พิมพ์หน้านี้
|
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็น long weekend ของผม นั่งๆนอนๆมองฟ้าใสๆอยู่ที่บ้านได้สองวัน อากาศก็เย็นสบายเหลือเกิน ทนไม่ไหวแล้วออกมาชมนกชมไม้บ้างดีกว่า ช่วงนี้ผมมีโครงการในหัวอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น ไปถ่ายรูปตัวมอมในวัดต่างๆ เดินรอบกำแพงเมืองซักรอบ (สิบกิโลเห็นจะได้) ไปเดินถนนคนเดินเพราะไม่ได้ไปมาร่วม 3 ปีแล้ว แต่คิดไปคิดมา เอาที่มันใกล้ๆบ้านและไม่ต้องออกแรงมาก ก็เลยมาลงที่สวนพฤกษศาสตร์ดังกล่าว สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์อยู่ในความดูแลขององค์การสวนสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสวนแบบนี้แห่งแรกของประเทศไทยนะครับ ตั้งขึ้นในปี 2537 อยู่บนถนนแม่ริม-แม่สา ขับรถไม่เกิน 30 นาทีจากสนามบินก็ถึง ในเส้นทางนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวเยอะมาก เช่น น้ำตกแม่สา สวนกล้วยไม้ สวนลิง สวนงู สนามขับรถ ATV และปางช้าง โดยมากก็จะเน้นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศครับ คนที่มาที่สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ ส่วนใหญ่ก็จะมาแวะที่กลุ่มอาคารเรือนกระจก เช่นเดียวกับผมในวันนี้ แต่ระหว่างทางเค้าก็จะมีจุดสนใจอยู่เป็นระยะๆ เช่น ทางเดินรุกขชาติ วัลยชาติ (เถาวัลย์นั่นเอง) หากชอบแนวนี้จริงๆก็สามารถจอดรถและเดินเข้าไปชมได้ สถานที่แห่งนี้กว้างขวางอย่างมาก แต่วัตถุประสงค์หลักของเค้าคือ เพื่อศึกษาวิจัยและให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ดังนั้นเวลาเราเข้าไปภายในก็จะพบเส้นทางหรืออาคารที่ไม่ค่อยมีประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวเท่าไหร่ครับ แม้กระทั่งในจุดที่เที่ยวได้ ก็เหมือนเค้าก็ไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่
แต่วันนี้ผมขอแนะนำกลุ่มอาคารเรือนกระจกอย่างเดียวครับ ผมมาที่นี่ร่วม 10 ครั้งแล้ว ต้องขอบอกตามตรงว่าไม่ค่อยเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นเท่าไหร่ ก็ต้องฝากผู้รับผิดชอบด้วยครับ ต้องการจะให้ความรู้แก่ประชาชน ไม่ให้ตอนมาเที่ยวแล้วจะไปให้ตอนไหน กลุ่มอาคารเรือนกระจกนี้ตามตัวเลขมีอยู่ 12 อาคารนะครับ สาเหตุที่เป็นกระจกก็เพราะต้นไม้ต้องการแสงแดดนะครับ และเราสามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในได้ บางอาคารเช่นที่ปลูกพวกเฟิร์นหรือพืชป่าดงดิบก็จะฉีดน้ำให้เปียกๆหน่อย ส่วนอาคารพืชทนร้อนรู้สึกว่าจะติดเครื่องทำความร้อนด้วน เดินเข้าไปแล้วร้อนวูบวาบ
ต้นไม้ต้นโปรดของผมตอนในเด็กๆ ทึ่งที่มันจับแมลงเป็นอาหารได้ ต่างจากต้นไม้อื่นๆที่ต้องคอยดูดกินสารอาหารจากดินเท่านั้น เด็กๆที่มาชมบางคนก็มือบอนมาก เค้ามีป้ายห้ามเอานิ้วแหย่ลงไป แต่เห็นบางต้นมีหินก้อนเล็กๆอยู่ในหม้อด้วย ผมต้องค่อยๆจับมันอ้าปากและหยิบหินออกมาก จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่า incentive ที่ต้นไม้ชนิดนี้ต้องจับแมลงกินคืออะไร เพราะดูมันก็มีรากมีลำต้น ใบสีเขียวสังเคราะห์แสงได้เหมือนชาวบ้านเค้า
จริงๆแล้วในสวนแห่งนี้มีต้นไม้แปลกๆเยอะ แต่ถ้าไม่สังเกตหรือไม่มีความรู้ก็จะมองผ่านๆไปครับ อย่างเจ้าต้นนี้ทีแรกนึกว่าผักตบชวา แต่พอก้มลงไปดูใกล้ๆก็เห็นว่า ดอกมันเป็นคนเรื่องเลย
ส้มกุ้งหรือ Begonia ต้นไม้ในร่มขวัญใจผม ชอบตรงที่ลวดลายและรูปร่างของใบที่ดูตลกขบขันปนขยะแหยง บางพันธุ์มีขนยาวๆดูน่ากลัวดี ในโรงเรือนแห่งนี้มีส้มกุ้งเป็นสิบสายพันธุ์ รูปที่สองข้างล่างที่เห็นเป็นในแดงๆนั่นก็ใช่ครับ
สัปปะรดสี (Bromeliad) นี่ก็ขวัญใจผมเหมือนกัน ที่บ้านผมก็มีหน้าตาคล้ายๆอย่างนี้อยู่สองสามต้น ต้นไม้อะไรก็ไม่รู้แพงเป็นบ้า แต่สีก็สวยทนนาน คุ้มค่า ไม่เหมือนพวกไม้ดอกที่อยู่ได้แป๊บเดียว ผมตั้งเป้าไว้ว่าหนาวนี้ที่บ้านจะปลูกให้ได้ซัก 10 ต้น
ถ้าพี่สาวผมซึ่งบ้ากล้วยไม้เป็นชีวิตจิตใจ มาเห็นต้นนี้เข้าคงจะน้ำตาไหล ในเรือนกระจกนี้จะมีแต่กล้วยไม้ประหลาดๆนะครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสวย ตอนขับรถกลับลงมาจะผ่านเรือนรวมกล้วยไม้ไทย ซึ่งก็ไม่ค่อยสวยเหมือนกัน J สู้พวกฟาร์มสายน้ำผึ้งไม่ได้ แต่อย่างที่แจ้งไว้ตอนต้นนะครับว่าที่นี่เค้าเน้นเรื่องการศึกษาไม่ใช่การค้า
ตลอดทางที่ขับรถขึ้นไปเห็นมีการปรับพื้นที่กันยกใหญ่ อีกหน่อยจะมีจุดชมวิวก่อนถึงกลุ่มอาคารเรือนกระจก ซึ่งมีลานกว้างปลูกต้นไม้ยักษ์จาก |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||