พิมพ์หน้านี้
|
ไม่รู้ว่าติดนิสัยชอบปลูกมาจากใคร ลูกไม้ย่อมหล่นใกล้ๆต้นไม้ แต่จะว่าเป็นแม่หรือพี่สาวก็ไม่น่าจะใช่ เพราะผมปลูกดะไปหมดตั้งแต่ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ไม้เลื้อย และบรรดาวัชพืชต่างๆ แห้วหมูนี่ผมเชี่ยวชาญมาก แค่กวักมือเรียกก็มา ตอนผมอยู่กรุงเทพ ถนนกาญจนาภิเษกตั้งแต่บางใหญ่ลงมาถึงบางขุนเทียนเป็นแหล่งต้นไม้ที่ผมไปบ่อยที่สุด ส่วนที่เชียงใหม่ก็ต้องไปตลาดคำเที่ยง ตลาดคำเที่ยงเป็นแหล่งขายต้นไม้แหล่งใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อก่อนขายเฉพาะตอนเที่ยงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ไปมาสะดวก เป็นที่โล่งหลายสิบไร่ อยู่หลังโลตัสคำเที่ยง (จริงๆต้องบอกโลตัสอยู่ข้างหน้า เพราะตลาดมีมาตั้งนานแล้ว) อาจจะมีที่อื่นประปรายและก็ไม่ได้ครึ่งของที่นี่ นอกจากต้นไม้แล้วเค้าก็จะมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสวนครบวงจร ไม่ว่าจะเครื่องมือทำสวน บ่อน้ำ น้ำพุ โคม ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง บางร้านมีขายพวกนกและปลาสวยงามด้วย ในช่วงปีแรกๆของการมาอยู่เชียงใหม่ ผมไปแทบทุกอาทิตย์ ไม่ได้ชื้ออะไรก็ยังไปเดิน เวลาจะไปดูต้นไม้ที่นี่ไม่ต้องไปเช้ามาก บ่ายสามนี่คนขายยังนอนอาบแดดอยู่เลย นอกจากนี้เวลาฝนตกปรอยๆขอให้ชั่งใจ เพราะจะมีหลายร้านไม่ยอมเปิด ที่ผมเล่านี่สะท้อนวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตของคนเมืองบางส่วนนะครับ J เค้าขายอะไรกันบ้าง .. คล้ายๆกรุงเทพครับ ที่น่าดูหน่อยก็คงจะเป็นกล้วยไม้ แต่ก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน นอกจากนี้เนื่องจากเชียงใหม่อากาศอบอุ่นกว่าภาคกลาง บางครั้งก็จะมีต้นไม้แปลกๆหลุดมาบ้าง ต้นที่ผมชอบคือ Rhododendron (กุหลาบพันปี) ไม่รู้เค้าไปเพาะหรือไปลักลอบขุดมาจากไหน แต่มันมีเยอะมากน่าจะปลูกขายมากกว่า สีขาว-ชมพูเนี่ยสุดโปรด เคยซื้อมากระถางละหลายร้อยบาท อยู่ได้ไม่ถึงสองเดือน สงสัยจะไม่มีวาสนาต่อกัน ปรัชญาในการปลูกต้นไม้ของผมคือไม่ต้องรีบ ปลูกอาทิตย์ละต้นก็ยังได้ ถ้ารีบมากเดือนหน้าจะไม่มีอะไรทำ ขอให้เข้าใจว่าเวลาที่เชียงใหม่ช้ากว่ากรุงเทพ 30% บ้านผมจะมีต้นไม้ครึ้ม(รก)ไปหมด เพื่อนบ้านถ้าไม่สังเกตดีๆจะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวผมเป็นๆ เพราะต้นไม้ที่เป็นรั้วผมสูงมาก บางทีก็สงสารเพื่อนบ้าน ยิ่งเจ้าแนว Heliconia ทางด้านตะวันตก บ้านเค้าให้มาไม่กี่สิบตารางวา ถ้าเอาตัวบ้านออกคงได้มากกว่านี้ จริงๆเค้าก็มีสวนมาให้นิดหน่อย แต่ภายในหกเดือนบรรดาต้นไม้ที่ bundle มาก็ bye bye ไปทีละต้นสองต้น ในปัจจุบันนอกจากพญาสัตบรรณ และ Yellow Tabebuya สองต้นแล้วก็ไม่มีอะไรเหลือ ส่วนทิศตะวันตกมีต้นจำปีที่ผมปลูกเองเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้เท่าหลังคาบ้านแล้ว บังแดดดีนัก แต่การปลูกต้นไม้ก็เหมือนกับทุกเรื่อง คือไม่ได้รื่นรมย์ไปเสียทุกอย่าง สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดในสวนมีสองอย่าง คือหอยทากยักษ์ และไส้เดือน (น่าจะยักษ์ด้วยเพราะตัวใหญ่มาก) หอยทากมันจะชอบปีนขึ้นไปอึตามที่สูงๆ นัยว่าขี้อายกลัวคนแอบดู บางตัวขึ้นไปเกือบถึงหลังคาบ้าน ช่วงหลังผมต้องหากระป๋องไว้ใบนึง จับตัวโชคดีจะได้ไปเที่ยวใส่ไว้ แล้วก็เอาขึ้นรถไปปล่อยปากซอย ห่างจากบ้านเกือบสองกิโล เพื่อนบ้านบางทีก็แซวว่า หอยหากนะพี่ ไม่ใช่งูเห่า มันกลับบ้านไม่ถูกหรอก ปล่อยแค่บ่อน้ำในหมู่บ้านก็พอแล้ว ส่วนไส้เดือนนี่เหลือทนจริงๆ ถึงแม้มันก็ไม่เคยเบียดเบียนอะไรผม แค่ปรากฏตัวให้เห็นครั้งละครึ่งตัวเท่านั้นเอง ทีเหลืออาจจะติดปลายพลั่วเป็นที่น่าสยดสยอง เจอแบบนี้ทีไรผมก็จะหยุดทำสวนซักครึ่งวัน เพราะถือว่าฤกษ์ไม่ดีแล้ว บ้านผมก่อนหน้านี้เป็นบึงที่เค้าถมทำหมู่บ้านจัดสรร ดังนั้นระดับน้ำจะอยู่สูงมาก ทำให้ operating zone ของไส้เดือนอยู่ใกล้ผิวดินมาก วันไหนฝนตกมากออกมาคลานในสนามก็มี บางทีเราก็คิดจะ outsource จัดสวนเหมือนกัน แต่ถ้าทำก็ต้องจ้างให้เค้าดูแลด้วย เพราะถ้าดูเองเละแน่ๆ เลยทำเองดีกว่า จะได้ออกกำลังกายและฝึกสภาพจิตใจกับไส้เดือนครึ่งตัว ถามว่าเป้าหมายในระยะยาวในการทำสวนของผมคืออะไร ? ขยายพื้นที่เพาะปลูกครับ เป็นซัก 200 ตารางวาน่าจะกำลังดี J ซึ่งมันคงทำไม่ได้ในบ้านหลังนี้ (ผู้เข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในวันจันทร์อาจจะมีรูปตลาดคำเที่ยงนะครับ เหตุเพราะว่า เมื่อบ่ายๆวันนี้ผมขับรถผ่านไปกะจะถ่ายรูป กดได้สองใบ แบตหมด น่าอายจริงๆ รูปทุกรูปที่ลงนี่อยู่ในสวนบ้านผม รวมทั้งเจ้ากบ หรือปาดน้อยนั่นด้วยครับ)
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||