วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
๐ สีสันวันสดใส ๐
Posted by
สดายุ...
,
ผู้อ่าน : 155
, 07:37:39 น.
| หมวดหมู่ :
ปรัชญา
พิมพ์หน้านี้
|
๐ สีสันในวันสดใส ๐ 
๑. เกลื่อนเกล็ดแก้วแวววามกับยามเช้า เพียงลมเร้าลูบริ้วก็พลิ้วไหว เห็นเป็นเกาะหยดน้ำสั่นรำไร ระหว่างจันทร์อำไพจะใกล้ลับ
๒. ลำแสงแรกแทรกฝ่าอุษาสาง กล่อมเลือนรางมืดมนให้วนกลับ เพื่อปลดปล่อยฟ้าครามให้ตามรับ รอลำดับโชติช่วงแห่งดวงไฟ
๓. ปรากฏความแดงเรื่อขึ้นเหนือที่ จับเหลื่อมริ้วเมฆีแต้มสีใส่ อรุณรุ่งพลุ่งแสงจึงแจ้งไกล และผลักใจต้องแสงให้แจ้งจาร
๔. ปรากฏนั้นงดงามทุกยามเห็น เป็นภาพความโดดเด่นเกินเร้นผ่าน รอยต่อของช่วงภพเมื่อพบพาน บอกช่วงกาลยิ่งใหญ่ตราให้จำ
๕. และแล้วทั้งมณฑลก็พ้นเปลี่ยน สู่กระแสเวียนดับของสรรพส่ำ โล้คลื่นทุกข์โลมหลากความตรากตรำ ลอยพลิกคว่ำพลิกหงายกับสายเกลียว
๖. สะท้านกลางคลื่นโถมที่โหมผ่าน แตะวิญญาณตื่นรับการขับเคี่ยว ลูบเล็มความเค็ม-คาวอยู่กราวเกรียว ลิ่วกับความกราดเกรี้ยวที่เชี่ยวล้น
๗. สะท้อนผืนเกล็ดแก้วอยู่แวววับ แสงทอดทอรอขับความอับหม่น เกินช่วงกาลจักยืดความมืดมน เมื่อช่วงชนม์ภาคไฟเริ่มใยยอง
๘. ชั่วเพียงตะวันเปล่งแสงเร่งเร้า หยาดงามเงาก็ถึงวายสลายล่อง น้อยนักจะหาญเปลื้องความเรืองรอง เหลือแต่ต้องน้อมรับระยับนั้น
๙. ฤทธิ์เดชยามพาดผ่านหอมหวานนัก หมื่นแสนล้านอุปสรรคหรือจักหวั่น กับอำนาจที่คอยหนีบคอยบีบคั้น ไพศาลรังสีสั่นหรือทันเทียม
๑๐. ชีพในโลกถึงแม้นว่าแสนสั้น แต่นานพอโมหันต์จะทันเสี้ยม ไร้เย็นแลสะท้อนแต่ร้อนเกรียม ทั้งหาญเหี้ยมเปี่ยมพลังเกินรั้งลง
๑๑. ระหว่างทิวาอันตะวันล่อง แทรกผ่านความเรืองรองที่ส่องส่ง คือผัสสะเนื่องนำเป็นจำนง ตั้งดำรงเป็นถวิลแทรกวิญญาณ
๑๒. ความหลงเลื่อนเยือนสลับสุดนับถ้วน กระแสความเรรวนที่ป่วนผลาญ คลื่นระลอกความทดท้อทรมาน นั้นเนิ่นนานแนบอยู่ไม่รู้จาง
๑๓. หม่นม่านหมอกต้องสำแดงด้วยแสงส่อง จึงใสผ่องรองรับอยู่กับสาง หากห้วงจิตล้าเลื่อนอยู่เลือนราง จะฝ่าขวางล่วงไปอย่างกัน
๑๔. ถวิลจักจำรัสด้วยรัศมี เฉกสุรีย์เปล่งกล้าเกินกว่ากั้น เผามารในห้วงอกให้ตกทัณฑ์ และเผาทิพย์ในฝั่งฝันให้บรรลัย
๑๕. ละอองเมฆเสกม่านบันดาลหม่น ยังอาจป่นแสงระยับหยุดขับไข ฤทธิ์เดชแม้นแกร่งเกรียงสักเพียงใด คงยากใช่เยี่ยมยอดตลอดกาล
๑๖. แล้วไยเล่าต้องคอยเลียบคอยเปรียบค่า แลตั้งความปรารถนามหาศาล เกียรติศักดิ์อักโขอันโอฬาร เฝ้าไขว่ควานบนวันที่ผันเวียน
๑๗. ต้องกี่ศัพท์นับคั่นนะสรรเสริญ กี่ยอ-เยิน-ยิน-ยลตราบล้นเลี่ยน จึงพอเพียงลดระดับพ้น-อับ -เอียน และพอเปลี่ยนแปรปรับพ้น-อับจน
๑๘. ในระหว่างยามวันของพันแสง สร้างความหมายเติมแต่งทุกแห่งหน ทั้งแก่นแท้ให้เลือกทั้งเปลือกปน สุดแต่ปัญญาตนจักยล-เยือน
๑๙. รังสีลับกับเนตร..ด้วยเหตุไหน.? หรือเหม่อลอยวูบใหญ่จากใจเคลื่อน..! ปลายปีกนกโผกระหยับจนลับเลือน ที่เบิกเบือนพรับอยู่ฤๅรู้ความ
๒๐. เชี่ยวนักเหมือนลำน้ำในสำนึก ลากสู่ก้นเหวลึกเกินตรึกข้าม พ้นเหลื่อมตะวันแจ้งจะแบ่งตาม เพิ่มวาววามผ่องใสแก่นัยน์ตา
๒๑. จึงเมื่อความเร่าร้อนเริ่มอ่อนฤทธิ์ และเมื่อความครุ่นคิดเริ่มผิดท่า มิอาจต้านแสงลอดที่สอดมา จึงรับรู้ความเจิดจ้าในตาวัน.
เพลง....ปฐมดุสิต...ชัยภัค ภัทรจินดา ...แสนคำนึง...
|