พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากมาชมได้แว๊บๆในวันแรก วันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงมีต้องมีการ replay กะว่าจะไปแสดงตัว 09:30 พอดี แต่ระหว่างทางเห็น notebook ตัวโปรดยังนอนอ้อยอิ่งอยู่ท้ายรถ จึงต้องวนเอาไปเก็บที่ออฟฟิศก่อน มิฉะนั้นคงจะละลายอยู่ในรถตอนจอดชมงานแน่ เพราะอากาศร้อนมาก หลังจากเถลไถลกับเด็กๆ (หมา 3 ตัวที่ผมอุปการะ) อยู่ได้พักใหญ่ ผมก็มาถึงงานเอาเกือบเที่ยง ในใจคิดว่าบ่ายๆ ค่อยกลับมาใหม่ดีมั้ยเนี่ย แต่ก็กลัวคนคนเยอะเพราะเมื่อวานเห็นรถบัสจอดเป็นตับ จึง pack กระเป๋าเดินดุ่มๆเข้าในงาน เข้าไปแล้วก็เดินตรงดิ่งไปที่ร้านขายน้ำ กรอกลงท้องอย่างรวดเร็วไปหนึ่งขวด รู้ดีว่าวันนี้เสียน้ำมากแน่ๆ เดี๋ยวจะเป็นลม หลังจากนั้นก็เดินไปขึ้นรถพ่วงเป็นคนแรกแบบไม่อายใคร (ค่าโดยสาร 20 บาท) แถมยังนั่งชิดซ้าย ติดทางขึ้นเพราะทางขวามีแดด ไม่อยากเดินแต่แรก ดูทางหนีทีไล่ก่อน แล้วค่อยเดินขากลับออกมาน่าจะดีกว่า บนรถก็มีแต่เด็กและคนแก่ครับ ระหว่างนั่งรถ คนขับก็บรรยายให้ฟังว่า สถานที่นี้ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการนะครับ ส่วนที่เป็นสวนบริษัทและสวนนานาชาติปิดเกือบหมด มองผ่านรั้วเข้าไปก็เห็นว่าหลายๆสวนก็หมดสภาพไปแล้วเพราะคงไม่มีงบประมาณดูแล ลืมถามเค้าว่าจะเปิดเมื่อไหร่ แต่ดูจากสิ่งที่ยังไม่ได้ทำแล้ว คงต้องออกแรงกันมากทีเดียว แต่ต้องไม่ลืมว่างานปีที่แล้วก็มาเสร๊จเอาไม่กี่วันก่อนเปิด บางจุดก็ชมไปสร้างไปด้วย เก่งจริงๆ รถจอดป้ายแรกที่หอคำหลวง ก็ลงกันทั้งคัน อีก 15 นาทีจะมีรถอีกคันมารับ แต่ผมลงแล้วลงเลยครับ วันนี้ผมจะวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆหอคำหลวงเป็นหลักนะครับ หอคำหลวงเป็นสิ่งก่อสร้างแบบโบราณแต่สร้างขึ้นใหม่ที่ผมเห็นว่าสวยที่สุดในปัจจุบัน อาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวในบริเวณงาน ที่ยังคงสภาพเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปีที่แล้วโอกาสถ่ายภาพแบบไม่มีคนมากวน ไม่มีครับ มาถึงตอนนี้ เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ลืมเอาของสำคัญในวันฟ้าใสมา มันคือ Polarizing Filter นั่น มิฉะนั้นจะได้ deep blue sky น่าดูมาก เป็นโอกาสให้มาแก้ตัววันหลัง อีกแล้ว J ภาพข้างล่างคือ ด้านทางขึ้นนะครับ ทางลงจะเป็นอีกฝั่งนึง ส่วนด้านหน้า ปกติเค้าไม่ให้ขึ้น ตอนนี้จะขึ้นทางไหนก็ได้ หอคำหลวงหรือ Royal Pavilion ไม่ใช่โบสถ์นะครับ จึงไม่มีพระประธานภายใน ไม่แน่ใจว่าเรียกต้นบรมโพธิสมภารหรือเปล่านะครับ เอาเป็นว่าสิ่งนี้เป็นองค์แทนในหลวงของเรา ภายในเย็นมากๆ เทียบกับอากาศร้อนสามสิบองศาปลายๆข้างนอก เดินเข้าไปเกือบจาม ไม่รู้ว่าหน้าร้อนจะเย็นแบบนี้หรือเปล่า สรุปว่าคนโบราณนี่เก่งจริงๆ ที่พัฒนาเทคนิคแบบนี้ได้ ยังให้ถอดรองเท้าเข้าชมเหมือนเดิมครับ เพื่อให้เกียรติสถานที่ และเพื่อความสะอาด พื้นเย็นเจี๊ยบเลยครับ เวลาเท้าเปล่าๆสัมผัสพื้น ให้ดูโครงสร้างของหลังคา เจ้า EF-S 10-22 นี่มุมช่างกว้างดีแท้ๆ มี flare แต่พองาม
เค้าก็จะมีเสียงบรรยายตลอดนะครับ แต่ผมจับใจความอะไรไม่ค่อยได้เลย คงมัวแต่ซึมซับความงามที่อยู่เบื้องหน้า รอบๆก็จะมีสิงห์และยักษ์ (หรือเทพก็ไม่รู้) ผมไม่รู้ว่าทางเหนือมีคติความเชื่อเกี่ยวกับ จาตุมหาราชิก หรือ ท้าวโลกบาลทั้งสี่ทิศหรือเปล่า แต่มาถึงตรงนี้ก็เหลือแต่ความอึดแล้วล่ะครับ ร้อนมากจนไม่รู้จะเทียบกับอะไร เดินไปน้ำตาไหลไป เพราะเหงื่อเข้าตา สถาปัตย์กรรมของหอคำหลวงนี้ เป็นที่สงสัยของผมตลอดมา ทำไมต้องทำเป็น Asymetric หรือสองฝั่งไม่เท่ากันก็ไม่รู้ มองดูจากข้างๆรู้สึกแปลกๆ ใครมีความรู้ด้านนี้วานบอกหน่อยครับ
มุมอื่นๆในปัจจุบัน ติดตามได้ในตอนที่สามครับ ก่อนกลับ หลังจากด้อมๆอยู่ที่ร้านขายของที่ระลึกอยู่พักหนึ่ง ก็ได้น้องก้านยาวติดมือมา ท่าทางเค้าดีใจมากเลยที่จะได้ไปบ้านผม
|
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||