พิมพ์หน้านี้
|
มนุษย์ต่างดาว ดวงดาวสีน้ำเงินเบื้องหน้าทำให้ชายหญิงผู้เดินทางมาจากดาราจักรแอนโดรเมด้าตกตะลึงในความงาม มันงดงามยิ่งกว่าดาวดวงใหม่ที่บรรพบุรุษของพวกเขาย้ายไปอาศัยอยู่ตั้งแต่หนึ่งพันปีก่อน โดยไม่ได้หวนกลับมายังดาวโลกอีกเลย ชายหญิงสองคนยืนกุมมือกันด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจต่อภาพเบื้องหน้า ดวงดาวขยายใหญ่ขึ้นเมื่อยานบินเข้าไปใกล้ สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง และสีขาวของหมู่เมฆระบายเหนือมหาสมุทรเบื้องล่าง มันสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนภาพวาดนามธรรมของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ดาราจักรแอนโดรเมด้าเป็นดาราจักรที่อยู่ใกล้ดาราจักรทางช้างเผือกมากที่สุด จากปูมบันทึกเหตุการณ์อพยพครั้งสำคัญในอดีตเล่าว่า มนุษย์สมัยโบราณได้อพยพออกจากดาวโลกเนื่องจากภัยพิบัติโรคระบาด ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ทำให้มนุษย์เร่งค้นหาดวงดาวที่พอจะอาศัยอยู่ได้และอพยพไปอยู่ที่นั่น และพวกเขาก็ค้นพบดาวดวงหนึ่งในหมู่ดาราจักรแอนโดรเมด้า ถึงแม้ดาวดวงใหม่จะมีชั้นบรรยากาศ มีออกซิเจนให้หายใจ แต่ก็ไม่สามารถเทียบเคียงความสวยงามของดาวโลกได้เลย ดาวของเขามีสีแค่สองสีคือน้ำเงินของน้ำ ท้องฟ้า และสีขาวของหมู่เมฆ ดาวดวงใหม่ของมวลมนุษย์ยุคใหม่เป็นดาวเคราะห์มหาสมุทร องค์ประกอบของดวงดาวมีแต่น้ำทะเล และมีความลึกนับร้อยกิโลเมตร ทั้งสองเห็นแต่น้ำและดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้นเมื่ออยู่บนดาวที่เขาจากมา การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คือการโยกย้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ไม่กี่พันคน ให้พ้นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปเกือบหมดโลกสู่ดาวดวงใหม่ ตามตำนานที่บรรพบุรุษบันทึกเรื่องภัยพิบัติบอกเอาไว้ว่า โลกเต็มไปด้วยโรคระบาดที่เกินกว่าจะเยียวยา เป็นโรคระบาดที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าเชื้อโรคทั่วไป เพราะมันเป็นเชื้อโรคที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมที่หลุดออกมาจากห้องทดลองอาวุธชีวภาพของนักวิทยาศาสตร์การทหาร กลายเป็นโรคระบาดครั้งร้ายแรง ทำให้มนุษย์โลกยุคนั้นล้มตายอย่างมหาศาล ไม่มีทางแก้ไขปัญหานี้ได้เลย เพราะเชื้อโรคได้แพร่กระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศทั่วโลกแล้ว มันไม่เพียงทำลายชีวิตมนุษย์เท่านั้น แต่ยังทำลายสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิดบนโลก การอพยพสู่ดาวดวงใหม่จึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น "ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะสวยงามเพียงนี้ น่าเสียดายที่บรรพบุรุษของเราทิ้งดาวดวงนี้" หญิงสาวรำพึงขึ้นมาหลังจากยืนสงบนิ่งเพ่งมองดาวโลกเบื้องหน้าเป็นเวลานาน "นั่นสิ โลกสวยงามเกินกว่าที่เคยคิดไว้" ชายหนุ่มเองก็ตะลึงในความสวยงามของดาวโลกไม่แพ้กัน บรรพบุรุษของเขาอพยพทิ้งดาวบ้านเกิดเพื่อไปอยู่ในดาวที่ทุรกันดารยิ่งกว่า ถ้ามันไม่ร้ายแรงจริง พวกเขาเหล่านั้นคงไม่หนีไปจากดาวดวงนี้แน่ แม้ว่าจะห่างหายจากโลกถึงหนึ่งพันปี มนุษย์รุ่นเขายังสามารถรับรู้อิทธิพลความยิ่งใหญ่ของดาวโลกจากมรดกที่นำติดตัวสู่ดาวดวงใหม่ บรรพบุรุษผู้เปี่ยมด้วยปัญญาได้สร้างแผ่นดินโลกจำลองบนดาวดวงใหม่ โดยการดึงเอาอุกกาบาตจำนวนมหาศาลมาบดสร้างเป็นแผ่นดินลอยน้ำ และนำเมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดเพาะปลูกบนนั้น นักวิทยาศาสตร์เพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด พวกเขาตัดแต่งพันธุกรรมพวกมันให้อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ดวงใหม่ และอาศัยเป็นอาหาร เพื่อสร้างดาวดวงใหม่ให้เหมือนดาวโลกต้นแบบให้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถเทียบเท่าได้แม้เพียงเล็กน้อย "ฉันคิดว่าป่านนี้ดาวโลกคงกลับสู่สภาวะปกติแล้ว โอ ฉันอยากลงไปดูให้เต็มตาและสูดลมหายใจให้เต็มปอดเหลือเกิน" " ได้สิที่รัก เราจะนำยานลงจอดในไม่ช้านี้" ชายหนุ่มดึงหญิงสาวคนรักมาโอบกอดเอาไว้ "ป่านนี้พวกเขาคงตามหาตัวพวกเราวุ่นวายแน่ ๆ พวกเราเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานก็สร้างความเดือดร้อนให้พวกเขา" หญิงสาวรำพึงถึงเหล่าญาติมิตรที่พวกเขาจากมา "เรามาเยี่ยมดาวโลกเพื่อกลับไปบอกทุกคนที่นั่นว่า ตอนนี้โลกเป็นอย่างไรบ้าง พวกเราทิ้งมันมานานเกินไป ถ้าโลกดีขึ้น เราจะนำหลักฐานไปบอกพวกเขาว่า ดาวโลกกลับคืนสู่สถานะที่ปลอดภัยแล้ว" "คิดว่าเป็นการมาฮันนีมูนของเราก็แล้วกัน" ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวผู้เป็นที่รักพร้อมกับกอดเธอให้กระชับในวงแขนด้วยความรักขณะสายตาจับจ้องดาวสีน้ำเงินดวงใหญ่มหึมา ตำนานโรคระบาดรุนแรงทำให้ยังไม่มีใครกล้ากลับมาสำรวจ แต่เขาทั้งคู่เป็นมนุษย์คู่แรกที่กลับมาเยือนดาวโลก "ผมเพิ่งส่งข้อความกลับไปที่สถานีอวกาศแอนโดรเมด้า บอกพวกเขาให้รู้แล้วว่าพวกเราเดินทางกลับมาเยี่ยมเยือนโลก" "ดูเหมือนพวกเขาจะโมโหมาก พวกเขาออกกฏห้ามเด็ดขาดไม่ให้มีการกลับมาดาวดวงนี้อีก ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงกีดกันไม่ให้มีการสำรวจดาวโลกแม้ว่ามันจะผ่านไปถึงหนึ่งพันปี ทั้งที่ดาวโลกน่าจะฟื้นฟูตัวเองได้แล้ว" ชายหนุ่มก้มมองเครื่องคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารที่ติดบนข้อมือขนาดเล็ก มีไฟสีฟ้ากระพริบถี่ ๆ เป็นสัญญาณเตือนว่ามีข้อความใหม่ส่งมาถึงเขา "พวกเขาส่งข้อความมาว่าอย่างไรบ้างค่ะ" หญิงสาวรู้ดี ถึงแม้ว่าเหล่าผู้ปกครองจะโกรธ แต่ก็ใจดีเกินกว่าจะลงโทษพวกเขา เพราะชายหนุ่มคือลูกชายของประธานคณะผู้ปกครองดวงดาว "พ่อผมส่งข้อความมาบอกว่า พวกเขาประชุมกันแล้ว ได้ข้อสรุปให้เราเป็นผู้สำรวจดาวโลก และเตือนให้ระวังตัวให้ดี ขอให้การเดินทางกลับสู่ดาวโลกครั้งนี้เป็นความลับที่สุด เมื่อได้ข้อมูลแล้วให้รีบแจ้งกลับไปทันที เพื่อพวกเขาจะรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป" ดูเหมือนคำเตือนไม่สามารถทำให้ทั้งคู่วิตกกังวลได้เลย เพราะความสวยงามของดาวโลกแผ่นดินแม่รออยู่ตรงหน้าแล้ว
ยานพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกอย่างรวดเร็ว ประกายไฟจากการเสียดสีของยานกับชั้นบรรยากาศขณะพุ่งสู่พื้นโลกทำให้การร่อนสู่พื้นเหมือนดาวตก เขาบังคับยานให้ร่อนลงจอดริมชายหาดบนฝั่งทะเลแถบที่เคยเป็นภาคใต้ของประเทศไทย ตำแหน่งในแผนที่บอกว่าบริเวณนี้เคยเป็นอาณาเขตภายในปริมณฑลจังหวัดภูเก็ต และในรายละเอียดบอกว่าที่นี่คือหาดป่าตอง "บรรพบุรุษของคุณเป็นคนที่ไหนหรือคะ" ชายหนุ่มยิ้มเมื่อหญิงคนรักเอ่ยถามที่มา "บรรพบุรุษของผมเคยอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ต้นตระกูลของผมเป็นคนจังหวัดแพร่" "บรรพบุรุษของฉันมีเชื้อสายเป็นคนจากประเทศจีน ถ้ามีเวลาพอ เราเดินทางไปเที่ยวแผ่นดินที่เคยเป็นประเทศจีนกันดีไหมคะ" ทั้งคู่ไม่รู้สึกว่าที่นี่จะมีอันตรายใด ๆ สภาพแวดล้อมของดาวโลกงดงามเกินกว่าที่คิดหรือเคยเห็นในภาพที่บันทึกไว้ในสมัยโบราณ ความงดงามของภาพภายนอกยานทำให้เป็นเหมือนการมาฮันนีมูนของคู่บ่าวสาวจากดาราจักรแอนโดรเมด้า ถึงแม้ว่าภาพสิ่งก่อสร้างปรักหักพังของสถานบันเทิงในสมัยโบราณจะปรากฏให้เห็นริมหาด แต่ภาพธรรมชาติของท้องทะเลสวยงาม ท้องฟ้าสีคราม หมู่เมฆสีขาวประดับบนท้องฟ้า ทำให้พวกเขามั่นใจว่า โลกกลับสู่สภาพปกติ เมื่อมนุษย์อพยพไปจากดาวโลกแล้ว โลกคงใช้เวลาพันปีที่ปราศจากมนุษย์ฟื้นฟูตัวเอง "ผมจะลองใช้สัญญาณค้นหาสิ่งมีชีวิตในอาณาบริเวณสิบกิโลเมตรจากตรงนี้" น่าอัศจรรย์ โลกที่สิ่งมีชีวิตเกือบสูญพันธุ์ แต่บัดนี้บนจอคอมพิวเตอร์แผงควบคุมยานอวกาศ ปรากฏสัญญาณสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลเกินกว่าสิบล้านชีวิต บนบกอีกกว่าสองล้านชีวิต แต่เขายังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสัญญาณชีวิตที่ปรากฏบนจอเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้าง แต่พวกเขาก็มั่นใจว่า ดาวโลกเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน "คุณคะ เรารีบลงไปข้างล่างกันเถิด ฉันรอไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวคนรักกระตือรือร้นที่จะลงไปสัมผัสหาดทรายเบื้องล่างเต็มที "ถึงอย่างไร ในฐานะที่ผมเป็นผู้นำครอบครัว ผมต้องแน่ใจให้ถึงที่สุดว่าภายนอกยานปลอดภัยอย่างแท้จริง เราจะใส่ชุดอวกาศป้องกันเชื้อโรคลงไปกัน" "โธ่ ที่รักคะ จากการตรวจค้นหาเชื้อโรคก็บอกแล้วว่า โลกปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่หรือคะ" "ถึงแม้ว่าโลกจะดูปลอดภัย แต่ผมจะเชื่อว่าปลอดภัยก็ต่อเมื่อเราป้องกันจนถึงที่สุดก่อน และที่สำคัญเราต้องมั่นใจว่าทุกอณูที่เรานำมาจากดาวของเราจะไม่ทำลายโลกอีกครั้ง อย่าลืมสิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่พร่ำสอนมาตลอดบนดาวของเราสิ" เหล่าบรรพบุรุษผู้อพยพสู่ดาวดวงใหม่ตระหนักถึงผลกระทบของการขาดความรับผิดชอบจากมนุษย์สมัยก่อนบนดาวโลกใบเดิม พวกเขาปลูกฝังและสั่งสอนคนรุ่นต่อมาอย่างเข้มงวดเรื่องความรอบคอบและรับผิดชอบต่อทุกอย่างที่เข้าไปมีส่วนร่วม มนุษย์รุ่นใหม่จะต้องเป็นผู้ตระหนักต่อผลกระทบทุกอย่างที่ทำลงไป โดยเฉพาะเรื่องธรรมชาติ "ดังนั้นเราจะทำลายธรรมชาติของดาวดวงนี้เหมือนมนุษย์ในอดีตไม่ได้" เมื่อประตูยานเปิดออก ถึงแม้ว่าภายในชุดอวกาศจะถูกปรับอากาศให้เย็นสบาย แต่อากาศอบอุ่นจากแสงแดดส่องทะลุกระจกป้องกันรังสีเข้ามาสัมผัสร่างกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดหนา "ฉันว่าข้างนอกจะต้องอบอุ่นแน่นอน" หญิงสาวกระซิบผ่านเครื่องมือสื่อสารภายในชุด พวกเขาพากันเดินขึ้นไปบนหาดสู่แนวต้นมะพร้าวที่ขึ้นหนาแน่น เพื่อเดินสำรวจหมู่ตึกโบราณ ซึ่งเมื่อสองพันปีก่อนมันคือสถานบันเทิงชื่อดังของหาดป่าตอง "หาดทรายสวยมากคะ มันสวยยิ่งกว่าหาดทรายที่บดจากก้อนอุกกาบาต" หาดทรายที่เต็มด้วยก้อนกรวดสีซีด ๆ บนดาวเคราะห์ที่จากมาช่างแตกต่างจากหาดทรายบนโลก หาดทรายละเอียดมีสิ่งมีชีวิตมากมายซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนทราย แสงอาทิตย์สะท้อนเม็ดทรายสว่างไสวไปทั่วทั้งหาดราวกับหาดเพชร หญิงสาวหัวใจเต้นระรัวด้วยความรื่นเริงกับสภาพที่เห็นอยู่รอบข้าง ย่างเท้าที่สัมผัสผ่านชุดอวกาศยังทำให้เธอรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มของหาดทรายที่ละเอียด ผสมกับเศษเปลือกหอย มีเศษซากของสิ่งมีชีวิตมากมายประกอบเป็นหาดแห่งนี้ และถ้าเธอก้มลงพิจารณาดูให้ดี จะพบว่าเศษซากเปลือกหอยที่กลาดเกลื่อนหาดทรายเป็น เศษกระโหลกของมนุษย์ บาร์เบียร์ยังทิ้งร่องรอยความสนุกสนานหรือความเสื่อมทรามทางศีลธรรมของดาวโลกยุคเก่าให้เขาได้ค้นหาความหมายของมัน ภาพผู้หญิงเปลือย ภาพการเสพสังวาสปรากฏจาง ๆ บนฝาผนังสถานบันเทิงเหล่านี้ "โลกของเราเมื่อก่อนไร้ยางอายสิ้นดี" เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในหมู่ตึกปรักหักพัง ก็พบภาพวาดและภาพลามกจำนวนมาก ทั้งคู่ตกตะลึงต่อความเสื่อมทรามของมนุษย์ยุคโบราณ การเปิดเผยเรือนร่างไม่ได้เป็นสิ่งที่ปลูกฝังว่าเป็นสิ่งดีงาม มนุษย์รุ่นใหม่บนดาวดวงใหม่ถูกสร้างด้วยอุดมคติทางศีลธรรมที่ดีที่สุด บรรพบุรุษของพวกเขานำสิ่งที่ผิดพลาดจากดาวโลกมาพัฒนาปรับปรุงสัมคมมนุษย์บนดาวดวงใหม่ "เราลองเข้าไปดูในตึกนั้นดีกว่า" ภาพตึกโบราณสูงเสียดฟ้า มีต้นหญ้า ต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นเต็ม ทั้งคู่พากันเดินมุ่งหน้าสู่ตึกเป้าหมายไปบนถนนลาดยางโบราณ ขณะที่เดินไปตามทางหญิงสาวก็เตะกับแผ่นเหล็กที่เคยปิดท่อระบายน้ำโบราณ ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลกรูขึ้นมาจากท่อ "แมลงสาป นั่นคือแมลงสาปใช่ไหมคะ" หญิงสาวตะโกนด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่เธอเห็นเฉพาะในภาพถ่าย สิ่งมีชีวิตที่บรรพบุรุษไม่นำไปแพร่พันธุ์บนดาวเคราะห์บ้านหลังใหม่ แมลงสาปจำนวนมากกรูกันออกมาจากท่อน้ำ หลังจากเธอเตะฝาครอบท่อทำให้พวกมันตกใจ และดูเหมือนพวกมันจะมีจำนวนมากมายมหาศาล พวกมันยังกรูกันออกมาไม่หยุดยั้งจนเต็มพื้นดินที่ทั้งคู่ยืนอยู่ "ผมว่าเรารีบเดินไปที่ตึกก่อนที่มันจะเขมือบพวกเรา" ชายหนุ่มบอกหญิงสาวติดตลก "เรารอให้พวกมันหยุดวิ่งก่อนดีกว่า ฉันไม่อยากเหยียบมัน สงสารพวกมันคะ" "โฮ้ย พวกมันมีเป็นล้าน เหยียบทิ้งซักร้อยสองร้อยตัวไม่เป็นไรหรอก" ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญกับความละเอียดอ่อนของหญิงสาวคนรักเจือเอ็นดู "ก็เพราะคุณคิดแบบมนุษย์ยุคเก่าแบบไม่รับผิดชอบต่อธรรมชาติแบบนี้ ทำให้พวกเราต้องเร่ร่อนออกจากดาวโลกอันสวยงาม" หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจเมื่อฝ่ายชายคิดแบบมักง่าย การฆ่าชีวิตตัวน้อยๆ เป็นเหมือนอาชญากรรมบนดาวดวงใหม่ เพราะการทำลายสิ่งมีชีวิตทำให้จิตใจมนุษย์หยาบช้าตามคำสั่งสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ที่พวกเขานับถือ "ก็ได้ เราจะรอจนกว่าพวกมันหยุดวิ่ง" มนุษย์ในชุดอวกาศสีขาวยืนนิ่งอยู่กับที่นานถึงหนึ่งชั่วโมงเพื่อรอให้ฝูงแมลงสาปหยุดวิ่ง "เอาล่ะพวกมันไปกันหมดแล้ว เราเข้าไปในตึกกันเถิด" หลังจากรอฝูงแมลงสาปวิ่งออกจากท่อไปจนหมดทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าไปสำรวจในตึกโบราณทันที ตึกโบราณแถบนี้ตกแต่งด้วยศิลปะในรูปแบบคล้าย ๆ กัน คือเต็มด้วยภาพเปลือยและภาพการเสพสังสังวาส ซึ่งทำให้ทั้งคู่หน้าแดงด้วยความรู้สึกอับอายต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของดาวโลก เพราะจริยธรรมบนดาวดวงใหม่ ไม่มีทางปล่อยให้ภาพเช่นนี้ปรากฏให้เห็นง่าย ๆ แต่เมื่อทั้งคู่เข้าไปในตึก ภาพที่ตกแต่งยิ่งน่าตกตะลึงและพิลึกพิลั่นยิ่งกว่า ภาพผู้ชายเสพสังวาสกับผู้ชาย ภาพการเสพสังวาสระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ภาพเหล่านี้วาดขึ้นอย่างสวยงาม สียังสดใสแม้จะมีฝุ่นจับหนาเตอะ รูปปฏิมากรรมที่ตั้งเรียงรายรอบห้องล้วนแสดงกิจกรรมการเสพสังวาสวิปริตทั้งสิ้น "ไม่ไหวแล้ว ผมอยากอาเจียน ชายหนุ่มทนไม่ไหวกับสิ่งที่เห็น มันเกินศีลธรรมที่เขาได้รับการปลูกฝัง" ความอดทนของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อสิ่งที่เห็นในขณะนี้ เขารีบถอดหมวกอวกาศเพื่อปล่อยสิ่งที่สะสมในกระเพาะออกมาจนหมดเกลี้ยง โดยหญิงสาวยังยืนนิ่งอยู่กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงมุมห้อง "เป็นอะไรหรือเปล่าที่รัก" ชายหนุ่มถอนหายใจระบายความอึดอัดใจต่อภาพที่เห็น ก่อนจะหันมามองหญิงสาวผู้ยืนนิ่งตรงมุมห้อง ด้วยความเป็นห่วง เขาเดินเข้าไปหาเธอทันที ภาพโครงกระดูกของมนุษย์จำนวนมากที่กองทับกันอยู่มุมห้องทำให้เขาตกตะลึงอีกครั้ง ความตายเป็นสิ่งที่พวกเขารับกันได้ เพราะไม่ว่ามนุษย์จะย้ายไปอยู่ดาวดวงไหนก็ล้วนแต่ต้องตายเช่นกันทุกคน แต่สภาพศพที่เห็นที่มุมห้องนี้นี่สิ ทำให้ความตายธรรมดาโลกกลายเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา มีโครงกระดูกมากกว่าสิบถูกเชือกมัดแขวนคอกับคานบนเพดาน ส่วนที่กองอยู่กับพื้นมีอุปกรณ์ที่เป็นสาเหตุทำให้มนุษย์เหล่านั้นต้องตายฝังอยู่ในโครงกระดูกอย่างชัดเจน ทั้งมีดและของมีคมนานาชนิดปักบนกระโหลกและซี่โครง "ทำไมมนุษย์สมัยก่อนโหดร้ายเช่นนี้" หญิงสาวน้ำตาร่วงพรูด้วยความหดหู่ใจ "ยังดีที่มนุษย์บนโลกสูญพันธุ์กันไปหมดแล้ว" ชายหนุ่มรำพึงออกมา แต่มันไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคิด เพราะทันใดนั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกเจ็บแปลบ เมื่อมีลูกดอกปักที่ต้นคอ น้ำยาที่อยู่ในลูกดอกทำให้ภาพหญิงสาวคนรักผู้อยู่เบื้องหน้าพร่าเลือนทันที โดยภาพสุดท้ายก่อนหลับสนิทคือภาพหญิงสาวกำลังถูกตาข่ายคลุมร่างและสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์จำนวนมากวิ่งเข้ามาใช้อุปกรณ์ประหลาดจี้ตามตัวเธอ ส่วนเขาได้แต่ปล่อยให้ความมืดเข้าครอบคลุมดวงตาและความคิด "ที่นี่ที่ไหน ภรรยาผมอยู่ที่ไหน" แสงสว่างส่องจ้าปะทะดวงตา มีร่างมนุษย์จำนวนมากยืนล้อมตัวเขาเอาไว้ เสียงที่ได้ยินไม่ใช่ภาษาที่เขาใช้สื่อสารบนดาวดวงใหม่ อาจเป็นภาษาโบราณภาษาใดภาษาหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ร่างกายของเขาขยับไม่ได้ ดูเหมือนเขาจะนอนเปลือยร่างในห้องเย็นยะเยือก เขารู้สึกหนาวไปถึงกระดูก แม้สมองยังมึนงงแต่จิตสำนึกฟ้องให้เขารู้สึกอับอายต่อการถูกจับเปลือยกายในขณะที่ไม่มีสติ "ภรรยาผมอยู่ที่ไหน กรุณาบอกผมด้วย" เสียงแผ่วเบาของชายหนุ่มดูเหมือนจะทำให้มนุษย์บนดาวโลกสนใจทันที พวกเขารีบเอาอุปกรณ์แปลก ๆ จ่อริมฝีปากของเขาไว้ ราวกับต้องการเก็บทุกอย่างที่ออกมาจากตัวเขา สายตาของชายหนุ่มหันไปมองแสงสว่างและกลุ่มสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ถัดไปจากเตียงที่เขานอนอยู่ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้จิตสำนึกของเขาแตกกระจาย สายตาของเขาถูกปรับให้เห็นอย่างชัดเจน สติของเขากลับมาทำงานอย่างสมบูรณ์ด้วยภาพที่เห็น ภาพภรรยาของเขานอนเปลือยกายโดยมีกลุ่มมนุษย์ในชุดสีขาวกำลังใช้มือลูบคลำไปตามร่างกายของเธอ เสียงหัวเราะแม้จะเป็นเสียงหัวเราะจากเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณแต่ก็เป็นเสียงหัวเราะที่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์บนดาวดวงใหม่ พวกเขาลูบคลำไปตามร่างหญิงสาวผู้เป็นที่รักพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะด้วยสำเนียงหื่นกระหาย เขาเห็นน้ำตากำลังไหลรินจากดวงตาภรรยาที่รัก และดูเหมือนว่านักวิทยาศาสตร์โบราณคนหนึ่งกำลังจะทดลองสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของเขามากยิ่งขึ้น เมื่อกำลังถอดกางเกงออกจากร่างแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงที่มีภรรยาของเขานอนอยู่ โดยมีเสียงตะโกนจากกลุ่มคนชุดขาวคนอื่น ๆ รอบเตียง ทันใดนั้นทุกคนในห้องก็ตกใจกับเสียงตะโกนร้องอย่างสุดเสียงของชายหนุ่ม เขาดิ้นอย่างรุนแรง เขาจะต้องดิ้นให้หลุด เขาจะต้องช่วยภรรยาของเขาให้ได้ บัดนี้สิ่งที่เรียกว่าความเกลียดชังมันท่วมทับหัวใจของเขา มันท่วมทับจนถึงปาก มันแสดงออกมาทางสายตาของเขา เสียงร้องของเขาล้นออกมาด้วยความเกลียดชัง ดูเหมือนเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณจะสนใจกับปฏิกิริยาของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก พวกเขารีบนำอุปกรณ์ต่าง ๆ มาทดสอบกับร่างกายของเขาทันที ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างกาย เขากำลังจะหมดความรู้สึกอีกครั้ง น้ำตาของเขาไหลพรากขณะหันไปมองภรรยาสาว พวกมันยังย่ามใจทำต่อไป หญิงสาวของเขาคงเจ็บปวดยิ่งกว่า เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ขณะที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านั้นกำลังย่ำยีอย่างป่าเถื่อน และมันกำลังกลายเป็นภาพที่ฝังเข้าไปในความฝันของเขา
ข่าวการจับมนุษย์ต่างดาวกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่านักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันจับตัวมนุษย์ต่างดาวมาทดสอบทางวิทยาศาสตร์ แม้จะประหลาดใจที่โครงสร้างทางกายภาพมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์โลกเป็นอย่างมาก แต่มนุษย์บนดาวโลกก็ไม่สนใจว่านี่อาจเป็นมนุษย์พวกเดียวกับเขา ชีวิตที่มาจากต่างดาวต้องเป็นมนุษย์ต่างดาวเท่านั้น มนุษย์บนโลกใบเก่าไม่มีโอกาสรู้เลยว่า เมื่อหนึ่งพันปีก่อนมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะบนโลก อพยพหนีความเลวทรามของมนุษย์ยุคนั้นไปตั้งถิ่นฐานใหม่บนดาวที่อยู่ห่างไกล บัดนี้มนุษย์จากดวงดาวอันไกลโพ้นได้กลับมาเยี่ยมเยือนมนุษย์โลกเก่าอีกครั้ง เทคโนโลยีการเดินทางของมนุษย์ในดาวโลกยังไปไกลไม่เกินดาวพฤหัส และถ้ามีการเปิดเผยว่าเมื่อหนึ่งพันปีก่อน มีมนุษย์สามารถเดินทางไปถึงดาราจักรแอนโดรเมด้า มันก็คือนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ชายหนุ่มนั่งเหม่อมองออกไปนอกกรงขัง เขามองเศษซากหน้าอกที่วางอยู่บนเตียงกลางห้องสีขาวภายนอกกรง นั่นคือชิ้นส่วนใหญ่ที่สุดของภรรยาเขา ส่วนอวัยวะอื่นๆ วางกระจัดกระจายตามโต๊ะหลายตัวที่มีแสงสว่างรอบห้องทดลองใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ของดาวโลกใช้อุปกรณ์ทดสอบเศษซากร่างกายภรรยาของเขาอย่างจดจ่อ ไม่มีใครสนใจเขาอีกต่อไป แสงไฟกระพริบไปทั่วห้อง มันเป็นห้องใหญ่มาก พวกนักวิทยาศาสตร์ของดาวโลกลากเอายานอวกาศที่พาชายหนุ่มและภรรยามาจากดวงดาวอันไกลโพ้นมาเก็บไว้ในห้องนี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์ของดาวโลกหลายคนกำลังรื้อค้นลำยานออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ยานของเขากำลังจะกลายสภาพเป็นเหมือนภรรยาของเขา เสียงสนทนาของมนุษย์โลกนอกกรงเริ่มครื้นเครงอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลาอาหารของพวกเขา มีคนยกถาดอาหารเข้ามาในห้องทดลอง ทันใดนั้นการกระทำของพวกเขาก็ทำให้ชายหนุ่มโก่งคออาเจียนอีกครั้ง พวกเขาหยิบชิ้นเนื้อภรรยาของเขาจิ้มบางสิ่งบางอย่างเข้าปากพร้อมกับเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย เขาไม่มีน้ำตาเหลืออยู่ต่อไป เขาก้มหน้าติดพื้น เปลือกตาบีบแน่นด้วยความพยายามนึกถึงสิ่งดี ๆ บนดาวที่เขาจากมา ที่นั่นไม่มีความชั่วช้าเช่นนี้ ไม่มีเรื่องเล่าขานความโหดร้ายของมนุษย์ในอดีตบนดาวโลก ความเป็นตัวตนของมนุษย์บนดาวโลกถูกกลบเกลื่อนด้วยตำนานโรคระบาด บรรพบุรุษของชายหนุ่มสอนและทำแต่สิ่งดี ๆ มนุษย์บนดาวดวงใหม่เอื้ออาทรต่อกัน และเต็มไปด้วยความรักและการให้อภัย ไม่เคยทำร้ายกัน แต่ที่นี่เวลานี้มันช่างแตกต่างเหลือเกิน เขารู้แล้วว่าดาวดวงใหม่คือสวรรค์ ส่วนดาวโลกอันงดงามคือนรกนั่นเอง พวกมันยังทำกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนกับต้องการทดสอบความอดทนของเขาว่า จะอดทนมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไหร่ การทรมานทุกรูปแบบประเคนให้เขาจนเขาจำเวลาไม่ได้อีกต่อไป ลิ้นแห้งเหมือนกระดาษทรายพยายามกวาดน้ำปัสสาวะบนพื้นกรงขังให้ติดลิ้นให้มากที่สุด น้ำเสียที่ระบายออกมาจากร่างกายมีน้อยเหลือเกิน เขาไม่ได้กินน้ำมาหลายวันแล้ว พวกมันงดให้น้ำและอาหารแก่เขา นี่อาจเป็นการทดลองสุดท้าย คือทดสอบดูว่าเขาจะอดอาหารและน้ำได้นานกี่วันจนกว่าจะตาย ปากแตกระแหงเผยให้เห็นเนื้อแดง เขาพยายามเงยหน้าด้วยความยากลำบากจากพื้นห้องขังเพื่อมองผู้เดินมาเปิดประตูกรง คนหนึ่งกำลังลากเขาไปยังอีกห้องหนึ่ง ชายหนุ่มเริ่มคุ้นกับห้องนี้บ้างแล้ว มันคือห้องทดสอบคลื่นไฟฟ้า เขาปล่อยให้มันลากไป เพราะไม่มีแรงสำหรับการขัดขืนอีกต่อไป ร่างกายของเขาเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เขาคงใกล้จะหมดประโยชน์ เขากำลังจะตามภรรยาของเขาไป ดวงตาสีเหลืองชำเลืองมองยานที่เคยตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ตอนนี้เหลือแต่เศษซาก ดูเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์ชาวโลกจะแยกชิ้นส่วนจนไม่เหลืออะไรให้แยกอีกต่อไป ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เห็นแสงกระพริบสีฟ้า มันกระพริบสม่ำเสมอจากอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ขนาดของมันเล็กเท่าฝ่ามือวางอยู่บนโต๊ะริมทางเดิน มันคืออุปกรณ์สื่อสารที่เคยติดบนชุดอวกาศของเขานั่นเอง ราวกับพลังได้รับการเติมเต็ม มันมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในหัว ในเวลาแว๊บเดียวเท่านั้น มือนักวิทยาศาสตร์ชาวโลกที่กึ่งลากกึ่งพยุงเขาไม่ได้ระมัดระวังว่าชายหนุ่มจะดิ้นหลุด เขารวบรวมแรงสุดท้ายของชีวิตสะบัดหลุด แล้ววิ่งโขยกเขยกไปทันที ดูเหมือนคนที่ลากเขาจะตกตะลึง ปล่อยให้วิ่งมาถึงอุปกรณ์สื่อสาร ชายหนุ่มใช้มือที่เต็มด้วยแผลถลอกและไร้เล็บรีบพิมพ์ข้อความลงไป ก่อนจะกดส่งข้อความนั้นสู่ดวงดาวอันไกลโพ้น เขายิ้มอย่างพอใจขณะเหวี่ยงอุปกรณ์สื่อสารกระแทกพื้นจนแตกกระจายหลังจากมั่นใจแล้วว่าข้อความกำลังเดินทางสู่ดวงดาวอันไกลโพ้นโดยไม่ขึ้นกับอุปกรณ์ชิ้นนี้อีกต่อไป แรงเหวี่ยงคือพลังชีวิตเฮือกสุดท้าย หัวใจของเขาหยุดเต้น ปากที่อ้าค้าง ดวงตาพยายามจะหลับให้สนิท ช่างเป็นลักษณะท่าทางที่ขัดแย้งกับความเริงร่าที่อยู่ในอก เหล่านักวิทยาศาสตร์ชาวโลกวิ่งมาลากร่างไร้วิญญาณออกไปจากห้อง ดูเหมือนพวกมันก็คงจะเบื่อกับเขาแล้วเช่นกัน พวกมันโยนร่างเข้าสู่เตาไฟที่ลุกโพลง เพื่อทำลายเชื้อโรคอันอาจเกิดจากสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวรูปร่างคล้ายมนุษย์โลก ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ได้เรียนรู้เทคโนโลยีระดับสุดยอดจากยานของมนุษย์ต่างดาว เขาเอามาประยุกต์สร้างสุดยอดอาวุธที่ทำลายได้แม้แต่ดวงดาว นี่คือสิ่งที่พวกเขาพอใจที่สุดยิ่งกว่าการได้พบกับมนุษย์ต่างดาว อนิจจา ชายหนุ่มหญิงสาวผู้เดินทางมาจากดวงดาวอันไกลโพ้นกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวในสายตามนุษย์โลก พวกเขาถูกจับไปทดลองเหมือนสัตว์ ทั้งที่พวกเขากลับมายังประเทศบ้านเกิดหลังจากเดินทางจากไปนาน แต่การต้อนรับอันน่าหดหู่ทำให้พวกเขากลายเป็นสัตว์ประหลาดจากต่างดาว มนุษย์ต่างดาวรูปร่างเหมือนมนุษย์ มีระบบทุกอย่างใกล้เคียง มีอารยธรรมที่ดูก้าวหน้ากว่าอารยธรรมโลก แต่ไม่สมควรเทียบเคียงโลก "ดาวโลกชั่วร้าย สมควรแก่การถูกทำลาย ลาก่อน" นี่คือข้อความสุดท้ายจากชายหนุ่มที่ส่งจากดาวโลกมาปรากฏบนจอรับข้อความ ณ ดาวดวงใหม่ของมนุษย์.
|
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||