|
ตอนเวลา 5 ปีที่ผมอยู่ที่เชียงใหม่ ผมเคยตั้งใจจะออกเดินไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ และเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก แต่ก็ผลัดแล้วผลัดอีก ไม่ได้ทำซักที เพราะเป็นเรื่องที่ใช้แรงและใช้เวลามาก แต่หากเรามองย้อนกลับไปก็มาคิดว่า การที่เราไม่ได้ทำแบบนั้นกลับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า การมาเขียน blog ที่นี่ก็เท่ากับเป็นการบังคับไปในตัวว่าทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ผมจะต้องเอาอะไรมาเสนอซึ่งเป็นการเดินทางของเมืองเชียงใหม่ที่ผ่านกาลเวลา ผ่านฤดูกาลต่างๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ Season Change Chiangmai นั่นเอง
ถ้าคุณคนไหนหลุดเข้ามาใน blog นี้แล้วคาดว่าผมจะพาเที่ยวเชียงใหม่ ก็จะบอกว่า ไม่ใช่นะครับ ผมแค่เล่าสิ่งที่ผมพบเท่านั้นเอง และผมพยายามเลือกมองแต่สิ่งที่ดี ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับความเป็นจริงอยู่บ้าง ทุกวันนี้เรามีทางเดินเลียบฝั่ง ตะวันออกยาวหลายร้อยเมตร แต่ก็ดูเงียบเหงา ไม่เห็นมีคนเดิน ริมฝั่งแม่น้ำปิงในเชียงใหม่เป็นกลายที่พักใจของคนที่ไม่รู้จะไปไหน ผมเห็นคนบ้านั่งที่ท่าน้ำ บ่นอะไรพึมพำ เห็นพวกรักร่วมเพศนั่งพรอดกันสลอนที่ใต้สะพานบางแห่ง แต่ทุกอย่างก็ต้องมี Dark Side ครับ เพียงแต่ผมไม่ถนัดในการเล่าเรื่องประเภทนั้น ก็เลยไม่อยากพูดถึงมาก

ความต่อจากตอนที่แล้ว แต่ต้องบอกก่อนว่าเป็นคนละวันกันนะครับ เวลาในตอนบ่ายแก่ๆในสายลมอุ่นๆที่ริมฝั่งน้ำนั้นผ่านไปเร็วมาก แค่มองซ้ายมองขวาก็หมดไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมเดินจากตลาดดอกไม้ขึ้นไปทางเหนือ กะจะไปแค่ตลาดเมืองใหม่ ซึ่งขายส่งผลไม้เป็นหลัก เลยจากนี้ไปก็เป็นบ้านคนแล้ว
ทางหน่วยงานต่างๆ เค้าพยายามพัฒนาพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง แต่การทำถนนใหญ่เลียบแม่น้ำดังที่ทุกคนเป็นห่วงนั้นเกินระดับสติปัญญาของผมที่จะประเมินได้ ผมเคยไปเที่ยว Seoul เคยนั่งเล่นริมแม่น้ำ Han หรือแม่น้ำอะไรซักอย่างที่ Taipei บรรยกาศดีมาก ต่างประเทศเค้ากันพื้นที่รอบๆแม่น้ำได้กว้างทำให้ทัศนียภาพน่าดูมาก แต่บ้านเราคงจะทำยาก ถึงผมจะไม่ชอบอะไรหลายๆอย่างริมน้ำ อยากให้กำจัดมันออกไปก็ตาม ภาพข้างล่างเป็นสะพานจันทร์สมอนุสรณ์ (วัดเกตุ) มองจากสะพานนครพิงค์

ภาพสะพานนครพิงค์และคอนโดแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างๆ อาคารนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการต่อต้านอย่างมากมายจากชาวเมืองเนื่องจากตั้งอยู่ริมน้ำ และดูเหมือนจะเป็นการไม่เคารพต่อเจดีย์ขาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากผมถ่ายภาพนี้แล้วก็เดินไปถ่ายภาพเจดีย์ มีคุณลุงคนหนึ่งเป็นคนเชื้อสายอินเดียยืนยิ้มอยู่แล้วก็บอกผมว่า ถ่ายภาพสิ่งนี้จะได้บุญมาก ผมทำท่างงๆ แกนึกว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวมาเลย์หรือสิงคโปร์ เลยส่งภาษาอังกฤษกันอยู่พักใหญ่ คุณลุงบอกว่า เจ้าของและเจ้าหน้าที่ที่อนุญาตให้สร้างเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แต่การที่ผมมาพบคุณลุงนี่ก็นับว่าแปลกมาก ผมเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเจดีย์ แต่ขณะกำลังถ่ายภาพอยู่มีคนแก่แต่งตัวดี มาเล่าเรื่องลี้ลับเป็นภาษาอังกฤษให้ฟัง เดินจากมาแล้วก็ยังขนลุกอยู่เลย

เจดีย์ขาวเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเชียงใหม่ การที่ตัวเจดีย์มีสีขาว คนเก่าคนแก่ก็จะบอกว่าสร้างจากปูนผสมกระดูกคนตาย จริงเท็จประการใดก็ไม่รู้ เนื่องจากมาสร้างไว้ใกล้น้ำ และทางการเค้าต้องทำถนน ตัวเจดีย์ในปัจจุบันจึงกลายเป็นวงเวียนไป ด้านซ้ายของเจดีย์แต่ไม่อยู่ในภาพ เป็นสถานกงสุลอเมริกา มีกล้องติดบนรั้วทุกๆ 10 เมตรเห็นจะได้ ไปยืนเปลี่ยนเลนส์ข้างๆกำแพง ต้องมองซ้ายมองขวา กลัวมีทหารโรยตัวตามเชือกลงมาแบบในหนัง

เรือที่วิ่งขึ้นล่องในแม่น้ำ มีนักท่องเที่ยวไม่มากนักใน บริเวณนี้ในเดือนเมษา เคยเป็นหาดทรายยาวเหยียด มีคนลงไปเล่นน้ำสงกราต์กันเยอะแยะ แต่หลังจากเกิดน้ำท่วมในปี 48 หรือ 49 เค้าก็มีการขุดลอกและดูดทรายกลางแม่น้ำออกไปจำนวนมาก สันทรายที่จุดนี้จึงอาจจะไม่มีอยู่แล้ว การล่องเรือเป็นความคิดที่ดีมาก ผมว่าจะทำซักวันหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าขึ้นได้จากที่ไหน แต่ขอบอกก่อนนะครับว่า เรือทุกลำเห็นมีแต่ฝรั่ง

สะพานนครพิงค์มองจากตลาดเมืองใหม่ ผมไม่ได้ถ่ายภาพตลาดมานะครับ ยังไม่ถึงเวลาของมัน และอารมณ์ของตลาดไม่ได้เก็บได้ง่ายๆ เห็นภาพนี้อยากจะมานอนผึ่งพุงอีกแล้ว

บ้านทรงไทยภาคเหนือประยุกต์ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาด ของใครก็ไม่รู้ อาจจะรู้ก็ได้แต่ไม่กล้าบอก เพราะมันเป็นแค่ข่าวลือ ผมไม่อยากตกเป็นเหยื่อของข่าวลือ

ทางตอนเหนือก็จะเดินมาได้เท่านี้นะครับ สะพานถัดไปอยู่ไกลเป็นกิโล ต้องใช้รถ หรือเรือ ซึ่งผมก็จะพาไปเยือนในตอนที่ 4 หรือ 5 นะครับ ตั้งแต่ผมมาเขียนเรื่องที่ OK Nation ความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์เมืองเชียงใหม่ของผมดีขึ้นมากเลย ก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้เลยว่าวัดเกตุอยู่ตรงไหน น่าอายมากJ

|