
ย่างเข้าวันที่สาม ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีอะไร แต่จริงๆแล้วการเดินสำรวจนี้ต้องออกแรงพอสมควรเลยทีเดียว มันคือยามบ่ายของวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 หนุ่มไทยคนหนึ่งกำลังพยายามเลียนแบบฝรั่งโดยเดินลัดเลาะไปตามแม่น้ำปิง ตอนนี้ผมมาถึงสะพานนวรัฐ ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าแก้วนวรัฐ (พ.ศ. 2405-2482) เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของนครเชียงใหม่ในอดีต ตอนแรกๆ สะพานไม่ได้หน้าตาแบบนี้ แต่เป็นสะพานไม้ พยายามค้นคว้าดูก็ไม่ได้ความว่าสะพานถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ มีการเดากันว่า น่าจะหลังจากสะพานแห่งแรกแถวๆวัดเกตุ เมื่อปี 2433 ต่อมาสะพานถูกไฟไหม้ และกลายมาเป็นสะพานโครงเหล็กแบบที่ข้ามแม่น้ำแคว ในที่สุดเป็นสะพานคอนกรีตอย่างในปัจจุบันตั้งแต่ปี 2510
ลองเดินไปตามฝั่งตะวันตกก็จะได้มุมแปลกๆของสะพานนี้ แต่ผมไม่แนะนำให้เลียนแบบนะครับ เชิงสะพานในตอนบ่ายแก่ๆ เต็มไปด้วยคนน่าสงสัย เดินบิดไปบิดมาแบบไม่มีเหตุอันควร หันหลังให้แล้วรู้สึกเย็นท้ายทอยวาบๆ ไม่รู้จะเข้ามาปล้ำเราหรือเปล่า J


ร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่อยู่ริมน้ำ ฝั่งตรงข้ามเสาม้าลาย มานั่งเล่นตอนพระอาทิตย์จะตกก็น่าจะได้บรรยากาศดี แต่ผมชอบมาตอนเช้าๆ มากกว่า เพราะยังไม่ค่อยมีคน อากาศยังเย็น และได้ความเป็นส่วนตัว

สิ่งนี้แหละที่ผมอยากทำอย่างยิ่ง ยังหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไม่ได้ ไปคนเดียวคงจะมี skill ไม่ถึงขั้น เคยพายเรือในคลองแถวบ้านผมที่สมุทรสาคร ปรากฏว่าได้รูปแบบเส้นทางเป็นตัว Z หรือตลิ่งชนตลิ่งโดยตลอด เป็นที่ขบขันและปวดเมื่อยเป็นอันมาก แต่เรือสีสดใสพวกนี้น่าจะพายง่ายกว่า

ทางเดินฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ในตอนบ่ายๆวันอาทิตย์จอดรถได้ ดูๆเหมือนจะเป็นเมืองร้างเลย ถ้าเดินแล้วเหนื่อยก็มีร้านอาหารอยู่ทางขวามือเยอะพอสมควร มีตุ๊กๆวิ่งผ่านเป็นระยะๆ สามารถเรียกให้พากลับโรงแรมได้ตลอด



สถานีวัดระดับน้ำที่เชิงสะพาน มีชื่อเรียกเป็นระหัสว่า P.1 ตอนที่ถ่ายผมลืมก้มลงไปดูว่าสูงเท่าไหร่แล้ว แต่จากการมองด้วยตาเปล่าพบว่า แม่น้ำปิงยังมีน้ำเหลือเยอะที่เดียว แม่น้ำอื่นๆใน 4 แควหลักนี้น่าจะแห้งขอดหมดแล้ว ผมยังงงอยู่ว่า ทำไมต้องทำตัววัดถึง 6 เมตร เพราะว่าแค่ 4 เมตรกว่าก็ต้องพายเรือมาอ่านมาตรแล้ว :) อาจจะสั่งมาเป็น lot แล้วขี้เกียจตัด ถ้าใครไม่มีโอกาสได้มาเชียงใหม่แต่อยากรู้ระดับน้ำในแม่น้ำ ดูได้จาก http://www.upperping.com นะครับ ตรงดิ่งไปที่ UP06 หรือ P.1 สะพานนวรัฐ

การตกปลาเป็นกิจกรรมที่คนแถวนี้ชื่นชอบ ลองนับหัวดูได้ราว 50 คน โดยเฉพาะแถวๆ สะพานเหล็ก อย่างชายคนนี้มีอุปกรณ์ตกปลา อาหารการกินและเครื่องกันแดดครบมือ เบ็ด 4 คันวางอยู่ทางขวา ถ้าอยากกินมากขนาดนี้ เอาอวนมาลงหรือไม่ก็ไปตลาดสดน่าจะเร็วกว่านะครับ ผมเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่ตกปลา ไม่เข้าใจว่ามันบันเทิงตรงไหน สงสารปลา มีคนที่ชอบเกมประเภทนี้ให้สัมภาษณ์แบบเกรียนๆว่า มันเป็นกีฬาที่ fair ดี เป็นการต่อสู้ระหว่างคนกับปลา แต่ผมอยากจะเสริมว่า ถ้าจะให้ fair จริงๆ กระโดดลงไปสู้กับมันในน้ำเลยดีกว่า ตัวต่อตัว เสื้อผ้าและเครื่องมือไม่ต้องใช้ัน

บรรดารถราที่จอดรอไฟเขียวที่เชิงสะพาน เพิ่งสังเกตเห็นว่าเชียงใหม่นี่ก็มีสามล้อ และตุ๊กตุ๊กเยอะเหมือนกันนะเนี่ย


ปาดเหงื่อ
จบตอนที่สามแล้วครับ เผื่อมีใครอยากลองเดินดูบ้าง ควรจะเริ่มตอนบ่ายสาม และเดินให้ถึงหกโมงครึ่งน่าจะกำลังดี ซึ่งผมก็ขออวยพรให้มีความสุขในการชมนะครับ และจบลงด้วยอาหารค่ำในโรงแรมหรือร้านอาหารซักแห่งที่อยู่ริมน้ำ
หมายเหตุ : เสาร์-อาทิตย์นี้ผมปวดหัว จึงไม่ได้ออกไปสำรวจต่อ ส่วนสัปดาห์หน้าผมไปพระนคร ดังนั้น Series นี้จะมาต่อในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้านะครับ ในระหว่างนั้นผมก็จะเอาเรื่องอื่นมาคั่นไปก่อน
|