จะรับทราบความเห็นต่าง แต่ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านแบบสร้างสรรค์ มีเหตุผล แทนการโต้แย้งแบบชวนทะเลาะ หรือไม่ก็แค่แวะอ่านเฉยๆแล้วผ่านเลยไป ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง.... ในบรรดาปฏิบัตการ "ไทยคู่ฟ้า" ที่กลุ่มมวลชนพันธมิตรได้กระทำมาทั้งหมดตั้งแต่ชวงเช้าตรู่ของวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ประเด็นการบุกยึด NBT ได้รับการวิพากวิจารณ์มากที่สุด ว่าเป็นปฏิบัติการที่เกินเลย ความชอบธรรม และถึงขนาดถูกสมาคมสื่อทั้งสามสมาคม ออกแถลงการณ์ประณามว่าเป็นการกระทำที่เข้าลักษณะ "คุกคามสื่อ" ประเด็นที่จะใคร่ขอแสดงความเห็นต่างก็คือ NBT มีสถานภาพเป็นสื่อเช่นเดียวกับสื่อสารมวลชน ในความหมายที่แท้จริงหรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตท้าวความให้เห็นว่าก่อนที่จะมาเป็น NBT ในวันนี้ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยงบประมาณที่มาจากภาษีอากรที่รัฐเรียกเก็บจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ภายใต้ชื่อ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ให้ทำหน้าที่เป็นสื่อของรัฐ โดยมีบุคลากรผู้ดำเนินการทั้งหมดเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ ไม่สามารถมีการโฆษณาขายสินค้าใดๆได้ เว้นแต่การประชาสัมพันธ์องค์กรในลักษณะผู้สนับสนุนรายการเท่านั้น วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ก็เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นสถานีโทรทศน์ที่เน้นการให้ข้อมูล ข่าวสารเชิงสาระความรู้ต่างๆแก่ประปาชนชน โดยไม่มีรายการบันเทิงใดๆ พร้อมกับทำหน้าที่ถ่ายทอดสดงานรัฐพิธีต่างๆ และภารกิจสำคัญๆของทางราชการ รวมถึงการถ่ายทอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามวาระที่ทางสภาอนุญาตให้มีการถ่ายทอดได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่อง 11 ได้ทำหน้าที่นี้มาอย่างสมบูรณ์ไม่บกพร่อง แม้กระทั่งรายการข่าวของช่อง 11 ก็เป็นรายการข่าวในลักษณะการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ความเคลื่อนไหว กิจกรรมของหน่วยงานราชการต่างๆเป็นหลัก ตามภาระหน้าที่ในฐานะเป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์หน่วยหนึ่งของทางราชการ ไม่เคยปรากฎว่ามีการใช้ข่อง 11 ในเชิงของการโฆษณาชวนเชื่อ หรือเป็นเครื่องมือในการสื่อสารของรัฐบาลอย่างเฉพาะเจาะจง แม้แต่ในสมัยที่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม เหตุผลที่ช่อง 11 ไม่เคยถูกนำไปใช้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลในสมัยคุณทักษิณ เพราะในขณะนั้น คุณทักษิณได้เข้าฮุบกิจการของ ไอทีวี ไว้อย่างเบ็ดเสร็จในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และสามารถใช้ ไอที่วี เป็นกระบอกเสียงของคุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยได้อย่างสมบูรณ์และชอบธรรม ส่วนประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารจาก ไอทีวี จะให้ความเชื่อถือศรัทธาต่อการทำหน้าที่เป็นสื่อสารมวลชนของ ไอทีวี มากน้อยเพียงใด ก็แล้วแต่วิจารณาญานของแต่ละคนโดยอิสระ และแม้จะมีผู้คนจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตุ ต่อการทำหน้าที่สื่อของ ไอทีวี ก็ตาม แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าคุณทักษิณเป็นเจ้าของตัวจริงของไอทีวี ไอทีวี จึงมีสถานภาพเป็นสื่อเอกชนที่ลงทุนทั้งหมดโดยเอกชน ในลักษณะของการจ่ายสัปทานให้รัฐเป็นรายปี ไอทีวี จึงไม่ถือเป็นสื่อของรัฐ ก็ยากนักที่ใครจะต่อต้านหรือคัดค้านต่อสถานภาพที่แท้จริงของ ไอทีวี ในช่วงนั้นได้ แต่ในส่วนของ NBT นั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ ไอทีวี เพราะ NBT นั้นเป็นสื่อของรัฐโดยสมบูรณ์ การลงทุนทั้งหมดเป็นเงินภาษีของประชาชน แต่ในทันที่ทีถูกเปลี่ยนชื่อเป็น NBT รูปแบบของการจัดรายการโดยเฉพาะรายการประเภทข่าว ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยใช้รูปแบบเดียวกับ ไอทีวี รวมทั้งใช้บุคลากรเดิมของ ไอทีวี ส่วนที่ไม่ได้ไปสมัครร่วมงานกับ TPBS จนกล่าวได้ว่า เป็นการฮุบรายการประเภทข่าวทั้งหมดของช่อง 11 โดย ไอทีวี ก็ว่าได้ โดยในส่วนของการดำเนินงานในส่วนนี้ ทางNBT แจ้งว่าเป็นลักษณะการให้เอกชนมาเช่าเหมาเวลาบางส่วนของ NBT โดยแบ่งรายได้จากการขายโฆษณาให้ NBT ในลักษณะของค่าเช่าเหมาเวลา ตามอัตราที่ตกลงกัน ซึ่งประเด็นนี้กำลังมีการตรวจสอบจาก สตง.ว่าถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่อย่างไร เพราะฉนั้นทันที่ที่ช่อง 11 ถูกแปลงสภาพเป็น NBT ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ใน NBT ทันทีจากภารกิจในการเป็นสื่อของรัฐ กลายเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทันที ด้วยการใช้ทีมงานข่าวเดิมจาก ไอทีวี เป็นผู้ขับเคลื่อน ข้อมูล ข่าวสารที่ได้รับการถ่ายทอดโดยทีมงานข่าวเดิมของไอทีวี ผ่านทางรายการข่าวของ NBTนั้นแทบไม่แตกต่างจากข้อมูล ข่าวสารลักษณะเดิมของ ไอทีวี แต่อย่างใด จนกล่าวได้ว่า NBT ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อของรัฐอีกต่อไป ทั้งๆทีสถานภาพที่แท้จริงนั้น NBT ยังเป็นทรัพย์สินของรัฐโดยสมบูรณ์ แต่กลับถูกใช้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล แทนที่จะทำหน้าที่เป็นสื่อของรัฐตามเจตนาดั้งเดิมในการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง11 เพราะฉนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า NBT ไม่ใช่สื่อสารมวลชนที่แท้จริงแต่อย่างใด แต่กลายเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ภายใต้เสื้อคลุมสื่อ เท่านั้น การที่กลุ่มมวลชนพันธมิตรบุกยึด NBT นั้น มีวัตถุประสงค์ชัดเจนที่ต้องการนำ NBT กลับมาทำหน้าเป็นสื่อของรัฐอย่างแท้จริง ตามเจตนาดั้งเดิมของช่อง 11 เท่านั้เอง หาใช่การคุกคามสื่อแต่อย่างใด และเป็นที่น่าสังเกตุว่าแม้จะผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว แต่ การทำงานด้านรายการข่าวของ NBT ก็ยังเป็นไปในลักษณะการโษณาชวนเชื่อและเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเช่นเดิม อีกประเด็นที่น่าพิจารณาก็คือนิยามของการเป็นสื่อสารมวลชน ที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร หรือแค่เป็นวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ ก็ถือว่าเป็นสื่อสารมวลชนแล้ว โดยไม่ต้องพิจารณาบทบาทที่แสดงออกมาของสื่อนั้นๆว่าเป็นไปในทิศทางใด กระนั้นหรือ แล้วอย่างนี้คนที่ทำหน้าทีเป็นสื่อมวลชน สมควรที่จะได้รับการยกย่องสถานภาพเป็นกลุ่มบุคคลพิเศษ ที่เรียกกันว่า กลุ่มฐานันดรที่สี่ ได้อย่างไร ส่วนการกระทำดังกล่าวของมวลชนพันธมิตร จะเป็นความผิดตามกฏหมายหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินคดีกันตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||