พิมพ์หน้านี้
|
หลายคนก็เลยแก้ปัญหาเรื่องความเครียดในที่ทำงานโดยการจำลองเอาบ้านมาไว้ใกล้ตัวๆ บางคนก็มาปลูกป่าอยู่ในคอกที่อาศัยอยู่ บางคนก็ยกเอาญาติโกมาติดเต็มพรึดหมดตามผนัง หรืออย่างน้อยก็มีกรอบรูปลูกหลาน ภรรยาและสามีอยู่บนโต๊ะ สำหรับผมไม่มีอะไรซักอย่าง ครั้นจะเอารูปแม่มาติดก็กลัวจะถูกแซว วันดีคืนดีผมก็พบว่า การเลี้ยงหมาซักฝูงไว้ในที่ทำงาน เป็น Promotion ที่ Wooork และ Feel Goood มากๆ เวลาเราเซ็งก็ลงลิฟท์มาเล่นกับมันซัก 5 นาที หมาขี้ประจบซัก 2-3 ตัวทำให้คลายเครียดเร็วมาก จำนวนหมาจรจัดในที่ทำงานเป็น KPI ที่ดี แสดงถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนที่นั่น จัดเป็น Corporate Social Responsibility (CSR) ที่กำลังฮิตกันในตอนนี้อย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเวลาบริษัทไปบริจาคของในที่กันดารอาจจะไม่มีคนทราบ แต่เวลาใครผ่านไปผ่านมาที่สำนักงาน มีหมาหน้าตาดี สะอาดสะอ้านออกมาต้อนรับ ผู้หมาเยือนจะรู้สึกว่าเจ้าของสถานที่เป็นคนใจดี แต่บางช่วงประชากรหมาในบริเวณที่ทำงานผมก็พุ่งพรวดจนน่าตกใจ เช่นเมื่อสองปีก่อนเรามีลูกหมาเกิดใหม่ 18 ตัว รวมกับแม่ 3 ก็เป็น 21 ผมเอามือกุมขมับเลยเพราะรู้ว่า เราแบกรับไม่ไหวแน่ๆ จะเอาไปปล่อยก็สงสารมัน แต่ไม่น่าเชื่อว่า ไม่ถึง 2 เดือนก็มีคนมาขอไปจนหมด แม่หมา 3 ตัวนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาออกลูกมาร่วมๆ 40 ตัว หน้าตาก็มีชาติตระกูลดีทุกตัว มีคนขอไปจนหมด ??? ไม่รู้เอาไปรับประทานกันหรืออย่างไร เราก็เปิดประตูรั้วไว้นะครับ วันดีคืนดีก็จะมีหมาจรจัดหลุดเข้ามา เราก็ให้หมาที่มีอยู่แล้วนั่นแหละเลือก ถ้ามันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็จะไล่งับกัน และตัวใหม่ก็มักจะเป็นฝ่ายไป ดังนั้นหมาตัวแรกๆจะได้เปรียบ เพราะไม่ค่อยมีการต่อต้านมาก ด้วย Scenario นี้ พนักงานบริษัทที่รักหมาทั้งหลายจึงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะไม่มีทางที่ประชากรหมาจะ run ไปถึง infinity นะครับ สำหรับที่ทำงานขนาด 1 ไร่แบบตึกผม มันจะหยุดอยู่ที่ 3-4 ตัวเท่านั้น และถ้าลดลงเหลือ 2 ตัวเมื่อไหร่ ตัวที่สามจะเข้ามาทันที เนื่องจากหมาตัวบนสุดซึ่งเป็นตัวแรกของตึกนี้ถูกรถชนตายไปเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ทำนองว่าไม่อยากเห็นบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นในปัจจุบันฝูงหมาของผมก็จะมีอยู่ 3 ตัวนะครับ จะแนะนำตามลำดับที่มันมาอยู่ดังนี้ 1. เจ้าปู หรือเจ้าขาว เป็นตัวเมียนะครับ อยู่ดีๆมันก็เข้ามาอยู่ เป็นหมาผู้ดี บอบบาง เวลาให้กินอะไรมันก็จะนอนกิน ค่อยๆเคี้ยวๆตุ้ยๆ ถ้าไม่ยืนเฝ้าโดนตัวอื่นแย่งทุกทีเพราะมันกินช้ามาก อาบน้ำซักหน่อยน่าจะสวย เพราะขนขาวและยาวกว่าตัวอื่นๆ มันเป็นหมาขี้ตกใจ ขณะเราลูกหัวมันแล้วเอามืออีกข้างไปลูบหลัง มันจะสะดุ้งเฮือกทุกที จำได้ว่าเจ้าปู เข้ามาอยู่กับเราหลังจากเราย้ายมาได้เกือบปีนึงแล้ว มาจากไหนก็ไม่รู้อยู่ๆก็เดินดุ่ยๆเข้ามา ตอนมาก็โตมากแล้วด้วย ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ มันเลียไม่เป็น และไม่ส่งเสียงร้อง ยกเว้นเวลาเราเผลอไปเหยียบหางพวงๆของมันเข้า ข้อแนะนำในการอุปการะหมาจรจัดนะครับ 1. นำมันไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที 2. ถ้าเป็นตัวเมียก็ทำหมันซะนะครับ ก่อนที่จะถึงปลายปี มิฉะนั้นมันจะ multiply ตัวเองแบบ Bacteria อย่างเบาะๆก็ 4-6 เท่า สำหรับ แม่หมามือใหม่ 3. พยายามจัดถาดอาหารไว้ในที่ลับตาคนนะครับ อย่าประเจิดประเจ้อมาก เพราะมันจะมีคนอิจฉากระทั่งหมา 4. สอนให้มันกระโดด ยืนสองขา และสวัสดีนะครับ จะเรียกคะแนนสงสารได้มาก 5. ประกาศนโยบายหมาข้าใครอย่าแตะตั้งแต่วันแรกๆ และแนวร่วมให้ได้มากๆ 6. Pedigree Alpo และอาหาร Hi So ทั้งหลายหมา Roadside ไม่ชอบกิน อาจะให้กินเป็นอาหารเสริมได้ แต่กินทุกวันมันจะส่ายหน้า ทำให้คนมีอคติกับหมา หาว่าเล่นตัว 7. ปกติแล้ว หมาไม่กินผัก ไม่กินเผ็ด และไม่กินปลานะครับ อย่าไปบังคับมัน ก็เป็นข้อมูลเล็กน้อยๆ ผมจะเล่าเรื่องใกล้ๆที่ทำงานติดกันซัก 2-3 ตอน และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการกำจัดความเซ็งในที่ทำงานด้วยฝูงหมานะครับ ข้อมูลอื่นๆ - ผมมีโรคประจำตัวคือโรคหอบครับ ก็คาดว่าจะตายเพราะโรคนี้แหละ ตอนเด็กแม่ผมกลัวมาก พยายามไม่เลี้ยงหมาแมวเพราะกลัวผมจะแพ้ แต่ผมไปตรวจหาสารก่อภูมิแพ้มาแล้ว ผมแพ้อย่างอื่นครับ ไม่ได้แพ้สัตว์เลี้ยง - บ้านผมที่เชียงใหม่ไม่มีสัตว์เลี้ยงนะครับ ถ้าไม่นับจิ้งจก เพราะผมมีธุระไปพระนครอยู่เป็นระยะๆ กลัวว่าถ้าไปหลายวัน กลับมาจะเห็นพวกหมานอนหงายเอาขาชี้ฟ้ากัน - ส่วนบ้านที่สมุทรสาครมีหมาหลายตัว อุดมไปด้วยเห็บหมัด ไม่สะอาดเหมือนหมาจรจัดที่เชียงใหม่ - ผมเรียกหมาว่ามันนะครับ ไม่เรียกว่าเค้า เห็นดาราและเด็กวัยรุ่นหลายคนเรียกสัตว์เลี้ยงว่าเค้า เรียกพ่อแม่ว่าเค้าด้วยเหมือนกัน แปลกดี
|
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||