|

เมื่อวานฝนตกหนักและท้องฟ้าขมุกขมัวมาจนถึงรุ่งเช้า อากาศก็เย็นเป็นใจเหลือเกิน เจ้านาฬิกาปลุกก็ทำตามคำสั่งอย่างซื่อสัตย์เช่นเคย ถ้ามันจะทรยศผมบ้างคงไม่ว่ากัน และวันนี้ก็จะเป็นวันที่ผมไม่ได้ดูงานมหกรรมไม้ดอกที่เชียงใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ห้าโดยที่ก็ไม่ได้ติดธุระอะไรเป็นพิเศษ ขับรถออกจากบ้านแบบท้องว่างๆตอนเจ็ดโมงกว่าๆ (ซึ่งมันควรจะอ่านว่าหนึ่งโมง) ยังไม่แน่ใจว่างานเค้ามีวันนี้ เพราะผู้จัดไม่ค่อยโปรโมทเลย เดือนก่อนผม search ใน Google ยังไม่เจอ รถจอดติดไฟแดงอ่านมิเตอร์ในรถได้ 18 องศา ถอนหายใจสองเฮือกแล้วก็ไปต่อ ถนนท่าแพในตอนเช้ายังโล่งๆอยู่เลย ชักกังวลว่าจะมาผิดวัน ผมจึงวนไปตรวจตราถึงเชิงสะพานนวรัตน์ ค่อยใจชื้นขึ้น ขับกลับไปจอดที่ office แล้วเดินมาสมทบกับคนอื่นๆ (ซึ่งไม่รู้จักเลยซักคน)
ชื่องานนี้อย่างเป็นทางการคือ มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ จัดเป็นครั้งที่ 32 บางปีอาจจะไม่ได้จัด ดังนั้นงานนี้น่าจะมีมาร่วม 40 ปีแล้ว คนเชียงใหม่จำนวนมากไม่ค่อยให้ความสำคัญ บอกว่าไม่ค่อยมีอะไร นักท่องเที่ยวเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ เข้าใจว่าเค้าจัดเป็น interim event ระหว่างปีใหม่ฝรั่งกับปีใหม่ไทย มิฉะนั้นเชียงใหม่อาจจะเหงาหงอยมากในเดือนกุมภาพันธ์ งานเทศกาลดอกไม้มีจัดหลายจังหวัดในภาคเหนือ และส่วนใหญ่หน้าหนาวนี้ได้จัดไปแล้ว ผมได้ยินมาที่เชียงรายดอกไม้สวยจริงๆ ถ้าเชียงใหม่อยากจะจัดในเดือนนี้แล้วดึงคนได้มากๆ ก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เยอะๆ
เค้ามีปูพรมยาวไว้ที่พื้น แล้วก็มีคนคอยโบกมือไม่ให้เหยียบ ทีแรกผมก็นึกว่าจะมีแขก VIP เดินผ่านมาทางนี้ พอใกล้เวลาเปิดงานถึงรู้ว่า ตรงนี้มันคือ Catwalk หรือ ทางแมวเดินนั่นเอง J สังเกตดูท้องฟ้า เบื้องหลังยังเป็นสีตุ่นๆ กล้วฝนจะตกเหมือนกัน อากาศเย็นใช้ได้เลย แต่ถ่ายภาพจะไม่สวย

ถึงเวลาเปิดงานคือประมาณ 08:00 ก็จะเริ่มมีแมวมาเดินบน Catwalk ผมรู้สึกทึ่งกับ idea คนจัดอยู่เหมือนกัน โฆษกประกาศว่า เป็นปีแรกที่ทำแบบนี้ น้องขายาวๆทางซ้ายมือเป็นเพศทางเลือกนะครับ แต่ถ้าแต่งตัวดี เดินให้สำรวมหน่อย พวกหล่อนก็น่ารักดีเหมือนกัน แดดเริ่มมาแล้ว ฟ้าใสแจ๋ว ถ่ายห่างจากภาพบนประมาณแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เค้าก็จะมีวงดนตรีเล่นอยู่ข้างๆนะครับ บรรดา cat ก็เดินกันไป แล้วภาพที่เห็นวางอยู่ตรงกลางก็จะมีคนมาระบายสีให้รูป pre-paint เหล่านี้สมบูรณ์ ทำจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนเสร็จแล้วหน้าตาเหมือนของเดิมมาก :) ไม่แน่ใจว่าเค้าประกวดกันด้วยหรือเปล่า คนแน่นมากเลยในวันนี้


เด็กๆที่มาสร้างสีสันช่วงเปิดงาน เห็นแต่งชุดแม้วแบบนี้จริงๆแล้วก็เป็นเด็กๆในเมืองนี่แหละครับ ทุกคนจะมีตระกร้าดอกไม้ประดิษฐ์สะพายหลัง น่ารักมาก

ขบวนที่เปิดงานเป็นของอบจ.เชียงใหม่ เนื่องจากกลัว OK Nation จะ Harddisk เต็ม ก็จะลงเฉพาะบางขบวนนะครับ จุดที่ถ่ายขบวนแห่ได้ดีมากๆคือกลางสะพานนวรัฐ เพราะพื้นที่กว้างขวาง แดดลงที่ตัวรถเต็มๆ ไม่มีตึกบัง แต่สายๆจะร้อนหน่อย ข้อดีอีกอย่างคือ ตัวแบบของเรายังสดอยู่ ถ้าเป็นช่วงกลางๆ ถึงปลายถนนท่าแพจะเริ่มมีอาการเหงื่อไหลไคลย้อย ลืมบอกไปว่า เป้าหมายในการเดินอยู่ที่สวนสาธารณะสวนบวกหาด ห่างจากจุดนี้ 3-4 กิโล คนนั่งไม่เท่าไหร่ บางขบวนมีคนแบกด้วย น่าเห็นใจมาก

กระต่ายกับหนูมีเยอะมากเพราะกระต่ายเป็นสัตว์ประจำปีเกิดในหลวงของเรา ส่วนหนูเป็นสัตว์ประจำปีนี้ ที่ขาดไม่ได้คือพญานาคสัตว์ประจำศาสนาพุทธ ช้างสัตว์ประจำเชียงใหม่ และมอม สัตว์หิมพานต์ในดวงใจผม บางท่านอาจจะนึกไม่ออกว่ามอมหน้าตายังไง ก็ขอให้ดูตัวที่อยู่ทางขวาของช้างนะครับ




อยากให้เห็นความตั้งใจของคนทำ อาจจะต้องวางแผนกันเป็นเดือน บรรดาดอกไม้สดต่างๆก็คงจะติดกันตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้ามืด อยู่ใกล้ๆคุณจะไม่มาดูเชียวหรือ แต่ปีนี้คงจะไม่ทันแล้วล่ะ รถทุกคันจะไปจอดให้ชมอยู่ริมคูเมืองใกล้สวนบวกหาด อย่างไรก็ตามดอกไม้ก็ยังคงเป็นดอกไม้ บ่ายอ่อนๆวันนี้ก็คงเหี่ยวและโรยราหมด




รูปเด็กฝรั่งแต่งชุดไทย และมีธงชาติไทยอยู่ข้างหลัง มีเด็กฝรั่งและเด็กลูกครึ่งมากจริงๆในเชียงใหม่ เห็นภาพแบบนี้แล้วอาจจะคิดว่าเป็นการดีที่เรารักษาขนบประเพณีที่ดีเอาไว้ได้ แต่น่าเป็นห่วงมากว่า ที่นี่กำลังจะมีปัญหาเรื่องประชากรศาสตร์ในอีก 2-3 ชั่วอายุคนข้างหน้า

รู้สึกว่าตัวเองจะเข้าใจเรื่องการใช้ flash ในเวลากลางวันแสกๆมากขึ้นเล็กน้อย เพื่อกันถูกประนาม ก็จะไม่มีรูปสาวๆ แล้วนะครับ ทั้งๆที่ถ่ายมาตรึมเลย หุหุ

ขบวนแห่จะจบลงเวลาประมาณ 12:00 นะครับ หลังจากนั้นกิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่แถวๆที่ขบวนไปจอด ส่วนใหญ่เป็นการออกร้านต่างๆ โดยเฉพาะต้นไม้ เนื่องจากรถแถวนั้นจะติดมาก ผมก็เลยไม่มีโอกาสไปเลยแม้แต่ปีเดียว ปีนี้ก็คงเช่นกัน
ผมเดินแบบโซๆกลับมาที่รถทั้งๆที่ยังไม่จบ เพราะร้อนและหิวมาก สังเกตดูช่างภาพแบบมีกล้องโตๆส่วนใหญ่ หายไปตั้งแต่ก่อน 11:00 แล้ว คาดว่าอาจจะเอารูปไปส่งสำนักพิมพ์หรือไม่ก็ทนร้อนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เป็นงานคุ้มมากที่ได้มาดู และเจ้าภาพก็น่าจะจัดได้ดียิ่งขึ้นในปีต่อๆไปครับ
|