พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้อากาศร้อนจริงๆ กำลังคิดว่าจะยกเลิกตอนที่สองไปดีหรือไม่ เพราะยังไม่แน่ใจว่าออกไปถ่ายภาพแล้วจะเจออะไรบ้าง แต่บ่ายนี้ผมก็ไม่ค่อยมีอะไรทำ เป็นปกติของชีวิตในช่วงนี้ จะนั่งๆนอนๆอยู่ที่บ้านกลัวจะตัวสูงกว่าเดิมเพราะหลังยาวขึ้น ว่าแล้วพอถึง 11 โมงเช้า (ซึ่งเราควรจะเรียกว่า 5 โมงเช้า) ก็สะพายกล้องตัวโปรดออกมาตากลมเย็นๆที่ออฟฟิศก่อน กว่าจะไปถึงถนนสุดที่รักนี้ก็ปาเข้าไปเกือบ 5 โมงเย็น แนวต้นยางมองจากถนนสายหนึ่งที่มาตัดถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตรงดิ่งไปก็จะไปถึงอำเภอหางดง มีติดควันมานิดๆนะครับ ถ้าหน้าหนาวปีหน้าผมยังอยู่เชียงใหม่จะ update ภาพใสๆให้ใหม่ จริงแล้วๆผมพยายามหาจุดชมแนวต้นยางอยู่เป็นสัปดาห์ สรุปได้ว่าต้องใช้ paramotor ครับ การดูจาก Local Road ตอนพระอาทิตย์จะตกก็สวยดี แต่ไม่มีที่จอดรถ และยังไงๆวิวจากอากาศก็สวยกว่า ถ้าคุณมาจากต่างจังหวัด ต้องการจะชมถนนสายนี้ ก็จับรถสีน้ำเงินที่ตรงเชิงสะพานเหล็กฝั่งตะวันออกได้เลยครับ ไม่ทราบค่าโดยสาร แต่เชียงใหม่ไม่ค่อยมีอะไรแพงนอกจากที่ดินในเมือง รถหน้าตาแบบนี้ในเชียงใหม่ที่เป็นสีอื่นๆจะหวานเย็นหน่อยนะครับ แต่รถสีนี้วิ่งเร็วพอใช้ อาจะเป็นเพราะถนนมันบังคับ พอถึงต้นยางต้นสุดท้าย (หมายเลย 1 ตามป้ายสีน้ำตาล) ก็ลง ไหว้ศาลเจ้าพ่อซักนิดนึง แล้วก็ข้ามถนนมาจับรถหน้าตาเหมือนกันเพื่อกลับเชียงใหม่ ขอเดาว่าคุณจะใช้เวลาไปทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง กล้วยไม้ (ที่คุณ dogstar บอกว่ามันเรียกว่า เอื้อง) ดอกสีเหลืองสดใสที่เกาะอยู่บนต้นยางหมายเลข 322 ฤดูนี้เค้าออกดอกกันพร้อมเพรียงกันทั้งถนน การขับรถยนต์มาตระเวณหาที่ถ่ายรูปนี้ ผิดมหันต์ นอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว เรายังขับช้าไม่ได้เพราะมีตามมาเป็นอีกขบวน เห็นอะไรดีๆก็หยุดรถตามใจฉันไม่ได้ สงสัยต้องไปหา Vespa หรือ Fino มาใช้งานซักคันตามที่ตั้งใจไว้ แต่ผมก็ขับมอเตอร์ไซต์ไม่ค่อยเก่ง ล้มลุกคลุกคลานไปก็อาจจะไม่คุ้มหนักกว่าเดิม
ภาพนี้จำไม่ได้จริงๆว่าอยู่ตรงไหน การขับรถของคนลำพูนเป็นเรื่องตลกขบขันของคนเชียงใหม่ ตอนที่เพิ่งจะผมมาถึง เพื่อนร่วมงานก็บอกว่า อย่าไปขับตามรถทะเบียนลำพูนนะ ถ้าเจอล่ะก็หลบไปให้ไกลๆเลย เพราะว่าขับชักช้าน่ารำคาญ จะเลี้ยวจะหยุดก็ไม่มีปี่มีขลุ่ย และเป็นกันทั้งจังหวัด แต่ผมว่าแนวคิดแบบ Stereotype นี้ เป็นความคิดเชิงดูถูกดูแคลนที่ไร้สาระ ผมซึ่งอยู่กรุงเทพร่วม 10 ปี ยังรู้สึกว่า คนเชียงใหม่ขับรถช้า และไม่มีระเบียบเหมือนกัน ไฟจราจรไม่ค่อยจะเชื่อฟัง ถ้าผมไปขับที่เยอรมันที่นั่นก็จะว่าผมช้า เงอะงะ ไม่เจริญ ถูกด่ากันเป็นทอดๆแบบนี้ ถ้ามีมนุษย์ต่างดาวบังเอิญมาเห็นชาวโลกขับรถก็น่าจะถูกด่ากันทั้งดาวแน่นอน :) ผมอธิบายได้ง่ายๆว่า เวลาของคนแต่ละถิ่นมีค่าไม่เหมือนกัน เวลาในเมืองเล็กย่อมเดินช้ากว่าเวลาในเมืองใหญ่เป็นธรรมดา ความเร่งรีบเพื่อประหยัดเวลาจึงมีไม่เท่ากัน ลองเข้าไปที่ตัวเมืองลำพูนซิครับ เมืองเค้าเล็กและเงียบสงบ จะให้รีบไปไหน เวลาที่ลำพูนช้ากว่าเชียงใหม่จริงๆ แต่เวลาในเชียงใหม่ช้าก็กว่าเวลาในกรุงเทพ 30% ตามที่ผมเคยพูดไว้ ทำให้เวลาทำงานผมอยากจะบีบคอน้องๆ วันละ 2-3 หน เมื่อก่อนนี้
บริเวณตัวอำเภอสารภี อาจจะเป็นจุดที่ต้นยางหายไปมากที่สุดบนถนนสายนี้ เพราะเป็นชุมชนใหญ่ ถนนฝั่งตะวันตกหน้าที่ทำการอำเภอ ต้นไม้หายไปเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร แต่เมื่อผ่านจุดนี้ไป ก็กลายเป็นช่วงที่สวยที่สุด และมีรถวิ่งน้อย เพราะคนที่มาจากเชียงใหม่ก็จะสิ้นสุดการเดินทางที่สารภี ไม่ได้ไปต่อลำพูน ชื่ออำเภอสารภีนี้ผมชอบมาก คล้ายๆเป็นชื่อหญิงสาวบ้านนอกจริงใจใสชื่อ บรรยากาศทั่วไปเมื่อออกห่างจากชุมชนก็จะเป็นแบบตามรูปข้างล่าง ผมพบอีกอย่างว่า สถานีรถไฟสารภีน่ารักมาก วันหลังจะพาไปชมครับ หลักถนนที่คอยบอกทาง ผมเคยทักไปในตอนแรกว่าถนนสายนี้แปลก ไม่มีหลักถนนที่ใช้การได้เลยซักต้น มาเจอต้นนี้อยู่แล้วๆยางต้นที่ 200 บอกเราว่าอีก 15 กิโลจะถึงลำพูน ไม่รู้จริงหรือเปล่า มีเรื่องตลกอย่างหนึ่งคือหลักถนนต้นแรกที่อยู่ในเขตจังหวัดลำพูนทาสีขาวใหม่ๆทั้งต้น ตัวหนังสือชัดเจน ผิดกันลิบลับกับฝั่งเชียงใหม่ อีกมุมหนึ่งของหมู่ต้นยางที่แน่นขนัดอยู่หน้าโรงพยาบาลสารภี มีต้นยางจำนวนมากที่มีศาลเตี้ยๆ มีถ้วยอาหาร และดอกไม้ที่ชาวบ้านทำมาสักการะต้นไม้ หรืออาจจะเป็นผู้เสียชีวิตก็เป็นได้ ผมถ่ายรูปไปก็ขนลุกไป โดยเฉพาะตอนใกล้โพล้เพล้ จุดนี้ถ่ายแถวๆวัดสารภี ครับ ก็เป็นวัดที่สวยอีกแห่งหนึ่ง แต่ผมขอถ่ายถนนนะครับ เรื่องวัดอาจจะมีมาในวันหลัง ในยามโพล้เพล้เป็นถนนที่น่าเกรงขามปนน่ากลัวมาก และในยามฝนตกก็น่าจะเป็นถนนที่น่าอันตรายมากเช่นกัน ผมได้ทราบจากคุณพี่ Dogstar (http://www.oknation.net/blog/dogstar) ว่จะมีการขยายถนนเป็น 20-30 ผมเชื่อว่าเค้าคงไม่ตัดต้นยาง แต่จะทำเป็นถนนอีกสองเลนคร่อมต้นยางด้านหนึ่งไป ซึ่งก็จะมีการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าต้นยางจะยังคงอยู่ แต่จะเสื่อมโทรม และเสน่ห์ของมันคงหายไปหมด
ภาพบนสุดคือต้นยางหมายเลข 3 เป็นต้นยางที่สามก่อนถึงเขตจังหวัดลำพูน หลังจากจุดที่ผมยืนมีต้นยางเหลือเพียงสองต้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถถ่ายหมายเลขให้ดูได้เพราะหาแผ่นป้ายไม่พบ อาจจะหลุดหายไปหรือมีผ้าพันทับไว้ ข้างๆยางต้นที่สองซึ่งเป็นรอยต่อจังหวัดพอดี มีศาลเจ้าพ่อเล็กๆที่ดูเคร่งขรึมมาก รถยนต์ที่ผ่านไปผ่านมาบีบแตรลั่นทุกคันเพื่อเป็นการคารวะ ยอดยางที่สูงเสียดฟ้าตอนดวงอาทิตย์จะลับ ถ้าขับมอเตอร์ไซต์มาน่าจะหาจุดที่ยอดยางดูดีกว่านี้ได้อย่างมาก เพราะรถผมไม่ได้มี sunroof นะครับ พยายามอยู่ครู่ใหญ่ๆ รู้สึกอ่อนใจก็เอาตรงนี้แหละ ภาพนี้ถ่ายแถวหน้าโรงพยาบาลสารภี และผมก็ขอสวัสดีตอนค่ำกับถนนที่มีคนคิดถึงมากที่สุดในประเทศไทยตรงจุดนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาเยือนเธออีก แต่คำถามที่ใหญ่กว่านี้คือ เธอจะยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ ชาวเชียงใหม่ทุกคนควรจะช่วยกันตอบครับ
|
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||