
ย่างเข้ากลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ใครๆเรียกว่าเป็นเดือนแห่งความรัก กลางวันในเชียงใหม่เริ่มยาวขึ้น มีลมอุ่นๆพัดมาจากทางใต้ ใบไม้แห้งร่วงหล่นอยู่ในสวนและตามถนนหนทาง คนเริ่มมีรอยยิ้มน้อยลง ก็มันร้อนนี่ครับ ไม่มีคนเหนือคนไหนชอบอากาศร้อน กลางวันเริ่มจะไม่อยากออกจากบ้าน รอจนบ่ายแก่ๆ จึงค่อยทยอยออกมารับลมกัน ผมเองจำไม่ได้แล้วว่าปกติในช่วงเวลานี้ของปีนั้นผมทำอะไรอยู่ ซึ่งถ้าจำไม่ได้ก็แปลว่ามันช่างไม่น่าจดจำเอาเสียเลย
มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะทำมานานแล้ว มันคือการเดินเลียบฝั่งแม่น้ำปิงตอนบ่ายๆในวันที่อากาศร้อนๆ ทำไมต้องร้อนหรือครับ หุหุ หนาวๆเดินแล้วไม่ได้อารมณ์ เชื่อผมเถอะ แต่อันที่จริงเราไม่สามารถเดินไปตลอดรอดฝั่งได้ครับ เพราะส่วนใหญ่ริมแม่น้ำจะเป็นที่ของชาวบ้าน มีอยู่ไม่กี่จุดที่เราลงไปเอาเท้าราน้ำได้ ผมเลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการไปแวะถ่ายภาพตามสะพานต่างๆ แทนครับ น่าจะได้บรรยากาศไม่ต่างกัน
ผมเป็นคนที่หลงใหลสะพานเอามากๆ สะพานเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามในการเอาชนะอุปสรรค ถ้ามนุษย์ไม่สร้างสะพานขึ้นมาก็เท่ากับยอมรับในข้อจำกัดที่ธรรมชาติหยิบยื่นให้ แล้วเราก็จะไม่เจริญก้าวหน้า มีความเป็นอยู่สุขสบายอย่างในทุกวันนี้ ผมเองเชื่อตลอดว่าอีกฝั่งหนึ่งต้องมีอะไรดีๆ มิฉะนั้นคนคงไม่ข้ามไป แต่ในบ่ายวันนั้น ผมไม่มีแรงพอจะเดินไปสำรวจฝั่งตะวันออก แม่น้ำปิงช่วงตัวเมืองเชียงใหม่มีสะพานอย่างน้อย 8 สะพาน ที่บอกว่าอย่างน้อยเพราะขึ้นอยู่กับว่า คุณจะนับเอาตรงไหนเป็นเมือง ผมจะพาไปชมเกือบทุกสะพานครับโดยจะเริ่มจากที่เป็นย่านการค้าสำคัญก่อนแล้วค่อยออกไปรอบนอก คาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3-4 ตอนครับ บางสะพานผมก็เพิ่งจะได้ขึ้นไปยืนเป็นครั้งแรกในชีวิต บางจุดผมก็รู้สึกแล้วประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าเชียงใหม่จะมีมุมนี้ด้วย
วันเสาร์สัปดาห์ก่อนก็ได้ฤกษ์ซะที ไม่เป็นวันกาลกิณี พอถึงบ่ายสี่ผมก็เอารถไปไว้ยังที่จอดในตลาดดอกไม้ แล้วก็คว้ากระเป๋ากล้องเดินเลียบแม่น้ำขึ้นไปทางเหนือ ภาพด้านล่างเป็นสะพานที่นายห้างขายผ้าผู้หนึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ให้แก่ภรรยาที่ล่วงลับ ทอดข้ามจากตลาดไปยังชุมชนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแห่งเดียวในเชียงใหม่ที่รถยนต์วิ่งผ่านไม่ได้ แม้น้ำปิงช่วงนี้กว้างเพียงประมาณ 100 เมตร เดินตรงไปข้างหน้าอีกนิดเดียวก็จะถึงชุมชนวัดเกตุ ที่ซึ่งคุณ dogstar และเพื่อนๆพยายามจะปกป้องตลอดมา แต่เอาไว้วันหลังค่อยข้ามไปดูครับ


ภาพแบบนี้ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นใจกลางเมือง ไม่แน่ใจว่าเค้าจัดให้นักท่องเที่ยวดูหรือเป็นวิถีชาวบ้านจริงๆ ซึ่งก็เป็นไปได้ เพราะอยู่ฝั่งวัดเกตุ อาจจะมีอะไรที่เค้าอนุรักษ์ไว้มากทีเดียว

ถนนที่เลียบแม่น้ำปิงช่วงที่ผ่านหน้ากาดดอกไม้ในบ่ายวันเสาร์ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ถ้าเป็นเช้าวันธรรมดาจะดูวุ่นวายมาก เต็มไปด้วยรถเขียวเหลืองแดง รถตู้ มอเตอร์ไซต์ ซาเล้ง แต่ตลาดก็จะมีสีสันเฉพาะตอนเช้า บ่ายๆจะน่าเบื่อเล็กๆ ตรงไปอีกนิดเดียว ทางซ้ายจะมีขายดอกไม้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

เรือสองลำนี้ยังจอดนิ่งเทียบท่าร้านอาหาร Riverside ตอนหัวค่ำจะมีฝรั่งเต็มลำ และพร้อมจะพาออกไปชมทิวทัศน์แม่น้ำปิงในยามราตรี ด้านหลังเป็นคริสตจักรเชียงใหม่ และไปทางซ้ายอีกนิดนึงก็เป็นร้าน Good View นั่นเอง เห็นบรรยากาศแล้วอยากเอาเสื่อไปปูนอนกลิ้งเล่นตอนแดดร่มลมตก ถ้าผมมีบ้านอยู่ริมน้ำจะทำแบบนั้น

มองขึ้นไปทางเหนือ เห็นสะพานนครพิงค์อยู่ใกล้ๆ มีคอนโดหน้าตาประหลาดอยู่ทางขวามือซึ่งไม่มีคงจะดีกว่ามาก หลังคาแดงๆตอนบนของภาพเป็นเทศบาลนครเชียงใหม่และสถานกงศุลอเมริกา ส่วนฝั่งซ้ายมือจะมีท่าน้ำยาวๆเป็นขั้นบันได ตอนเย็นๆพาลูกหลานมานั่งกินลมได้ครับ แต่ยังหวั่นๆว่ามืดแล้ว Dark Side จะมาครอบงำหรือเปล่า ผมก็จะเดินไปจนสุดโค้งน้ำข้างหน้านะครับ อาจจะดูว่ามันไกล เป็นเพราะว่าเลนส์มันหลอกครับ (คล้ายๆกับตอนที่มีคนบ้าเอาภาพรอยร้าวที่สนามบินสุวรรณภูมิมาออกอากาศ รอยใหญ่พอๆกับเครื่องบิน น่ากลัวมาก)


ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปหันหลังมาดูทางทิศใต้สักเล็กน้อย สะพานนวรัฐทอดตัวยาวอยู่ไม่ไกลนัก เป็น Landmark อย่างหนึ่งของเมือง เกือบทุกเทศกาลใหญ่ๆในเชียงใหม่จะต้องใช้เส้นทางนี้สำหรับขบวนแห่ต่างๆ ล่าสุดก็งานไม้ดอกเมื่อต้นเดือน อาคารสีขาวหลังคาแดงๆที่อยู่เบื้องหลังคือโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน สะพานในเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะเตี้ยติดน้ำแบบนี้นะครับ จึงไม่มีเรือสินค้าใหญ่ๆวิ่งผ่าน แต่อีกสาเหตุนึงที่น่าจะสำคัญกว่าคือ จากจุดนี้ลงไปทางใต้ไม่ถึงกิโลจะมีฝายทดน้ำขวางอยู่ ฝายนี้เองที่คนเชียงใหม่จะตีกันตายตอนน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2-3 ปีก่อน คาดว่าผมจะผ่านไปสะพานนี้ในตอนที่สามครับ บ่ายวันนี้ลมใต้แรงมาก จะเห็นได้จากผิวน้ำที่เป็นละลอกคลื่นเล็กๆ และบางทีก็มีเรือมาช่วยทำคลื่น


หากมองกลับไปทางที่ผมเริ่มเดินมาก็จะเป็นแบบนี้นะครับ อาคารสีขาวหลังคาแดงทางซ้ายคือตลาดและที่จอดรถ ผมว่าถ้าเชียงใหม่จะทำอาคารให้มีโทนสีแบบนี้ให้ได้มากๆก็น่าจะดี กลางสะพานในตอนเย็นจะมีคนมายืนตกปลากันสลอนเลย (ภาพนี้ถ่ายในวันที่สองครับ) ส่วนคุณยายที่ยืนจับราวสะพาน เดินมาจากชุมชนที่อยู่ด้านหลังผม เข้าใจว่ากำลังออกกำลังกาย เห็นทำแบบนี้อยู่พักใหญ่ ไฟบนสะพานเริ่มสว่างแล้ว เวลาในตอนเย็นเดินเร็วมากกว่าที่คิด


ในตอนแรกก็คงพาชมได้เท่านี้ครับ ระหว่างที่เอามาลง blog นี่ผมถ่ายภาพไปถึงตอนที่สามแล้ว แต่รู้สึกมีบางจุดยังขาดอยู่ เลยต้องกลับไปซ่อมในสัปดาห์หน้า ริมแม่น้ำมีอะไรให้ดูเยอะมากและทางหน่วยงานต่างๆก็พยายามพัฒนาสองฝั่งอย่างต่อเนื่อง เสียดายแทนคนไทยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเชียงใหม่แต่ไม่มีโอกาสได้ผ่านมาแถวริมแม่น้ำเลยเพราะไม่มีใครแนะนำ
|