• สดายุ...
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sdayoo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-11
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 7275
  • จำนวนผู้โหวต : 166
  • ส่ง msg :
วรรณประทีป
บทร้อยกรองที่ตามใจคนเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sdayoo
วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551
๐ สายธาร..กาลเวลา ๒... ๐
Posted by สดายุ... , ผู้อ่าน : 104 , 06:58:18 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องยาว  
พิมพ์หน้านี้




ภาพ...ผลงาน อ.จักรพันธ์ โปษยกฤต

เอื้อเฟื้อ...เพรง.พเยีย




......อารัมภบท......


๑. แสงจันทร์ส่องโลกพ้อง.....อำไพ
หรีดหริ่งร่วมเรไร..................ร่ำร้อง
ลมแผ่วผ่านไม้ไกว...............กวัดกิ่ง
ภาพหนึ่งภพหนึ่งพร้อง...........เพรียกย้อนก่อนยาม ฯ

๒. ลำลมโลมลูบท้อง............ชโลทร
แว่วศัพท์ว่าเสียงอร..............โอดอื้น
ลมวูบกลบเว้าวอน................วากย์ลับ เลือนนา
น้ำกระเพื่อมแผ่นพื้น.............พลิกพื้นแยกผิว ฯ





๓. ชายสไบไหววูบแล้ว.........ลับเลือน
เงาเหลี่ยมเจดีย์เสมือน..........ม่านห้อม
พักตร์หนึ่งดั่งเหลียวเบือน.......บอกเลศ
ภาคหนึ่งภพหนึ่งพร้อม...........ผ่านให้แลเห็น ฯ

๔. บุญนำกำหนดรู้...............รูปนาม
ผ่านภาพสัญญาลาม.............เหลื่อมซ้อน
ยิน-ยล-วกสู่ยาม.................ยุคเก่า พู้นแฮ
แสงบ่ายระยับย้อน...............บ่ายย้อนใจสยาม ฯ

.....๒๒๘๙.....

๕. ไพหารตระหง่านเงื้อม.......เงาแสง
เหลือบกระเบื้องดุจแดง.........ชาดย้อม
ฟ้าบนเหล่านกแผง...............โผผก
เสียงกระหน่ำฆ้องพร้อม.........พากย์ถ้อยธรรมวิถี ฯ

๖. ช้างม้าอึกทึกพื้น..............แผ่นไผท
คลาคล่ำเหล่าพลไกร............แกร่งกล้า
วอจ้าวบ่าวแบกไป................ประกอบกิจ
นวลแน่งเดินช้าช้า................แช่มช้อยชม้อยตา ฯ

๗. เวียงวังไพจิตรล้ำ.............ลวดลาย
โก่งกนกงอนปลาย................ปราดเลื้อย
เลื่อมทองเหลื่อมแสงฉาย.......โชนอยู่
ราวอัคคีเปลวเฟื้อย................ฝ่าเวิ้งห้วงสวรรค์ ฯ

๘. งามเอยงามพักตร์พริ้ง......พรายตา
จีบจับสไบพัสตรา................แต่งเจ้า
เกล้าทรงพุ่มเกศา................เสียบปิ่น
ดลเนตรหนึ่งใฝ่เฝ้า..............ฝากน้ำใจถนอม ฯ

๙. มาลีหอมกลิ่นเร้า…..........รุมใจ
แต่เมื่อนิลเนตรใคร…...........ลอบชม้าย
อวลอยู่แต่ความใน..............เนตรบ่ง นาแม่
ดาลระลอกอุ่นคล้าย............คุให้ถวิลหา ฯ


......แม่หญิงเรไร......


๑๐. รูปหนึ่งเหนี่ยวอาลัยอยู่ในฝัน
เพรียกร่องรอยผูกพันของวันก่อน
คอยลอบเร้นกำชับทุกหลับนอน
ให้วกย้อนมารับอย่าลับร้าง

๑๑. เสมอปาริชาติหอม..โชยล้อมถิ่น
กำจายกลิ่นผ่านเผยกรรมเคยสร้าง
เพรงสัญญาย้อนเตือนอยู่เลือนลาง
แล้วค่อยพร่างพรายภาพ..กำซาบทรวง

๑๒. แต่สิ้นฝนน้ำนอง..เจิ่งสองฝั่ง
ประทีปปลั่งแสงพราวล้อดาวสรวง
เอื่อยอ่อยคล้อย..เอื้อหวังชนทั้งปวง
ให้ทุกข์ล่วงถ่วงหายกับสายชล





๑๓. ตองจีบเยี่ยงจงกล..ลอยบนน้ำ
ประดิษฐ์คำย้ำลงให้ส่งผล
แม่คงคา..ข้าน้อยจะลอยกล
หวังปลดป่นหม่นหมองลอยล่องไป

๑๔. มือเรียวค่อยไหวนำ..วักน้ำช่วย
เอื้ออำนวยจีบตองนั้นล่องไหล
ตราบสบเลศเนตรซึ้งของหนึ่งใคร
โอ้..หวั่นไหวเขินอาย..ด้วยหมายนั้น

๑๕. สองประทีปอธิษฐาน..ลอยผ่านใกล้
เข้าคลอไฟจนเห็นเปลวเต้นสั่น
ก่อนเคียงคู่ล้อไหล..อาศัยกัน
โอ..กระทงสำคัญ..ทำหวั่นอาย

๑๖. ชม้ายมอง..แปลกหน้าปรายตาสบ
เมื่อบรรจบเลศนัยยิ่งใจหาย
วูบวาบด้วยรุมร้อนไม่ผ่อนคลาย
ในอกคล้ายระทึกก้องดั่งกลองตี

๑๗. สไบบางพลิ้วลับ..ไปกับพลบ
จะเกลื่อนกลบฤๅไฉนน้ำใจนี่
นองดั่งน้ำล้วนถวิลและยินดี
อันไหลรี่ซาบซับอยู่กับทรวง


.....บุหลันลอยเลื่อน......





๑๘.หลังแสงสูรย์ลับรอย..จึงคล้อยเคลื่อน
โรจน์บุหลันลอยเลื่อนขึ้นเยือนสรวง
ด้วยผกายภาคเพ็ญอันเด่นดวง
จึงเหนี่ยวหน่วงผองพิศให้ติดตาม

๑๙.เมื่องดงามสูงส่งเห็นตรงหน้า
ย่อมต่อตั้งปรารถนาหวังฝ่าข้าม
เชื่อมอาวรณ์อ่อนไหวที่ไหลลาม
แปรเป็นงามเยื่อใยและไมตรี

๒๐.น้ำค้างหยาดไม้พันธุ์ท่ามจันทร์แสง
ขณะแหล่งน้ำใจเริ่มไหลรี่
ระอุอุ่นกรุ่นไออยู่ในที
ก่อนจะหลามล้นปรี่...โหมลีลา

๒๑.สะท้อนผืน...แผ่นน้ำในค่ำนี้
เป็นฤดีโชนช่วง..ความห่วงหา
ดังจะกลบสีสันแห่งจันทรา
เพื่อจะพาเงื่อนนัยลอยไหลย้อน

๒๒.กระทบผิว..น้ำผืนในคืนค่ำ
สู่ลึกล้ำเสน่หาไม่ราผ่อน
ขณะวงน้ำวาดเริ่มขาดตอน
แต่..อาวรณ์ห้วงสวาดิยากขาดตาม

๒๓.คืออัคคีโหมแรงกลางแหล่งโลก
ให้กล้ำโกรกรอยสาปรสวาบหวาม
ที่โลมรุมลุกไล้ดั่งไฟลาม
ไฟอันคอยคุกคามทุกยามคืน

๒๔.อุบัติความรู้สึกอันลึกล้ำ
ให้ตรากตรำหลุมขวากอันยากฝืน
แต่งเป็นชาติเป็นภพสุดกลบกลืน
โหมเป็นคลื่นรติฤทธิ์เกินปลิดปลง

๒๕.สะท้อนความรู้สึกอันลึกล้ำ
แฝงผิวน้ำแขผ่องช่วยส่องส่ง
ความอาลัยอาวรณ์ให้ย้อนลง
จนมั่นคง..ข้างใจ..ของใครนั้น


......นางในแห่งวังหน้า.....





๒๖. สนองงานโสตสดับเฝ้ารับใช้
ด้วยจิตใจน้อมลงจำนงมั่น
รอคอยทุก..รับสั่งในบังคัล
สนมผู้จอมขวัญพระบัณฑูร

๒๗. บิดาเป็นคุณพระ..ในอุปราช
ผู้จักยาตรเยื้องไปสู่ไอยสูรย์
ทรงเมตตาช่วยเหลือคอยเกื้อกูล
ภักดีทูลกระหม่อมท่าน..มานานนม

๒๘. ธิดาน้อยงามละมุนของคุณพระ
ร่ำเรียนงาน..ศิลปะในพระสนม
มารยาทปลูกฝังเข้าสังคม
เฝ้าอบรมบ่มคิดฝึกจิตใจ

๒๙. งามจริตกิริยามารยาท
ทั้งโดยชาติเชื้อสกุลอุดหนุนให้
จึงพรั่งพร้อมครบสิ่งอันหญิงไทย
ควรมีไว้คู่ตัว..โดยทั่วกัน

๓๐. เชื้อสายฝ่ายมารดา..บรรดาล่วง
สืบสกุลวังหลวงหลายช่วงขั้น
เป็นนักรบแกร่งกล้าช่วยราชันย์
ปกครองแคว้นผูกพัน..ร่วมกันมา

๓๑. เย็บปักถักร้อยประดอยประดิษฐ์
นิรมิตแกะสลักพืชภักษา
ระเบียบวังนั่งลุกในทุกครา
ก็งดงามลีลาท่วงท่าที

๓๒. หากใครหนึ่งเห็นหน้า..ที่ท่าน้ำ
ได้ย้อนย้ำอุ่นไอสู่ใจศรี
ประทีปร่วมลอยไป..ดั่งไมตรี
ได้วารีหลั่งเอื้อ..สานเยื่อใย

๓๓. คำนึงในม่านพลบคำรบนี้
ใจหนึ่งที่ตื่นรับ..เกินหลับไหล
คืออกอุ่นนารี..ผู้มีใจ
ย่อมหวั่นไหว..แต่ผู้เป็นคู่กรรม

๓๔. ดึกดื่นลูกคุณพระ..ใจละห้อย
คะนึงรอยรูปพบ..เฝ้าอบร่ำ
ด้วยอารมณ์หวานละมุนที่หนุนนำ
จนเพ้อพร่ำอาวรณ์ไม่ผ่อนคลาย

๓๕. ถวิลถึงก็วิตกสะทกสะท้อน
จนหลับนอนหวั่นใจอยู่ไม่หาย
ฉงนอยู่ก็แต่ในน้ำใจชาย
จะมาดหมายมุ่งมั่น..หรือบั่นทอน

๓๖. ร่ำลาสมเด็จฯ ท่านกลับบ้านแม่
ในคืนแขเต็มดวง..ร่วมบวงอ้อน
แม่คงคาผ่านพรากทุกข์จากจร
เพียรขอวอนโศกเศร้า..ช่วยเพลาแรง

๓๗. จันทร์กระจ่างกลางฟ้า..น้ำบ่าไหล
เมื่อน้ำใจใครล้นเอ่อบนแหล่ง
ถวิลคอยรอยคำ..ย้อนสำแดง
ประโลมแต่งสุขสมให้ชมเชย


......คุณพนาย.......


๓๘. ยิ่งจันทร์ในชั้นสรวงจักล่วงแสง
คือแจ่มแจ้งแก่ใจ..เมื่อใครเผย
รูปแห่งพักตร์สำทับแล้วลับเลย
ก่อนอาจเอ่ยเอื้อนคำ..ร่วมจำนรรจ์

๓๙. เต็มท่าทีกิริยานางข้าหลวง
แต่มองล่วงรูปไปก็ใจสั่น
ดั่งร่องรอยเลือนลางแต่ปางบรรพ์
ข้ามกัปกัลป์ทับทาบ..เป็นภาพใคร..!

๔๐. ห้อยเหรียญทองรูปพระ..แสงสะท้อน
ก็แต่ตอนจุดประทีป..ก่อนรีบไหล
อธิษฐานสัมฤทธิ์อย่าผิดไป
หวังดวงใจงามนั้น..เป็นขวัญตา

๔๑. สงบเสงี่ยมงามจริงแม่หญิงวัง
ยามลุกนั่งสง่ามีในทีท่า
เมื่อแย้มยิ้มยั่วกันจำนรรจา
ละม่อมหน้า..อารมณ์เหมาะสมควร

๔๒. ลูกสาวของใครหนอ..ลออเหลือ
เผยผ่องเนื้อเนียนระบัดทุกสัดส่วน
ลูกคุณพระ..ช่างทอง..แม่ผ่องนวล
แว่วความล้วน..สูงสง่า..สมท่าที

๔๓. ลูกคุณพระช่างทอง..เจ้าผ่องพักตร์
พิไลลักษณ์ล้ำล้วนทุกส่วนศรี
แต่วนเวียนมุ่งใจสานไมตรี
โอ..แต่นี้ถวิลเห็นจะเค้นใจ

๔๔. เหมือนดั่งเพรงบุญกรรมช่วยย้ำส่ง
จึงลุ่มหลงรูปลักษณ์เกินหักไหว
หรือแรงฤทธิ์อธิษฐานแต่กาลใด
สำทับใส่ฉลักมั่นลงสัญญา

๔๕. ราชบัณฑิตในองค์ผู้ทรงศักดิ์
ขุนเสนาพิทักษ์ผู้หนักฐา-
นันดรอุปราชเพียบอาชญา
ดั่งแสงจ้าเดือนเพ็ญ..ยากเร้นดวง

๔๖. เชิงกวีเชี่ยวชาญโวหารกล้า
เลื่องลือชาชื่อดังถึงวังหลวง
ที่น้อมตามรับสั่ง..กานท์ทั้งปวง
ก็งามล่วงล้ำค่าเกินหน้าใคร

๔๗. แต่สบงามคืนเพ็ญถึงเข็ญขุก
ตราบนั่งลุกภาพนั้นคอยสั่นไหว
ภาพในห้วงว้าเหว่..แม่เรไร
แม่ขับไขรูปประทับทุกหลับตา

๔๘. ลูกคุณพระช่างทองบ้านคลองมอญ
ลำดับตอนปรากฎร่วมยศถา
ราชวงศ์บ้านพลูหลวงหลายช่วงมา
เครื่องประดับตีตรา..สูงค่านัก

๔๙. ส่วนเทือกเถาเชื้อสายทางฝ่ายแม่
ก็ล้วนแต่ยศถาบรรดาศักดิ์
สายวังหลวงสืบวงศ์ด้วยจงรัก
ย่อมเต็มภักดีเหง้าของเหล่าตน


......ใต้ร่มเงาฉัตร......


๕๐. หมอบเฝ้าทูลกระหม่อมพระจอมขวัญ
หากใจนั้นวูบวับอยู่สับสน
ถวิลถึงรอยร่างใครบางคน
ในคืนชลเต็มฝั่งเดือนปลั่งกาล...

…ซึ่งว่าจะพาชม
บรมสุขสนุกสนาน
ชอบรสพจมาน
ไม่ควรการอย่าเจรจา

ครุฑฟังสายสุดสวาท
ปรามาสกนิษฐา
เจ้าดวงทิพย์มณฑา
วาจาจัดสารพัดงอน...

๕๑. โอษฐ์เอื้อนกาพย์กรองให้ลองสดับ
เลือกสอดศัพท์วางดูเช่นครูสอน
กรองความเกลาฉันทลักษณ์ทุกวรรคตอน
ถ้อยสุนทรแบบฉบับ..ท่านจับวาง

…กางกรโอบอุ้มแก้ว
เจ้างามแพร้วสบสรรพางค์
ปีกปกอกเอวนาง
พลางคลึงเคล้าเต้าจรัล

ฉวยฉาบคาบนาคา
เป็นภักษาพาผกผัน
หางกระหวัดรึงรัดพัน
ดั้นเมฆามาสิมพลี…

๕๒. แผ่วลมโชยโบยโบกกรรโชกร้อน
หากอาวรณ์กำจายไม่หน่ายหนี
สติตั้งยังหน้าต่อวาที
คำนึงพี่ล้วนเงาลำเพาพาล

๕๓. มโหรีฆ้องวงเริ่มส่งเสียง
ปล่อยสำเนียงยินแว่วอยู่แผ่วหวาน
ประโลมคลอขับร้องทำนองกานท์
เสียงเอื้อนปานจะเหนี่ยวครุฑให้หยุดกรรม

๕๔. จิตลอยล่องลิ่วไปสู่ใครหนึ่ง
ผู้คำนึงรูปเงาทั้งเช้าค่ำ
แต่กาพย์กรองผ่านหูไม่รู้คำ
ด้วยเพ้อพร่ำจะละเลงแต่เพลงยาว

๕๕. ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ
ผู้โดยเดชเฉกวันในชั้นหาว
เบือนพักตร์มารับสั่งเป็นครั้งคราว
ร้อยเรื่องราววางศัพท์ให้รับกัน

…ปักษีกรีฑาชม
ภิรมเปรมเกษมสันต์
กลมเกลียวเกี่ยวกรพัน
ผันยั่วเย้าเคล้าคลึงชม

สองสุขสองสังวาส
แสนสุขสวาทสองสู่สม
สองสนิทนิทรารมณ์
กลมเกลียวชู้สู่สมสอง…

......สบหน้า.......

๕๖. ราชบัณฑิตในพระอุปราช
คำนึงนาฏอาลัยหัวใจล่อง
สืบเสาะสังกัดในด้วยใจปอง
แม่เนื้อทองแม่พักตำหนักใด

๕๗. ต่อรุ่งเช้าแจ่มแจ้งด้วยแสงสี
อาทิตย์ลีลาศบทมอบสดใส
วอเจ้าเคลื่อนท่ามกลางเหล่านางใน
ฉมมาลัยกรุ่นกลิ่นผ่านถิ่นนั้น

๕๘. รูปหนึ่งงามโดดเด่น..แต่เห็นหน้า
ส่งคุณค่าสู่ใครจนไหวหวั่น
สไบทองแพรระยับสีรับกัน
ขับผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย

๕๙. ตามเสด็จ..ตักบาตรอาวาสเหนือ
หวังก่อเกื้อศรัทธาร่วมอาศัย
ใต้ร่มเงาฉัตรชั้นตราบบรรลัย
ด้วยหัวใจแน่นหนัก..ความภักดี

๖๐. ตราบเหลียวสบหนึ่งหน้า..ก็ว้าวุ่น
อาวรณ์กรุ่นพล่านในห้วงใจศรี
ประหม่าเขินอายหน้าทุกท่าที
หากเต็มปรี่อภิรมย์..ยากข่มใจ

๖๑. พ่อเอย..มายืนมองแอบจ้องหน้า
คนเขาจะครหา..นินทาได้
เพื่อนเพื่อนเขาลอบยิ้มกันกริ่มไป
ช่างกระไรจ้องอยู่..แต่ผู้เดียว

๖๒. อุทธัจคั้นเลือดแต่งแก้มแดงซ่าน
เนตรย่อมหวานหยดอยู่แต่รู้เหลียว
จนสบจ้องหวานยิ่ง..เสียจริงเจียว
เนตรย่อมเหนี่ยวใจสองให้ผ่องพราย

๖๓. สวยปีกผีเสื้อบินกลางถิ่นทุ่ง
ขณะรุ่งรวิวรณ์เริ่มชอนฉาย
ลำลมหอบอุ่นนักมาทักทาย
แตะร่องรอยความหมายขึ้นว่ายวน

๖๔. แดดใสแผ่นฟ้าครามในยามนี้
เหลื่อมแสงสีอบอุ่นแทนฝุ่นฝน
เมฆขาวแทนมืดดำฟ้าคำรน
วิหคบนแทนวิชชุที่คุไฟ

๖๕. งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ทอดลงแวดล้อมขวัญจนหวั่นไหว
สัมผัสอ้อมอุ่นทั่วถึงหัวใจ
ซ่านลงใส่ลวกสิ้นถึงวิญญาณ

๖๖. ระยับแดดเหลือบแล้วที่แววขน
เข้าปลาบปนเนตรแก้วจนแววหวาน
นั้นเอ่อออกสำทับอยู่นับนาน
จนสุดหาญฝ่าบ่วงให้ล่วงพ้น...

๖๗. งามปีกผีเสื้อลายระบายป่า
ระยับทาแนวเถื่อนอยู่เกลื่อนกล่น
ปีกแห่งรักพลิ้วพรายลอยว่ายวน
ดั่งจำนนต่อหมายที่ว่ายเวียน

๖๘. โลมแดดอุ่นทินกรให้ร้อนร้าว
จนอกผ่าวรติฤทธิ์เกินปลิดเปลี่ยน
ประทับรอยลึกล้ำตราบจำเนียร
เป็นส่วนเสี้ยนตอกย้ำรอยจำนง

๖๙. สวยปีกผีเสื้อบินกลางถิ่นที่
ม่านไมตรีก็สะพัดระบัดบ่ง
นิรมิตสุคนธรสให้จดลง
ร่วมรับส่ง...สืบไว้ด้วยนัยเดียว

๗๐. สุรโลก..ชลอลงก็คงใช่
แต่เมื่อใครหนึ่งพ้องรับข้องเกี่ยว
เนตรนั้นปล่อยปรารมภ์..รอกลมเกลียว
เสมอเหนี่ยวเพรงภพ..บรรจบวง

๗๑. ลอบมองรูป-หน้าอร..อกร้อนรุ่ม
จากเพลิงขุมอาลัยแรงใหลหลง
ก็เมื่อนั้นแรงกรรมโหมจำนง
จนมั่นคง..ผ่านอดีตที่ขีดทาง


.......ตามเสด็จกระบวนเรือ.......


๗๒. ล่วงเที่ยงยาม..เหล่านวลของส่วนใน
ตามวอท่านลับไปจนไกลห่าง
ขณะแววเนตรใส..น้ำใจนาง
ดั่งลอยคว้างเคว้งอยู่..ไม่รู้เลือน

๗๓. ผ่านอุโบสถพระ..อกสะท้าน
แต่เมื่อหวานหยัดรอยไม่คล้อยเคลื่อน
ทองอร่ามองค์พระ..ดั่งจะเตือน
จะแล่นเลื่อนอาลัย..จงใคร่ครวญ

๗๔. สืบเท้าล่วงอาวาสพระศาสนา
แต่ลับหน้ารูปรอยละห้อยหวน
แม่เอย..เช้าสู่ค่ำย่อมคร่ำครวญ
คำนึงล้วนจะโหมสู่..แม่ผู้เดียว

๗๕. วิกาลคล้อยน้ำค้างพรายพร่างเม็ด
ดั่งแพรเพชรลอยผืนในคืนเปลี่ยว
สรวงย่อมมืดหม่นครัน..เพราะจันทร์เรียว
เผยส่วนเสี้ยวแสงซึ่ง..ไม่ถึงงาม

๗๖. ครั้นเดือนเพ็ญ..ล่องเรือ..ตามเหนือเกล้า
ที่ใฝ่เฝ้าปองรักฤๅหักห้าม
กายอยู่เรือ..ใจหลง..อยู่นงราม
จักขืนข้ามฝ่าชลมาดลใจ





๗๗. เพียงฟ้าแดงแสงจันทร์ก็พลันลับ
คือคาบคราวดาวอับแรงขับไข
กระบวรเรือพร้อมฝ่าชลาลัย
เมื่อพลไกรพร้อมพรั่งที่นั่งตน

๗๘. มโหรีปี่กลองร่วมฆ้องประโคม
ก่อนถาโถมคลื่นเคลื่อนสู่เถื่อนหน
กระหึ่มเหิมเห่ร้องลำพองพล
ดั่งเข้ารณศัตรูให้รู้วาย...

...พระเสด็จโดยแดนชล
ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย
พายอ่อนหยับจับงามงอน

...นาวาแน่นเป็นขนัด
ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือริ้วทิวธงสลอน
สาครลั่นครั่นครื้นฟอง

...เรือครุฑยุดนาคหิ้ว
ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
พลพายกรายพายทอง
ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

...สรมุขมุขสี่ด้าน
เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา
หลังคาแดงแย่งมังกร

...สมรรถไชยไกรกราบแก้ว
แสงแวววับจับสาคร
เรียบเรียงเคียงคู่จร
ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน

...สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย
งอนชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์
ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

...เรือไชยไวว่องวิ่ง
รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม
ห่มท้ายเยิ่นเดิรคู่กัน

...คชสีห์ทีผาดเผ่น
ดูดังเปนเห็นขบขัน
ราชสีห์ทียืนยัน
คั่นสองคู่ดูยิ่งยง

...เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ
แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง
เพียงม้าอาชาทรง
องค์พระพายผายผันผยอง

...เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน
โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง
ดูยิ่งสิงห์ลำพอง
เปนแถวท่องล่องตามกัน

...นาคาหน้าดังเปน
ดูขะเม่นเห็นขบขัน
มังกรถอนพายพัน
ทันแข่งหน้าวาสุกรี

...เลียงผาง่าเท้าโผน
เพียงโจนไปในวารี
นาวาหน้าอินทรี
มีปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม

...ดนตรีมี่อึงอล
ก้องกาหลพลแห่โหม
โห่ฮึกครึกครื้นโครม
โสมนัสชื่นรื่นเริงพล

...กรีฑาหมู่นาเวศ
จากนคเรศโดยสายชล
เหิมหื่นชื่นกมล
ยลมัจฉาสารพันมี ฯ

๗๙. ธงทิวผืนภูษาระย้าย้อย
ต้องลมพลอยปลิวปัดสะบัดสี
พายจ้วง..เรือเคลื่อนฝ่าสายวารี
เมื่อหนึ่งน้ำใจนี้ไหลรี่นอง

๘๐. เหม่อมองไหล..ยอดคลื่น/ตก/ตื่น/แตก
หัวเรือตัดน้ำแหวกจนแยกสอง
ที่เหม่อนั้นหัวใจรูปใครครอง
จะตัดปองปลิดได้..ดังใจฤๅ

๘๑. จวบบ่ายคล้อยคิดไปถึงใจแก้ว
พี่จากแล้วลับล่วงจักห่วงหรือ
แต่งานบุญสมคำ..เขาร่ำลือ
หยิบจับถือเผื่อแผ่..งามแม่เป็น


.......ศศิร่ำจำรัสรอง.......


๑๔
๘๒. พร่างพรายผกายรุจะอร่าม
ขณะยามนะค่ำเย็น
ยินร้องคะนองสกุณะเห็น
จะละเล่นระเริงลม

๘๓. ร่ำร่ำ..ตะวันจะละจะลา
ประลุภาวะจ่อมจม
เห็นเห็น..ก็เพ็ญศศิวิกรม
ชุติห่ม ณ ห้วงหาว

๘๔. เหลือบแสง ณ แหล่งอุทกะผืน
ระบุคืนจะยังยาว
ริ้วลมระดมผิวะจะหนาว
ก็เพราะร้าวอุรารอน

๘๕. นึกคราญะผ่านพละถวิล
อุระถิ่นสิอาทร
คร่ำครวญเพราะส่วนทุขะสะท้อน
ฤจะถอนถวิลถึง

๘๖. เยียบเย็นเพราะเย็นศศินะแสง
รติแรงก็รัดรึง
โยกคลอนบ่ผ่อนพิษะคะนึง
ตละตรึงสิเต็มตรอง

๘๗. ใจเห็นจะเช่นอุทกะผืน
นิละขืนจะเข้าครอง
รูปเห็นก็เช่นกรรมะสนอง
พิศะต้องสิเจียนตาย..

๘๘. สืบสร้างระหว่างรหัสะเนตร
ประลุเจตะกำจาย
วาบอุ่นเพราะสุนทริยะสยาย
นยะถ่ายสิทอดถึง

๘๙. อาวรณ์สะท้อนประดุจะเถา-
วัลย์เร้ากระหวัดรึง
เช่นใจและใจขณะคะนึง
ภวะซึ้งก็บรรสาร

๙๐. ดุจปาริชาตินิรมิต
เฉพาะพิศะพิมพ์พาล
ดาลเดชวิเศษะพิสดาร
ก็สมาน ณ แรกมอง

๙๑. เพรงบุญจะหนุนรติพิจิตร
สุจริตะรับรอง
เพรงบาป ณ คาบบ่คละสนอง
ฤดิสองก็บรรสาร

๙๒. ร่วมบาตร ณ ชาติบุพะประภพ
ดละภพะร่วมพาล
แม่เอยเพราะเคยอธิษฐาน
อุปการะร่วมกรรม

๙๓. สองชาติสวาดิพิสมัย
สมะนัยะน้อมนำ
โอนใจและใจปณิธิสัม-
ผัสะย้ำสมานใย

๙๔. สืบจิตเพราะฤทธิ์อธิษฐาน
บุพะกาละก่อนไกล
เห็นพลันจะปันรติพิสัย
พิสมัย ณ แรกมอง

๙๕. อาวรณ์สะท้อนประดุจะน้ำ
ศศิร่ำจำรัสรอง
ย่อมพลิ้วผิว์ริ้วชละละออง
นิระล่องปลาตเลือน...


.......งานมงคล.......


๙๖. สู่สมเด็จฯ..บังคมเข้าก้มกราบ
ทูลท่านทราบปรารภ..ไม่กลบเกลื่อน
สตรีหนึ่งงามถ้วน..คู่ควรเรือน
หวังโอษฐ์เอื้อนทูลกระหม่อม..ช่วยน้อมนำ

๙๗. อยู่ตำหนักริมตลิ่ง..ท่านหญิงสร้อย
ทรงเฝ้าคอยอบรมช่วยบ่มร่ำ
กิจการงานหญิงทุกสิ่งชำ-
นาญยิ่งล้ำมารยาท..งามนาฏมี

๙๘. ลูกคุณพระช่างทอง..บ้านคลองมอญ
กุลเก่าก่อนสูงนักในศักดิ์ศรี
ทูลกระหม่อม..เมตตาช่วยพาที
การณ์เมื่อคลี่คลายเห็น..จะเป็นคุณ

๙๙. พระปราณีอำนวยทรงช่วยไข
กูจะให้หญิงสร้อย..เขาคอยหนุน
ผู้ใหญ่เขาจะเกรงหน้าพลอยการุณ
แล้วงานบุญจะเร่งรัดช่วยจัดการ...

๑๐๐. หลังคุณพระช่างทอง..เตรียมห้องหอ
รับสู่ขอบุตรีถึงที่บ้าน
กระบวนขันหมากดังเสียงกังวาน
ถึงเรือนชานคุณพระ..วาระนั้น

๑๐๑. ประตูเรือนห้อยแพร..ภู่แผ่ขวาง
สองฟากข้างเด็กน้อยยืนคอยกั้น
เสียเงินทองเปิดรับโดยฉับพลัน
ก็ขนขันหมากเคลื่อนเข้าเรือนใน

๑๐๒. นั่งพับเพียบเรียบร้อยชม้อยตา
พอเห็นหน้า..อุทธัจนั้น..ยิ่งหวั่นไหว
งามแม่เอยงามยิ่งกว่าหญิงใด
แต่รับไหว้รูปเห็นด้วยเอ็นดู

๑๐๓. ถึงฤกษ์ผานาทีเหมาะดีพร้อม
มงคลสวมคล้องค้อมกระหม่อมคู่
กรประนมน้ำสังข์ไหลหลั่งพรู
ร่วมรับรู้ผูกบ่วงสองดวงใจ





๑๐๔. จันทร์ไขสังคีตคล้อย...ขับขาน
สู่โสตประโมทย์ทะยาน.........ยิ่งแล้ว
เสียงเอื้อนเสนาะปาน............ปรุงแต่ ทิพแฮ
ดับประทีปโคมแก้ว..............กล่อมแก้วกลางกาฬ ฯ

๑๐๕. ควันขาวโปรยกลิ่นฟุ้ง...ยามคืน
ขาวขุ่นข่มยุงขืน...................ค่ำไว้
พร่ำความฝากไฟฟืน.............รับฝาก นะแม่
พร้อมฝากผีฝากไข้...............ฝากน้องประคองถนอม ฯ

๑๐๖. วังเวงทั่วภาคพื้น...........แดนสยาม
ชั่วอุระลั่นทั่วคาม.................ขอบแคว้น
อานุภาพอัศจรรย์ลาม............ล่วงเขต แล้วนา
มือโอบเอวอ้อนแอ้น..............อาจเอื้อมโดยใจ ฯ

๑๐๗. นกค่ำเสียงคลับคล้าย....คอยประโคม
แว่วแต่เมื่อมือโลม................ลูบเนื้อ
เสน่หากระหน่ำโหม...............เหิมสวาดิ พี่แม่
จันทร์ส่องแสงเอื้อเฟื้อ...........ร่วมฟื้นอดีตฝัน ฯ


......๒๒๙๘......


๑๐๘. แต่สายธารเวลาดั่งวารี
เคลื่อนเอาชีวาตม์น้อยขึ้นร้อยขวัญ
บุตรชายแม่เรไร..เติบใหญ่ครัน
รูปคมสันสง่างามขึ้นตามวัย

๑๐๙. ตราบเก้าขวบปีแล้ว..มีแววว่า
ชอบศาสตราอาวุธเกินหยุดได้
แต่เล่นดาบฟาดฟันเสียงลั่นไป
ตราบบ่าวไพร่ล้มคว่ำแสร้งจำนน

๑๑๐. ใต้ร่มเงาฉัตรชั้นพระบัณฑูร
ทรงเกื้อกูลเกียรติยศปรากฎผล
คือหลวงเทพอักษรสุนทรพล
สุขสงบเหลือล้น..อยู่บนวัน

๑๑๑. ท่ามลมโหมกระหน่ำครวญคร่ำสาย
โสตยินคล้ายความไข..ถึงไหวหวั่น
แต่เมื่อแว่วข่าวหนึ่ง..เขาอึงกัน
ว่าชาติหนึ่งสูงชั้น..จักบรรลัย

๑๑๒. เสนาะพากย์เพลงยาว..กลอนเจ้าฟ้า
ดั่งแว่วมา..ให้สดับเสียงขับไข
กระซิบสื่อนงราม..บ่งความนัย
จากพระทัยเสน่หาที่อาวรณ์

๑๑๓. รำพันความเอื้อนอ้อนเสียงอ่อนหวาน...
...ปางพี่มามาดสมานสุมาลย์สมร
ดั่งหมายดวงหมายเดือนดารากร
อันลอยพื้นอำพรโพยมพราย...

...แม้นพี่เหิรเดินได้ในเวหาศ
ถึงจะมาดก็ไม่เสียซึ่งแรงหมาย
มิได้ชมก็พอได้ดำเนิรชาย
เมียงหมายรัศมีพิมานมอง...

...นี่สุดหมายที่จะมาดสุมาลย์สมาน
สุดหาญที่จะเหินเวหาสห้อง
สุดคิดที่จะเข้าเคียงประคอง
สุดสนองใจสนิทเสน่ห์กัน...

...โอ้แต่นี้นับทวีแต่เทวศ
จะต้องนองชลเนตรกันแสงศัลย์
จะแลลับเหมือนหนึ่งดับเดือนตวัน
เมื่อเลี้ยวเหลี่ยมสัตตภัณฑ์ยุคุนธร...

...ยิ่งคนึงก็ยิ่งนานจะเห็นภักตร
ฉวยฉุดรักแล้วก็ทอดฤไทยถอน
ไม่เหนกำม์ว่าจะนำให้ไกลกร
ไม่เหนรักว่าจะรอนให้แรมโรย...

...อกเอ๋ยเมื่อได้เคยประโลมเล่น
ครั้นห่างเหนแล้วก็ตั้งแต่เตือนโหย
ยามดำเนินเดินดินอาดูรโดย
ก่นแต่โกยกอบทุกข์มาทับกาย...

๑๑๔. ทูลกระหม่อมจอมขวัญ..มาพลันลับ
ชีวาตม์ดับลบนามสิ้นความหมาย
ต้องถูกโบยหลังถอด..ศักดิ์วอดวาย
พร้อมด้วยสายสวาดิชู้เคียงคู่กัน

๑๑๕. โอ้..แต่นี้กาพย์กรอง..ทำนองร้อย
จักเศร้าสร้อยเคล้ารสกำสรดศัลย์
แต่สุดสิ้นบุญญา..รูปราชันย์
ดุจชีวันจะแล้งร่มไว้ข่มร้อน

๑๑๖. องค์หญิงดารา..พร้อม..ท่านหม่อมสร้อย
จักเฝ้าคอยเทวษอยู่ไม่รู้ผ่อน
เมื่อร่มโพธิ์ร่มไทรชีพไหม้มรณ์
โศกจักซ้อนสุมอก..สุดยกย้าย

๑๑๗. เพิ่งเจ็ดขวบวัยวันพระชันษา
เมื่อกำพร้าชนกไปยิ่งใจหาย
โอ..แต่นี้เปล่าเปลี่ยวและเดียวดาย
จักกล้ำกรายพันผูก..แม่ลูกแล้ว

๑๑๘. วังจักร้างอักขราภาษาศิลป์
จักไร้สิ้นเพลงกานท์เคยหวานแว่ว
มธุรสพจนีย์..ไร้วี่แวว
อาดูรทูลกระหม่อมแก้ว..มาแคล้วกัน

๑๑๙. กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
ชีพปลิดป่นลับล่วงพร้อมดวงขวัญ
ฟ้าสังวาลย์สิ้นชาติด้วยราชทัณฑ์
ย่อมโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง

๑๒๐. อกเมืองจึงร้อนร้าว..ด้วยข่าวชู้
จากสองผู้มีใจอันใหญ่หลวง
ด้วยแรงรักร่วมปอง..ใจสองดวง
ยอมชีพรักหักล่วง..ไม่ห่วงเลย

๑๒๑. โอ้..กำสรดอาลัยห้วงใจนี้
จนสุดที่อัดอั้นรำพันเผย
กระซิบหนึ่งผ่านย้ำ..ลมรำเพย
แต่ลับเลยอาลัย..มิได้ลา...

...แม้นกุศลเราสองเคยร่วมสร้าง
ขอร่วมห้องอย่าได้ห่างเสน่หา
เสี่ยงผลที่ได้เพิ่มบำเพ็ญมา
ขอร่วมชีวาร่วมชีวาวาย

...เกิดไหนขอให้ได้ถนอมภักตร
ความรักอย่าได้ร้างอารมณ์สลาย
รักนุชอย่าได้สุดเสน่ห์คลาย
ขอสมหมายที่ข้ามาดสมาทาน

...อันสาราบำราศบำรุงคิด
จาฤกไว้โดยสุจริตสาร
พยายามตามสัตย์ปัติญาณ
ภอแจ้งการที่กำม์ในกายเอย...




จบภาคสอง

หมายเหตุ...
กาพย์ยานี๑๑ และ กลอน ที่มีจุด...นำหน้าทั้งหมด
เป็นพระนิพนธ์ใน
สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล
หรือสมเด็จเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
พ.ศ.๒๒๗๕ ถึง ๒๓๐๑



 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
walkaway วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 00.16 น.
http://www.oknation.net/blog/ake-yanee
สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่เห็นและเป็นจริงเสมอ


ความคิดเห็นที่ 5
chedtha วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 23.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

สวัสดีครับ คุณสดายุ

เพิ่งเห็นบล๊อกคุณสดายุ วันนี้เอง
เลยแวะอ่านซะทุกบล๊อกเลย ขอให้เพลิดเพลินเจริญใจกับการเขียนงานร้อยกรองที่นี่นะครับ

เพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยม คุณสดายุคลิกกลับไปเยี่ยมเขาด้วยก็ดีนะครับ
จะได้ไปปรากฏตัวในบล๊อกของเพื่อนๆด้วย
ใครๆจะได้เห็นเพื่อนใหม่คนนี้ และ คลิกกลับมาเยียมกัน

ที่นี่ เขาทำกันอย่างนี้นะครับ แล้วจะมีเพื่อนเยอะเองครับ
แต่ถ้าเราไม่คลิกไปเยี่ยมใคร เราก็จะไม่มีเพื่อนเยอะ
เพราะว่า ไม่มีใครเห็นเราปรากฏตัวตามบล๊อกต่างๆน่ะครับ

ลองแวะไปเที่ยวที่นี่ดูนะครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/04/27/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4
passama วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 13.25 น.
http://www.oknation.net/blog/passama

มาทักทาย...และอ่านงานที่ไพเราะยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 3
ณ.คีรีรัฐนิคม วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 07.56 น.
http://www.oknation.net/blog/kitipol

ไม่ทราบว่ามีโคลงโลกนิติ มั้ยครับ อยากอ่าน
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 07.36 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

บทกวีไพเราะ .. แต่ยาวมาก .. เดื๋ยวกลับมาอ่านต่อให้จบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
สดายุ... วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 07.23 น.
http://www.oknation.net/blog/sdayoo

ฟังเพลง...ที่นี่ครับ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=08-2006&date=12&group=1&gblog=43
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31