|

คำแนะนำสั้นๆ สำหรับคนที่จะขึ้นไปดอยอินทนนท์ช่วงนี้ สวยมาก... ขอบอก หรือถ้าจะให้ตรงกว่านี้ มองอะไรแทบไม่เห็นเลย แต่น่าประทับใจสุดๆ ลมแรงมาก เย็นจนถึงหนาว และเปียก ไม่ว่าจะจากฝน หรือละอองน้ำในเมฆหมอก ดังนั้นจึงควรสวมเสื้อหนาๆ และมีเสื้อกันฝนข้างนอกซักตัวนะครับถ้าจะไปกัน ใครชอบถ่ายรูป พกผ้าเช็ดเลนส์ไปด้วยนะ ถ้ามีแดดบนพื้นราบติดต่อกันซักสองวัน น่าจะเหมาะ ผมได้มีโอกาสขึ้นไปดอยอินทนนท์ครั้งที่สองในปีนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จะทำให้ได้ 4 ครั้งภายในสิ้นปี ตอนแรกก็หวั่นใจอยู่ เกรงว่า ฝนจะตก แต่ก็ไม่มีฝนเลยจนกระทั่งตอนขับรถลงมา ที่มีเยอะมากๆเหมือนที่ได้คาดไว้คือ หมอกแบบที่คนทั่วไปเรียกกัน ในกรณีของยอดเขาสูงน่าจะเป็นว่าเราไปอยู่ในก้อนเมฆมากกว่า เวลาขับรถต้องเปิดไฟหน้าตลอดทาง แล้วก็มีลมแรงมากๆ เห็นหมอกม้วนไปม้วนมาเฉียดหัวเรา เพลินดี ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทย ผมเคยขึ้นมาวันที่ 30 ธันวาคม คนเป็นหมื่น รถติดบนดอยยาวหลายกิโล

ตอนนี้บนดอยมองไปทางไหนก็ชื่นตาไปหมด มีแต่สีเขียว ทั้งแบบมีลำต้น และไม่มีลำต้น เช่นพวกมอสเล็กๆตามพื้นหิน ข้อดีของที่นี่คือเย็นและอยู่สูง จึงไม่ค่อยพบสัตว์ไม่มีขา และมีขามากให้บรรดาสาวๆต้องขยะแขยง ผมก็เพิ่งได้ยินจากเพื่อนว่า พวกมอสที่เห็นเขียวๆตามป่าบางแห่งเค้ามีการแซะไปขายกันด้วย ซึ่งมันก็ไม่น่าจะอยู่ได้นานเพราะไม่ใช่ที่ของมัน

ทางขึ้นพระธาตุจากที่จอดรถซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นระยะทางไม่กี่สิบเมตร แต่ถ้าเป็นคนแก่ หรือเกือบแก่และไม่ฟิตอย่างผมก็หอบแฮ่กเหมือนกัน เค้ากำลังทำบันไดเลื่อนอยู่ อีกไม่นานคงจะเสร็จ น่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุพอสมควร จะดูแปลกๆหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ คนงานต้องใส่ชุดกันฝนตลอดถึงแม้ฝนจะไม่ตก มิฉะนั้นจะเปียกเหมือนอาบน้ำภายในไม่กี่ชั่วโมง

มองจากพระมหาธาตุนพพลภูมิสิริไปทางพระธาตุอีกองค์หนึ่ง ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ ทั้งวิวและคน ซึ่งปกติแล้วโอกาสจะถ่ายมุมนี้ได้แบบโล่งๆแทบไม่มี

ไปรษณีย์ไทยนี่ไปทุกที่ ถ้าเค้าพ่นระหัสไปรษณีย์ไว้ข้างกล่อง และเป็นระหัสที่ไม่เหมือนข้างล่าง เช่น 50505 ตู้ไปรษณีย์ลูกนี้คงไม่ยืนเหงาแบบเปียกๆอยู่อย่างนี้ เค้าอยู่ข้างๆหน่วยอุทยานบนยอดดอยเลย ที่ซึ่งผมได้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางหมอกหนาๆที่ความสูง 2500 เมตร อีกครั้ง

ทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาซึ่งปกติเงียบเหงาอยู่แล้ว ก็วังเวงหนักขึ้นไปอีก ถ้าไปคนเดียวล่ะก็ คนขวัญอ่อนอย่างผมคงไม่เดินเข้าไปในนั้นแน่ๆ แต่ตลอดการเดินผมกับเพื่อนก็ไม่เจอใครหรือสัตว์อะไรเลยแม้แต่ตัวเดียว จะรู้สึกดีมากเลยถ้ามีเสื้อกันฝนซักตัวเพราะละอองน้ำในป่าเยอะมาก เวลาลมพัดมาทีนึง น้ำที่จับตัวอยู่ตามกิ่งไม่ก็หล่นลงมากราวใหญ่ คำถามที่น่าจะได้ยินต่อไปคือ จะมีทากมั้ย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่มากี่ทีไม่เคยเจอ ถ้ามีคงอดตายหมดแน่ในช่วงนี้

เปียกๆอย่างนี้บรรดามอส ตระไคร่ เฟิร์น ก็เริงร่ากันเป็นธรรดา ผมต้องชั่งใจพอสมควรในตอนแรกกว่าจะงัดเจ้า EOS20D (กล้อง) ออกมาจากกระเป๋าแต่ละครั้ง เพราะเวลาเอาเก็บจะมีหยดน้ำเกาะโดยตลอด แต่ความสดชื่นของพวกมันก็ทำให้ผมต้องร้องว่า เอาวะ เป็นไงเป็นกัน
 เค้านึกจะงอกจะเกาะก็ทำกันแบบไม่เลือกที่ ไม่เกรงใจ ถ้าผมอยู่ตรงนี้ซักเดือนสงสัยจะมีอะไรออกทางจมูกบ้างแน่ๆ

ดื่มด่ำกับบรรยากาศบนนั้นอยู่เกือบๆ 5 ชั่วโมงครับ ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนอาจจะนานกว่านั้น เจอนักท่องเที่ยวไม่เกิน 30 คน ได้รูปถ่ายมาร่วม 200 ใบ (ยังเรียกเป็นใบอยู่อีก) เพื่อนผมอยู่เชียงใหม่มาเกือบๆ 3 ปี ไม่เคยไป และไม่เห็นวิวอะไรเลย ยังบอกว่าคุ้มจริงๆครับ
ใครชอบธรรมชาติ ความเย็น และความง่ายไม่ต้องหอบสังขารเข้าไปกลางป่า ดอยอินทนนท์ฤดูนี้ Highly Recommended จริงๆครับ
|