วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
๐ ยามเช้า ๐
Posted by
สดายุ...
,
ผู้อ่าน : 151
, 21:29:14 น.
| หมวดหมู่ :
ปรัชญา
พิมพ์หน้านี้
|

๑. มาลีอวลกลิ่นฟุ้งแต่รุ่งสาง แทรกระหว่างช่วงจันทร์ผละพันแสง ลมอุษาผ่านลำมาย้ำแยง ก่อริ้วแหล่งเกลื่อนเกล็ดของเพชรร้าว
๒. ชั่วโคมฟ้าลอยดวงขึ้นสรวง-ส่อง หมอกจำต้องจำพรากจำจากหาว นานเพียงใดน้ำค้างหยดพร่างพราว จะยังวาวแสงวับให้รับรู้
๓. อ่อนไหวต่อปรากฎ..จึงหมดสิ้น เลือนจากถิ่นจากที่เคยมีอยู่ คน..พฤกษ์..สัตว์..ฟ้า..ดิน..ทั้งสินธู ยากเลี่ยงสู่วงเวียนการเปลี่ยนแปลง
๔. ช่วงคำนึงไหวหวั่นของวันเก่า ล้วนเปลืองเปล่าสับสนกลางหนแห่ง เพียงหนึ่งผู้ตาต่ำต้องสำแดง วนสอดแสร้งสร้างซ้ำรอยจำนง
๕. ยินบรรหารปรากฎเป็นพจน์สวย ล้วนฉาบด้วย..แง่มุมความลุ่มหลง ร้อนในอกจากคิดจักปลิดปลง แค่เสพมงคลถ้อย..ใช่ลอยพ้น
๖. เตือนตาทุกสบต้องครรลองโลก ที่โบยโบกทำนองเพลงหมองหม่น เตือนจิตตัวอย่าพลั้งสู่วังวน ที่ทุกข์ทนทดท้อนั้นรอคอย
๗. ชั่วเพียงคิดผ่านคำแล้วย้ำขาน คืออัตตาเบ่งบานออกผ่านถ้อย ลืมตัวตนตามคิดจนจิตลอย คำก็พลอยกดชีพเทียวบีบคั้น
๘. กำเนิดท่ามขอบขันธ์ห้วงอรรณพ ทุกสิ่งสบส่งให้จิตไหวหวั่น ทุกสิ่งทราบบันลือ..หลง..ดื้อรั้น แต่กระนั้นโง่อยู่ไม่รู้แล้ว
๙. เหมือนเข้าใจตัวตน...ทั้งคนอื่น จึงพูดขืนกลบแก้อยู่แน่แน่ว สบตาที่วาบเต้นจึงเห็นแวว ว่าเพียงแนวข่มเข็ญบนเส้นทาง
๑๐. มาลีอวดสีงามในยามสาย หอมกำจายภู่วนทั้งบนล่าง หวานหอมดังข่ายขุมแห่งหลุมพราง รสจักจางจากลิ้นได้สิ้นฤๅ ?
|