พิมพ์หน้านี้
|
๐ นั่น..ปลาบเปรี้ยง..ก่อนสายพิรุณหลั่ง ไฟเคลื่อนแนวคลุ้มคลั่งเฟื้อยฝั่งหาว พระลบคร่อมคลุมโลก..ลมโกรกกราว เมื่อใครหนึ่งเหน็บหนาว..รุมร้าวทรวง ๐ ฟังเถิดนั่น..พิรุณ..พิลาปร่ำ และเสียงความครวญคร่ำ..ระส่ำสรวง ก็เช่นน้ำ..หยาดนอง...เนตรสองดวง ผุดหยดร่วง..แตะแต้ม..สองแก้มนั้น ๐ และสิ้นแล้ว..แดดใสลมไหวพลิ้ว ยังแต่ริ้วรอยขลาด, ความหวาดหวั่น ลมที่โหม..ครวญคร่ำเหมือนรำพัน แทนสำเนียงโศกศัลย์..ให้หันซบ ๐ ครืนครั่นนั่น..อัสนี..เลื้อยลีลาศ โอนโอภาสสู่สวรรค์ให้บรรสบ หากท่ามกลางหม่นหมอง..ฝนฟ่องภพ ไม่อาจกลบวับวาว...ชั่วคราวครั้ง ๐ และนั่นแว่ว..คร่ำครวญกำสรวลโศก ผู้บาปโลกรุมรัดลงหยัดหยั่ง อกเอยเมื่อกำสรดเข้าบดบัง ย่อมเหนี่ยวรั้งโอภาสบำราศรอย ๐ สัมผัสเถิดเมื่อเทวษทวีบท จะห้อมใจรันทดจนถดถอย ก่อนพิลาสช่วงลออ..ที่รอคอย จะพร่างพร้อยปลาบปรายให้ชายตา ๐ จะมีหรือชลพิสุทธิ์..ไม่หยุดคร่ำ จะมีหรือชอกช้ำ..เฝ้าย้ำหา อาจสักครั้ง..รวนเร..บางเวลา และสักคราย่อมพ้น..หมองหม่นนั้น ๐ หลังฝนคร่ำน้ำฟ่องลมล่องสาย แดดจะฉายสดใส..ขับไหวหวั่น และหลังใจชอกช้ำ..หยุดรำพัน งดงามนั่น..ฤๅจะแล้ว..ในแววตา ๐ มองเถิดนั่น..ฟากสรวง..คืนช่วงแสง จะทอดทอลออแผงโลมแหล่งหล้า ลืมเสียเถิด..คำมั่น..คำสัญญา จำเพียงว่า..บางผู้..ไม่คู่ควร |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||