พิมพ์หน้านี้
|
อธิการ มสด. อัดความคิด มองให้ไกล ไปให้ถึง คิดใหม่ ทำเร็ว เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
รองศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์การพัฒนามหาวิทยาลัยในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า อยากให้บุคลากรทุกฝ่ายในสวนดุสิตช่วยกันคิด พัฒนามหาวิทยาลัยให้เกิดความสำเร็จ และก้าวไปพร้อมๆ กัน ก่อนอื่นเราต้องมองให้ยาว อย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ต้องทำอะไร แล้วมองย้อนกลับไปด้วยว่าในอดีตเคยเป็นยังไง งานด้านวิชาการถือเป็นหัวใจหลักต้องเร่งพัฒนา ดูความเข้มแข็งของสาขาวิชาใดที่จะสามารถชูให้โดดเด่นได้บ้าง เพราะกลไกหลักเรามีอยู่แล้ว 4 ด้าน คือ 1. อุตสาหกรรมอาหาร ที่มีการพัฒนามาตั้งแต่สมัยเป็นโรงเรียนการเรือน 2. อุตสาหกรรมบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น 3. การศึกษาปฐมวัย นับตั้งแต่โรงเรียนละอออุทิศตั้งเป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกในประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันได้รับความยอมรับจากหลายหน่วยงานภายนอกเข้ามาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก และ 4. พยาบาลศาสตร์ที่เพิ่งเปิดขึ้นมาใหม่ และกำลังเป็นที่นิยมของเด็กที่ต้องการเข้าศึกษาต่อโดยเฉพาะปีการศึกษานี้ ปัจจุบันถือว่าจำนวนนักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในสวนดุสิตมีจำนวนลดลงจากเดิม ฉะนั้นเราต้องพิจารณาได้แล้วว่ามีสาขาวิชาใดที่ตอนนี้เด็กมีความสนใจมากที่สุด แล้วเร่งพัฒนาหลักสูตรนั้นๆ แต่ถ้าดูแล้วไม่สามารถพัฒนาได้ก็ให้ปิดหลักสูตรนั้นลง ยังไงก็ขอให้มีความมั่นใจในความเป็นสวนดุสิต ไม่ว่าจะเป็นด้านโฮมเบเกอรี่, โรงเรียนละอออุทิศ, สวนดุสิตโพล ทั้งหมดนี้เมื่อเวลาที่เราเดินออกไปข้างนอกจะมีหลายคนทักและรู้จัก แสดงให้เห็นว่าสวนดุสิตยังมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ และคงความไว้ใจของผู้คนรอบด้านเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การพัฒนามหาวิทยาลัยจึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือกับหลายๆ ฝ่าย ที่ต้อง ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นสายบริหาร สายอาจารย์ โดยเฉพาะสายสนับสนุนที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นตัวขับเคลื่อนอย่างดี อยากให้ช่วยกันในทุกๆ ด้าน เริ่มจากตัวบุคคล ตั้งแต่ปรับความคิดไปจนถึงขั้นลงมือทำ และต้องปฏิบัติเลย อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เพราะหลายคนทำงานตามสัญชาตญาณเดิม ไม่ยอมพัฒนางานใหม่ๆ ออกมาเลย นักศึกษาคือ ลูกค้า ทุกวันนี้เราคิดแต่เพียงว่า เขาจะให้เราทำอะไร ขอให้เปลี่ยนใหม่ว่า เราจะทำอะไรให้เขาได้บ้าง เราต้องคิดขึ้นมาใหม่ ทำเร็ว อย่าให้ใครมาคิดอนาคตให้ คุณต้องคิดถึงอนาคตของตนเองเป็นหลัก มีบุคคลลักษณะหนึ่งที่เรียกว่า คนแก่ มีรูปแบบการทำงานตามกาลเวลากับตามระยะเวลาอายุ อยากให้คนทำงานสวนดุสิตลองเลือกเองว่า จะแก่อย่างมีคุณภาพ หรือจะแก่ตามสังขารอายุ ผลพวงจากความคิดว่าทำไมถึงต้องคิดเร็ว มองได้จากช่วงนี้มหาวิทยาลัยจัดตั้งหน่วยงานซ้อนขึ้นมาเยอะ เพราะว่าเป็นการบังคับหน่วยงานหลักไปในตัว แสดงให้เห็นถึงจำนวนคนทำงานที่ลดน้อยลง แต่มีปริมาณงานเท่าเดิม เพื่อเปรียบเทียบศักยภาพคนทำงานทั้ง 2 หน่วยงาน เหมือนการแข่งขันที่ทุกคนต้องเร่งพัฒนาหน่วยงานของตนเอง เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเข้าสู่การแข่งขันในระดับประเทศต่อไป ดั่งคำที่ว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ จงมองและพิจารณาให้ดี เพราะอุปสรรคบางอย่างถูกแก้ด้วยกลไกที่เราอาจคิดไม่ถึง ถ้าเราคิดว่าปัญหาเป็นเรื่องสนุกสนาน ไม่เครียด วิธีการต่างๆ จะทยอยออกมาเอง.
ประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โทร.0-2244-5104 |
| มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต | ||
- |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |