พิมพ์หน้านี้
|
สองเดือนก่อน ผมได้รับโทรศัพท์จากแม่ (แปลว่า แม่โทรมาหาครับ ไม่ใช่แม่ซื้อโทรศัพท์ให้) บอกว่าบ้านเรามีลูกหมาเกิดใหม่สองตัว และมีลูกแมวที่ have มาจากวัดอีกตัวหนึ่ง แต่ผมไม่ได้มีโอกาสกลับบ้านเลยก่อนปีใหม่ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบพวกมัน เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจอย่างมากกับความซนหรือความตั้งใจที่จะเรียนรู้โลกใหม่ของเหล่าบรรดาหมาแมวตัวกระจ้อย เวลาที่เรายังเด็กๆ ตัวเราเล็ก อะไรรอบๆตัวเราจึงดูใหญ่เป็นพิเศษ เราจึงสนุกกับการท่องโลกใบใหญ่ภายในรั้วบ้านตัวเองได้ไม่รู้เบื่อ ยังจำสมัยที่เล่นอุปโลกน์การ์ตูนพลาสติกตัวจิ๋วท่องไปในป่าดงดิบของต้นวัชพืชเตี้ยๆ ตามจินตนาการของเด็ก ลูกหมาลูกแมวก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้า (หมายถึงผมตื่นนะครับ) ก็เห็นมันวิ่งไล่กันเป็นพัลวัน และก็ซุกซนงับข้าวของตั้งแต่รองเท้าเรื่อยไปจนถึงขาตู้กับข้าว และขาแม่ผมที่เดินไปมาอยู่ในครัว บางทีหาตัวไม่เจอไม่รู้ไปไหนกัน ก็พบว่า พวกมันกำลังซอกซอนสำรวจพื้นที่ 200 ตารางวาของบ้านแม่และพี่สาวที่อยู่ติดกัน มัน survey ได้เป็นชั่วโมง ราวกับว่า กรอบสี่เหลี่ยมของรั้วบ้านที่มันอาศัยอยู่นี้ใหญ่โตราวกับเป็นโลกอีกใบหนึ่ง มาดูเจ้าตัวแรกนะครับ ชื่อเจ้าตาหวาน ตั้งโดยโดยพี่สาวผม กำลังมุดอยู่ตามซอกของอ่างบัวที่อยู่หน้าบ้าน ปกติแล้วบ้านผมไม่เลี้ยงแมว ยังงงๆว่าอยู่ดีๆคนในบ้านเห็นดีเห็นงามได้ยังไง จึงไปอุ้มลูกแมวที่คนเอามาปล่อยไว้ที่วัดมาที่บ้าน อย่างไรก็ตามแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มักจะอยู่ได้ไม่ทน เพราะเรากักบริเวณแมวด้วยรั้วบ้านไม่ได้ แมวที่ออกไปเที่ยวไกลบ้าน บ่อยครั้งจะกลับไม่ถูก หรือเจอบ้านไหนไฉไลกว่าเดิม ก็จะลงไปตีซี้กับเจ้าของบ้าน แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ผมไม่ชอบแมวกลับเป็น มันชอบตีหน้าตาย อ่านอารมณ์ได้ยาก และแมวยิ้มไม่เป็น (หมาทำได้)
ปกติแมวก็จะอยู่ในบ้านกับแม่นะครับ เพราะวันธรรมดาพี่สาวไปทำงานกันหมด ถ้าแม่ออกไปทำธุระข้างนอก มันก็จะมาชะเง้อคอยที่รั้วแบบนี้ คงยังไม่กล้ามุดตามออกไป เพราะบนถนนในหมู่บ้านมีหมาเขี้ยวยาวๆเดินป้วนเปี้ยนอยู่หลายตัว
ลองสะกดรอยตาม ก็ปรากฏว่าเจ้าตาหวานไปทุกที่จริงๆ และคล่องแคล่วมากจนผมพลัดหลงกับมันอยู่บ่อยๆ ต่อมาก็มาเจอมันทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ ถ้าเป็นหมาล่ะก็หัวเราะก๊ากแล้ว
ขึ้นชื่อว่า แมว ไม่จะเล็กจะใหญ่ แมวเด็กหรือแมวโต ต่างก็ชอบปีนต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ถ้ามีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพฤติกรรมแมว ช่วยอธิบายหน่อยครับว่า แมวอายุสองเดือนกว่า ไม่มีใครสอน ขึ้นต้นมะม่วงไปทำอะไร
นี่ก็ขึ้นไปร่วม 2 เมตรแล้ว ถ้าผมไม่เข้าแทรกแซงเจ้านี่อาจจะขึ้นไปได้ถึงยอด และเกิดเป็นฉากแมวน้อยที่น่าสงสารติดค้างบนยอดไม้แบบในหนัง (สาเหตุเป็นเพราะเวลาลงมันต้องเอาหัวลงมาก่อน จะเกิดอาการหวาดเสียวก้าวขาไม่ออก) ผมเป็นพระเอกคนเดียวในบ้าน แต่ยังไม่อยากตกต้นมะม่วงตายให้เสียชื่อ จึงต้องยับยั้งมันโดยใช้เก้าอี้จับมันลงมา ดูสิมันยังทำหน้าตาย
กำลังหม่ำรองเท้าคู่โปรดของหลานผม หมากับรองเท้าเป็นของคู่กัน แต่ฝ่ายหลังมักจะมีอันเป็นไปเสียก่อนเพราะทนคมเขี้ยวไม่ได้ แต่ถึงรองเท้าจะไม่ทะเลาะกับหมา ก็คงอยู่กับเราได้แค่ปีสองปี ดังนั้นเราจึงต้องเอาใจหมาไว้ก่อนนะครับ เพราะหมายังอยู่กับเราอีกนาน และนี่ก็ไม่ใช่รองเท้าผมนี่นา J
เจ้าเฉาก๊วยน้องชายมัน ผมตั้งชื่อเอง หน้าตาดีกว่า ฉลาดกว่า ซนกว่า แต่กินสู่ไม่ได้ ดูได้จากน้ำหนักตัว ส่วนที่โผล่มาแค่จมูกนั้นคือแม่ของมันนั่นเอง จะเห็นได้ว่า หมาใช้สายตาเก่งกว่าแมวมาก มนุษย์ถ้ำไล่ตีหมาป่าหน้าตาดุๆตายหมดแล้ว จึงเหลือแต่หมาสุภาพๆ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เวลานั่งทานข้าวอยู่นอกบ้าน เห็นสายตามันแบบนี้เป็นต้องอ่อนระทวย หยิบหมูให้เจ้าเฉาก๊วยซักชิ้นทุกที
กำลังสามัคคีกันก่อกรรมทำเข็ญอะไรซักอย่าง สองตัวพี่น้องเค้าจะไปไหนมาไหนด้วยกัน เล่นด้วยกัน ไล่งับแมวด้วยกัน นอนด้วยกัน ยกเว้นถึงเวลากินทีไร ตีกันเป็นประจำ ![]()
กว่าผมจะกลับมาบ้านอีกครั้งในปลายเดือนมีนา เจ้าพวกนี้คงจะตัวใหญ่กันหมด โลกใบใหญ่ของมันก็จะกลับกลายเป็นโลกใบเล็ก และสักวันคงอยากจะออกไปท่องโลกภายนอกดูบ้าง เหมือนผม คงไม่สายเกินไปที่จะสวัสดีปีใหม่ ถ้าชีวิตประจำวันของคุณน่าเบื่อนัก ขอให้ลองเริ่มต้นวันใหม่ทุกๆวันด้วย attitude ของเจ้าตัวเล็กๆเหล่านี้ดู พอลืมตาขึ้นมาก็พยายามคิดว่า นี่คือวันใหม่ โลกภายนอกบ้านเรายังไม่เคยออกไป วันนี้เราจะออกไปเพื่อที่จะเรียนรู้ และสนุกกับการทำภารกิจของเราต่อไป โลกใบเล็กๆที่แห้งแล้งก็จะกลายเป็นโลกใบใหญ่ที่สดใสตลอดไป ขอให้ทุกคนมีความสุขในปีใหม่ครับ
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||