พิมพ์หน้านี้
|
มานั่งลองๆไล่ blog ตัวเองดู รู้สึกชีวิตตัวเองมันแหว่งๆ โหว่ๆยังไงก็ไม่รู้ เหตุเพราะเรื่องที่เล่าซึ่งตอนแรกๆก็เป็นไปตามลำดับอยู่ดีๆ ต่อมานึกอยากจะหยิบอะไรขึ้นมาก็ทำ ดูจากความใกล้มือเป็นหลัก เพิ่งสังเกตว่า ช่วงลอยกระทงที่ผ่านมายังไม่ได้รายงานตัวเลยครับ และจริงๆก็พอมี activity อยู่บ้าง เชียงใหม่เค้าจะมีลอยกระทงเล็กกับกระทงใหญ่ตามที่คงทราบกันดี วันที่ลอยกระทงเล็กนั้นเป็นวันลอยกระทงจริงๆของจังหวัดอื่นๆ ส่วนวันลอยกระทงใหญ่ที่มีขบวนแห่ยาวเหยียดนั้น ในปีนี้เป็นวันรุ่งขึ้น ในคืนแรกผมก็ไปนั่งทานข้าวริมน้ำกับเพื่อน ส่วนวันถัดมาก็ได้ไปดูขบวนแห่สมใจอยาก ซึ่งจะเล่าในตอนจบนะครับ ร้านอาหารที่ผมไปทานข้าวกับเพื่อนกลางดงควันโคมในวันนั้น อยู่เลยค่ายกาวิละลงไปทางหนองหอย เพิ่งจะเปิดใหม่ไม่นาน บรรยากาศและอาหารใช้ได้เลยล่ะ เนื่องจากผมไม่ได้ตั้งใจจะเชียร์ ก็ลองไปหากันเอาเองก็แล้วกันนะครับ สาเหตุที่เรามาร้านนี้ในคืนนั้นก็เพราะดันมีเพื่อนเกิดตรงกับวันลอยกระทงพอดี และเธอปลื้มร้านนี้มาก (ตามตำราเค้าว่าผู้หญิงราศีพิจิก ชอบเก็บความรู้สึก แต่แค้นลึกๆ หุหุ) เค้าก็มีเวทียกสูงขึ้นไปให้วงดนตรีเล่น ปกติก็เป็นเพลงสบายๆ ถ้าเป็นแนว Jazz ตอนหัวค่ำจะเคลิ้มมาก แต่คืนนั้นสบายไม่ออก เพราะเต็มไปสรรพเสียงที่เราคุ้นๆกันดี สำหรับวันลอยกระทงนะ ผมว่าให้พี่แอ๊ดกับสมาชิกคาราบาว (อีกแล้ว) มาเดินสาย น่าจะ work เพราะเข้ากับบรรยากาศมากกว่า
บรรยากาศในร้าน คนเต็มทุกโต๊ะ น่าจะทุกร้านที่อยู่ริมน้ำ พวกผมนั่งอยู่ชั้นลอยใต้ต้นไม้ ด้านซ้ายเป็นเวที ซึ่งไม่กี่วันก่อนหน้ายังเพิ่งจะมาดูคุณปั่น ไพบูลย์เกียรติเปิด mini concert ที่นี่ ซึ่งพี่แกก็รักษามาตรฐานได้ดีพอสมควร
ถนนสายเชียงใหม่ลำพูน-สายเก่า รถติดมากจนเพื่อนบางคนถอดใจกลับบ้านเอาดื้อๆ มิฉะนั้นเราน่าจะรวมพลได้มากกว่านี้ แต่ทั้งร้านก็แน่นขนัด แต่ละคนก็อาวุธครบมือกันทุกคน มีแต่พวกผมนี่แหละที่มาหาเอาในร้านทั้งหมด ในคืนนั้นพวกเราไปกัน 8 คนครับ
สงสารแม่หนูนี่มาก อยากจะกลับบ้าน แต่คุณแม่ยังสนุก เลยต้องทนอยู่ด้วยกัน ถ้าเป็นผมคงพาลูกกลับไปนอนแล้ว
ส่วนพ่อกับลูกสาวสองคนนี้ลอยกระทงใบเดียวกัน ก็ประหยัดดีครับ ไม่ทำน้ำเน่า และทำให้รักกันมากๆ เด็กคนซ้ายมือสุดเป็นพวกแอบดูเหมือนผม เนื่องจากเราไม่ได้อยู่ใน zone ที่เค้าเล่นอาวุธหนักกัน ทุกคนจึงอ้อยอิ่งได้ตามที่ต้องการ
จากท่าน้ำมองกลับเข้าไปที่สะพานนวรัฐ รู้สึกขนลุกเล็กน้อย จริงๆท้องฟ้าจะออกแดงๆ เพราะเต็มไปด้วยโคมลอยที่ปลิวว่อน เป็นการยืนยันว่าท้องฟ้าเมืองเชียงใหม่น่ากลัวจริงๆ ในคืนนั้นลมแรงมากปริมาณโคมในท้องฟ้าจึงดูไม่ค่อยแน่น เพราะมันจะเคลื่อนที่ในแนวนอนมากกว่าจะเป็นแนวตั้ง ไม่ได้เอา tripod ไปด้วย เพราะว่าตั้งใจจะไปทานข้าวครับ ถ้ามีก็เปิดหน้านานๆจะเห็นไฟเป็นเส้นยาวๆ ที่เห็นมีคนอยู่สองคนตอนล่างของภาพ เข้าใจว่าเค้าดักกระทงที่ลอยมาตามน้ำเพื่อเก็บเงินข้างใน บางคนว่าเป็นเงินเคราะห์ เอาไปใช้จะไม่ดี แต่ผมว่าเก็บมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็ดีครับ ยิ่งฝืดเคืองกันอยู่ กล้องสมัยนี้ใช้ได้เลยครับ มืดตึ๊ดตื๋อใช้มือเปล่าถ่ายยังพอเห็นเป็นภาพ
ในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนๆ เจ้าของวันเกิดก็ได้ปล่อยโคมสมใจ น่าจะเป็นลูกแรกในชิวิตเพราะดูท่าทางดีใจมาก (แต่จริงๆแล้วเธอมักจะแสดงอาการดีใจได้เว่อร์ๆเป็นประจำ) การปล่อยโคมลอยต้องใช้ความสามัคคีพอสมควร มีคนเดียวไม่น่าจะรอด คืนนั้นเจ้าของบ้านแถวสารภีไปจนถึงลำพูนคงนอนไม่หลับ ต้องคอยฉีดน้ำดับซากของพวกนี้ที่ตกลงบนหลังคาอยู่ทั้งคืน
หมายเหตุ : เรื่องนี้จริงๆแล้วไม่มีอะไรจะโชว์หรอกครับ เขียนเก็บไว้ให้ครบๆเท่านั้นเอง |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||