พิมพ์หน้านี้
|
พ่อผมเสียตั้งผมยังเล็กครับ แทบจะจำไม่ได้เลยว่านอกจากทำให้ผมเกิด ซึ่งนั่นก็เป็นพระคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ท่านได้มีโอกาสทำอะไรให้ผมอีกบ้าง ผมเติบโตมากับแม่ พี่สาว ในบ้านหลังเล็กๆ โดยที่ตั้งแต่จำความได้ ผมก็รู้แล้วว่า ถึงพ่อแท้ๆผมจะไม่อยู่แล้ว ยังมีพ่ออีกคนหนึ่งที่คอยดูแลพวกเราอยู่ห่างๆ แม่ยังติดรูปของท่านไว้ใกล้ๆ กับหิ้งพระ ซึ่งเมื่อเราไหว้พระเราก็จะไหว้ท่านทุกครั้ง พบถึงสิ้นปี แม่จะม้วนปฏิทินในหลวงของปีที่กำลังจะผ่านไป เก็บไว้อย่างดีบนหลังตู้ แม่ทำอย่างนี้ทุกปี จนทุกวันนี้แม่มีปฏิทินเก่าๆเยอะมาก ผมเคยถามแม่ว่าได้เคยเห็นท่านนอกจากในทีวีบ้างหรือเปล่า แม่บอกไม่เคย ผมก็ไม่เคยเหมือนกัน เพราะผมอยู่แต่ในที่ๆสะดวกสบาย ท่านมักไม่เสด็จไปที่เหล่านี้ ตอนเรียนชั้นประถม ไปโรงเรียนเราก็ได้ร้องเพลงสดุดีท่านอยู่บ่อยๆ แต่เราไม่ได้รู้สึกซาบซึ่งไปกับเนื้อร้องเท่าใดนัก อาจจะเป็นเพราะเรายังเด็กเกินไป ถึงจะรู้ว่าท่านมีพระราชกรณียกิจมาก แต่ก็เป็นพื้นที่ห่างไกล ไม่ใช่สมุทรสาครบ้านเกิดผม และเราไม่รู้ว่า สิ่งที่ท่านทรงทำมีนัยสำคัญ มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมากเพียงใด แต่พอโตขึ้นก็ได้เรียนรู้อะไรๆมากขึ้น จนถึงตอนได้เข้าทำงาน ผมก็เข้าใจทุกสิ่งเป็นอย่างดี ยิ่งได้มีโอกาสมาอยู่ในภาคเหนือ เห็นความเป็นไปบนดอยสูง นึกไม่ออกจริงๆว่า หากท่านไม่ได้เสด็จมาที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อน คนบนนี้จะมีชะตากรรมเช่นใด แต่ผมกลับไม่ค่อยมีโอกาสได้ร้องเพลงนี้อีกต่อไป นอกจากเวลาไปดูหนังในโรง ผมยังเห็น ชาวต่างชาติบางคนทำท่างงๆ เวลาทุกคนลุกขึ้นยืน และถามคนข้างว่าๆ Why? ตอนไปต่างประเทศครั้งแรก ผมได้มีโอกาสดูทีวีกับฝรั่งคนหนึ่ง เป็นภาพข่าวจากเมืองไทย ผมจำข่าวนั้นไม่ได้ รู้สึกจะเป็นในหลวงกำลังทรงต้อนรับแขกเมือง เค้าถามว่า Who is that? เพราะเค้าเห็นท่านหลายครั้งแล้วในข่าว ผมยืดตัวเล็กน้อย และก็ตอบไปเต็มปากเต็มคำแบบไม่ต้องคิดว่า That my father. ช่วงหลังๆผมมักจะมีน้ำตาซึมอยู่บ่อยๆเมื่อเพลงใกล้จะจบ เพราะความคิดหนึ่งแว๊บขึ้นมาอยู่ตลอดว่า ถ้าซักวันหนึ่งเราไม่ได้ร้องเพลงนี้แล้ว ประเทศไทยซึ่งเต็มไปด้วยมิจฉาทิษฐิและความโง่เขลา จะเดินทางไปสู่จุดใดกันหนอ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ตอนหัวค่ำ ผมดูทีวีอยู่ดีๆ สถานีก็ตัดไปที่ประกาศจากทางสำนักพระราชวัง อดใจหายไม่ได้ เพราะรู้ดีว่า ถ้าจู่ๆตัดมาแบบนี้ก็จะต้องมีเรื่องเร่งด่วนกับพระราชวงค์ ปรากฏว่าเป็นประกาศว่า ในหลวงทรงประชวร และทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้เห็นประชาชนหลั่งไหลจากทุกสารทิศเข้าไปถวายพระพรในโรงพยาบาลให้ทรงหายประชวร ผมเองก็ดูข่าวตอนหัวค่ำทุกวันและส่งใจไปที่นั่น เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงทุเลาขึ้นเป็นลำดับก็ใจชึ้นขึ้น วันที่ทรงเสด็จออกจากโรงพยาบาล ผมดูข่าวช่อง 9 เห็นพระองค์ทรงอยู่ในรถเข็น แต่ก็ดูมีพระพลานามัยแข็งแรงดี ผมยกมือไหว้ในหลวงในจอทีวี เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมไหว้ทีวี บังเอิญอยู่บ้านคนเดียว มิฉะนั้นจะเรียกออกมาไหว้ทีวีกันให้หมดบ้าน ถึงตอนนี้ทุกคนคงโล่งอก ความเครียดที่สะสมมาหลายวันคงหายไป แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทำให้เราต้องคิดถึงสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติข้อหนึ่ง พ่อไม่สามารถดูแลเราไปได้ตลอด และเราเองก็คงไม่อาจอยู่กับพ่อได้ตลอดไปเช่นเดียวกัน ทุกคนจะต้องยอมรับความจริงข้อนี้ สิ่งเดียวที่เราทุกคนจะต้องคิดคือ เราจะไปต่ออย่างไรเมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว และเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่กับพ่อ อย่างไรจึงจะไม่ให้พ่อเราผิดหวัง เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ผมขอจิตอธิษฐานว่า จะขอทำความดี ตั้งอยู่ในศีลธรรม ประพฤติหน้าที่ทั้งในฐานะพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง สมาชิกของครอบครัว และประชาชนชาวไทย โดยใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตามแบบอย่างที่พ่อของเราได้ทรงทำไว้ทุกประการ ขออนุญาตไม่ส่งต่อนะครับ คงไม่ขัดเจตนารมย์เท่าไหร่นัก ได้รับ TAG มาจาก http://www.oknation.net/blog/muqpum/2007/11/05/entry-1 |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |