พิมพ์หน้านี้
|
ผมแอบหลบไปนอนที่โรงพยาบาลอยู่ 3-4 วัน เพิ่งจะออกมาเมื่อบ่ายสามวันนี้ (12 พ.ค.) ไม่ได้มีโอกาสร่วมออกความเห็นต้องขออภัยด้วย ตัวเลข 16 นี่ผมมั่วเอานะ แต่รู้ว่ามากกว่า 15 แน่ๆ เอาแค่ 4 ปีที่เชียงใหม่ที่ก็ 4 ครั้งแล้วครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมนอนซมเป็นหวัดเจ็บคอ และไอมาก อยู่ที่บ้าน พอดีมีโรคประจำตัวอยู่ด้วยคือหอบหืด เลยกลายเป็น Synergy จนถึงสองทุ่มวันอังคาร (9 พ.ค.) ก็เหนื่อยมาก ไม่ไหวแล้ว จึงหอบผ้าหอบผ่อนได้สองสามชิ้น แจ้นขึ้นรถ และขับมาโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ภูมิใจจังที่เป็นโรคนี้เพราะมีคนดังเป็นกันตรึม เวลามีคนเห็นเราพกหลอดยาประหลาดๆติดตัว แต่ละคนจะทำท่าสยดสยอง โดยเฉพาะ Seretide สีม่วง หน้าตาเหมือนตลับเก็บ Pokemon มาก แต่ผมว่ามันเป็นวิถีชีวิตเรา เป็นเรื่องปกติ แม่ผมจะพยายามกันผมออกที่หมาแมวที่ผมรักตลอด แต่ผลการตรวจเมื่อวานพบว่า ผมแพ้แค่ ไรฝุ่น เชื้อรา แมลงสาบ และสาวๆหน้าตาน่ารัก คนที่เป็นโรคนี้จะรู้ว่าบทมันจะไปก็ไปเลยบางทีไม่มี intro มาก ดาราดังๆตายเพราะโรคนี้หลายคนในช่วงหลังๆ แต่ผมก็อยู่กับมันมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ ไม่รู้จะแกะหลุดยังไง ต้องมานอนโรงหมอเพราะโรคนี้ 10 กว่าครั้งแล้ว บางทีก็เฉียดตายจริงๆ เช่น เมื่อคราวเป็นที่ฟิลิปปินส์และเพื่อนฝูงช่วยวิ่งวนหาโรงพยายาลดีๆเกือบค่อนคืน เพราะไม่ค่อยมีเตียง หรือทำงานหนักหลายวันอยู่เช้ามาก็วูบที่หน้าห้องพักแถวอนุสาวรีย์ชัยเมื่อหลายปีก่อน มีสาวรุมเอายาดมมาให้ ผมบอกไม่ได้เป็นลม ต้องมีตำรวจเปิดไซเรนช่วยไปที่ส่งพญาไท 1 หรือเมื่อคราวปอดบวม ต้องมาโรงพยาบาลนี้เมื่อสองปีก่อน แบบเฉียดฉิวจริงๆ ครั้งนั้นนอนอยู่หกคืน ด้วยความเฉียดตายเป็นเป็นระยะๆ อย่างนี้เองผมจึงมองโลกไปแนว reality หรือความเป็นจริงที่ปรากฏ ชอบดูข้อมูล ดู fact ไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเพ้อฝันมากนัก เวลาเห็นใครมีเวลาว่างมาก เล่นเกมส์ เล่นเน็ตดึกๆดื่นๆ ก็ได้แต่ส่ายหัว อยากมีเวลาแบบนั้นบ้าง แต่เราคงไม่ได้ใช้ทำแบบนั้นหรอกนะ เชียงใหม่นับเป็นเมืองที่มีความเจริญด้านการแพทย์ดีทีเดียว มีโรงพยายาลเอกชนที่ได้มาตรฐานหลายแห่ง เช่น เชียงใหม่ราม ซึ่งน่าจะเป็นหมายเลยหนึ่งในเมืองนี้แล้ว แต่เนื่องจากเค้าตั้งอยู่ในตัวเมือง หากไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาสาหัสนัก ผมจะก็เลี่ยงไปที่โรงพยาบาลลานนาซึ่งอยู่ติดถนนวงแหวนและใกล้กับที่ทำงานผมแทน นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลเทพปัญญา (หรือในชื่อเดิมเชียงใหม่ราม 2) ซึ่งเข้าออกสะดวกมาก เค้าจึงหันมาเน้นด้านอุบัติเหตุแทน เวลาเปิดประตูหน้าเข้าไปก็จะมีภาพถ่ายโชว์ผลงานต่อมือต่อหัวต่อขาให้เป็นที่น่าทึ่งว่าและขนหัวลุกว่าทำได้ยังไงเนี่ย แต่หวังว่าผมคงไม่ต้องมีโอกาสได้ใช้บริการเค้า โรงพยาบาลเอกชนอื่นๆที่น่าจะใช้ได้คือ ราชเวช และคลินิกอะไรซักอย่างใกล้ๆโลตัสหางดง ส่วนแมคคอมิกนี่ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกชนหรือเปล่า ถ้าคุณประสบอุบัติเหตุในตัวมืองเชียงใหม่ หากอวัยสำคัญยังอยู่ครบ คาดว่าโอกาสรอดน่าจะสูงมาก ผมเคยนั่งทานข้าวกับเพื่อนฝูงตอนโพล้เพล้ อยู่ดีๆมีรถเก๋งแหกโค้งพลิกคว่ำลงไปในหนองน้ำต่อหน้าต่อตา เห็นคนขับลนลานออกมาจากตัวรถ ภายใน 10 นาทีมีรถพยาบาลมา 4 คัน รถยกก็มาได้เร็วพอๆกัน ซึ่งผมว่ากรุงเทพยังทำไม่ได้เลย ตอนผมอยู่กรุงเทพทำงานอยู่บริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งบนถนนรางน้ำ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะเดินทะลุไปออกถนนศรีอยุธยาเพื่อข้ามไปพญาไท 1 โรงพยาบาลนี้รักษาโรคคอเจ็บ หอบ ที่ผมเป็นบ่อยได้ภายใน 1-2 วันตลอด ไม่เคยต้องนอนซมที่บ้านต่ออีกหลายวัน หรือกลับไปซ้ำ ที่เชียงใหม่ยังไม่เห็นมีใครทำได้เจ็บคอแบบ Basic ที่ลานนาทำผมฟุบ 4-5 วันทุกที สังเกตได้ว่า ยาไม่เหมือนกัน จริงๆแล้วเราแค่เดินโฉบไปห้องยา ก็เห็นลางๆแล้วว่า ถ้าเข้าไปรักษาจะเจออะไรบ้าง ตอนนี้ปัญหาเกี่ยวกับสมองไหลด้วยล่ะ แม้แต่ระหว่างเอกชนด้วยกัน โรงพยาบาลอินเตอร์อย่างบำรุงราษฎร์ (BH) กรุงเทพ (BGH) มีแรงดึงดูดมหาศาล หมอเก่งๆบางคนที่ผมเคยรักษาอยู่ที่เชียงใหม่ราม เดี๋ยวนี้ก็ไม่อยู่แล้ว ก็จะต้องไปดึงจากของรัฐมาช่วยคือ โรงพยาบาลมหาราช (สวนดอก) ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมยังโชคดีที่อยู่กลางๆของช่วงที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเป็นชาวบ้านตาแดงๆน่าจะแย่ เพราะหมอดีๆหายหมด และค่ารักษาแพงขึ้น การส่งเสริม Medical Hub หรือ Medical Tourism ก็มีผลเสียมากเช่นกันถ้าไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างจำกัดของเราให้ดี เพราะการสาธารณสุขบ้านเรายังขาดแคลนอยู่มาก ไม่ป่วยเลยย่อมจะดีที่สุด แต่ถ้าคุณไม่มีทางเลือก และอยู่คนเดียวด้วยแล้ว ผมมีข้อแนะนำที่อาจจะเป็นประโยชน์ดังนี้ ถ้าโรคคุณมีลักษณะเฉพาะแบบผมคือ วูบได้แบบไม่มีไฟเตือน ตอนที่สติยังดีอยู่ควร pack กระเป๋ารอไว้ อาจจะมีนัดแนะกับเพื่อบ้านไว้ก่อนเมื่อความรวดเร็ว พวกเสิ้อผ้า เสื้อกันหนาว สบู่ ยาสีฟัน เครื่องประทินโฉม ควรบรรจุให้พร้อม ผมไม่ได้โกนหนวดหกวันรู้สึกรำคาญมาก นอกจากนี้อย่าลืม Charger โทรศัพท์ และ iPod บรรจุ ซัก 500 เพลงพร้อม Charger เช่นเดียวกัน คราวนี้แบตหมดตั้งแต่วันที่สอง เซ็งเลยล่ะ หนังสือดีๆหนึ่งเล่ม แต่ไม่ควรเลือกเล่มที่ทำลายระบบประสาทมาก ของมีค่าไม่ต้องเอาไปมาก เพราะอาจจะไม่ได้เอากลับนะครับ ถ้าไม่ได้คิดจะให้เพื่อนมาเฝ้า คุณเป็นคนใจแข็งและรู้ว่าวันนี้ไม่ตายแน่ๆ ควรรอให้แข็งแรงซักนิดค่อยโทรแจ้งเพื่อนมาเยี่ยมมิฉะนั้นคุณจะต้องเตรียม whiteboard และ FAQ ไว้ให้พร้อมนะครับ สำหรับโรคหอบของผม 24 ชั่วโมงแรกขออยู่คนเดียวเถอะ ยังไงก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว ถามมากก็เหนื่อย เดี๋ยวทรุดไปกันใหญ่ เพื่อนฝูงบางคนเห็นเราพะงาบๆอย่างนั้น ก็ขยันค้นตู้เตียง จัดโต๊ะเก้าอี้จริงๆ ผู้ช่วยพยาบาลชุดฟ้า ซึ่งมักจะไม่สาวๆแล้ว บางทีจะมาวุ่นวาย และแนะนำให้ทำอะไรแปลกๆแบบทำตามไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง แนะนำไม่ดีก็ว่าเราผิด ขอให้ยอมๆไปก่อน เอาคืนตอนกลับ พยายามสังเกตชื่อยาที่หมอให้คุณกินหรือฉีดและสอบถามพยาบาลว่า ยาทำอะไร เผื่อคุณมีอาการอะไรลึกๆที่ยาไม่ครอบคุลม เช่นคราวนี้ผมสังเกตว่าหมอไม่ได้ให้ยาแก้ไอทั้งๆที่ผมไอมาก หรือคุณอาจจะจะต้องให้การในชั้นยมบาล จะได้มีหลักฐานมัดแน่น เมื่อวานซืนผมเจอยาในตระกูล steroid ฉีดสองเข็มทุกหกชั่วโมง แต่มีผลข้างเคียงทำให้สะอึกทุกสองชั่วโมงจนไม่ได้นอนในคืนแรก แต่อย่าจริงจังกับการนอนมาก นอนไม่หลับกลางคืนเดี๋ยวกลางวันก็ได้นอน ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวเครียด การจัดอาหารของโรงพยาบาลมักใช้ระบบ JIT (Just in time) คือมันจะไม่มาก่อนหรือหลังจากเวลาให้อาหารตาม schedule ปัญหาคือมื้อเย็นมา 16:30 ถ้าสามทุ่มยังไม่ได้นอนเหมือนผมจะแสบท้องมาก ให้เพื่อนเตรียมเสบียงแบบอยู่ท้องให้พร้อมนะครับ พวก Brand Vitamilk Ovultime หรือแม้แต่ซาละเปาช่วยไม่ค่อยได้นะครับ ออกมาจากโรงพยาบาลแล้วอย่าเพิ่งซ่า คุณแค่ทุเลา ยังไม่หาย ทำเหมือนยังอยู่โรงพยายาลต่อซัก 2-3 วัน จะได้หายขาดนะครับ เหมือนผมตอนนี้ก็มึนๆ พิมพ์อะไรก็ยังไม่ค่อยถูก ด้วยความปรารถนาดี ไม่ได้กินกาแฟหลายวันรู้สึกคันๆตัวยังไงก็ไม่รู้ วันหลังจะพาไปเที่ยวต่อครับ
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||