พิมพ์หน้านี้
|
ผมยังไม่มีความคิดที่จะเขียนเรื่องวัดในแง่มุมประชานิยม ถึงแม้วัดจะเป็นตัวแทนสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น และวัดในเชียงใหม่ก็ศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานให้ดูมากมาย ถ้าคุณไม่เคยเข้าวัดทางเหนือ อาจจะคิดว่าจะเหมือนวัดทางภาคกลาง แต่ขอให้คิดถึงวัดทิเบตหรือวัดภูฏานบวกวัดไทยภาคกลางแล้วหารสอง จะได้วัดไทยทางเหนือ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมก็จะพูดสั้นๆเท่านี้ เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงานบวชเพื่อนที่วัดแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาทางธุรการบางอย่างกว่าพิธีจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็น ผมนั่งอบไอแดดร้อนๆอยู่ที่วัดเป็นเวลาแปดชั่วโมง จึงได้มีโอกาสเห็นอะไรๆน่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตน้อยๆในวัดมากมาย สุนัขจรจัดประจำวัด (หมาวัด) ตัวหนึ่งกำลังนอนหลับสบายอยู่ใต้ร่มเงาของเทวรูป วัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากต่างความเชื่อเยอะมากจนไม่น่าเชื่อ ได้ยินเสียงสวดแปลกๆจากศาลาอยู่เป็นระยะๆ มีผู้มีจิตศรัทรามาสะเดาะเคราะห์ตลอดทั้งวัน คนที่มาซึ่งดูหน้าตาหม่นหมอง เมื่อกลับออกไปก็ดูแช่มชื่นขึ้น วัดนี้มีแม้กระทั่งตู้หยอดเหรียญเพื่อฟังเสียงสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด เดือนๆหนึ่งน่าจะมีเงินหมุนเวียนมหาศาล อะไรบางอย่างที่ไม่ควรจะอยู่ในวัดเลยก็สร้างความร่มเย็นแก่ชีวิตน้อยๆในวัดได้
โปรดสังเกตเห็นใบโพธิ์ที่เท้าหมานะครับ ไม่ได้ตั้งใจ แต่ใบไม้อยู่ตรงนั้นจริงๆ เป็นเครื่องเตือนใจว่า บางทีชาวพุทธก็ทำให้ใบโพธิ์สัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของพุทธศาสนาต่ำต้อยเพียงแค่นั้น น่าสะเทือนใจแต่ผมก็จะพูดแค่นี้เหมือนกัน นอกจากหมาแล้ว นกพิราบกับวัดก็เป็นของคู่กัน ผมว่าประชากรนกชนิดนี้ 95% อยู่ในวัด เพราะประชาชนคงไม่ยินดีจะให้นกพิราบอาศัยบนหลังคา ถึงมันจะไม่ได้กินบนเรือนก็เถอะ แต่ก็ขี้บนหลังคาอยู่ดี มีโบสถ์หลังเล็กๆดูเก่าแก่อยู่ในวัด มีบานประตูหน้าต่างลายไม้แกะสลักสวยงามมาก ตามซอกของชายคาและเหนือหน้าต่างก็จะเป็นที่อยู่ของบรรดานกพิราบทั้งหลาย (ตามเคย) แต่พระวัดนี้คงมีจิตใจเอื้ออารีย์มากที่ปล่อยให้นกสร้างครอบครัวกันแบบจะๆ ไม่มีการเซ็นเซอร์เลย รอบๆโบสถ์ยังมีแมวหลายตัวมาด้อมๆมองๆ น่าจะมี Conflict of Interest กันบ้างระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้ ในภาพเป็นนกพิราบตัวหนึ่งกำลังแต่งตัวอยู่บนหลังคาโบสถ์ เจ้า Pinky (ผมตั้งชื่อให้เอง รู้สึกว่ามันน่าจะชื่อนี้ตั้งแต่แรกเห็น) หมูยักษ์ที่กำลังนอนสบายอารมณ์อยู่ในบ่อโคลนเล็กๆหน้าโบสถ์ อากาศร้อนแบบนี้มันสามารถลงไปอยู่ได้ตั้งค่อนวัน เจ้า Pinky มีพฤติกรรมคล้ายๆฮิปโปญาติของมัน โดยจะเอาจมูกจุ่มลงไปน้ำแล้วก็หายใจปุ๋งๆเป็นฟองลอยขึ้นมา แต่ความอึดเป็นรองหลายขุม มันอยู่ใต้น้ำได้ไม่ถึงครึ่งนาทีก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาหายใจ
ดูโฉมหน้าให้ชัดๆ หน้าตาแบบนี้ต้องชื่อ Pinky แน่นอน ไม่มีชื่ออื่นเหมาะสมกว่านี้ พอบ่ายแก่ๆแดดร่มลมตก หมูตัวนี้และบรรดาญาติของมันก็จะพากันเดินพล่านทั่วบริเวณวัด บางทีก็ออกไปถึงหมู่บ้าน พระคงไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงหมูในวัดแน่นอน เพราะมันส่งกลิ่นเหม็นมาก แต่อาจจะมีชาวบ้านเอามาฝากไว้แล้วท่านก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง
นี่ก็อีกตัวหนึ่ง รู้สึกว่าวัดนี้จะมีแมว low cost สวยๆหลายตัว แมวเป็นสัตว์ที่มีความมุ่งมั่นมากดูได้จากแววตา ที่เห็นลูบหลังแมวอยู่นั่นคือเพื่อนผมคนหนึ่ง ผมดูจากแววตาแมวแล้วคาดว่าเป็นตัวผู้แน่นอน แต่เพื่อนผมคงไม่รู้
เนื่องจากวัดนี้เป็นสถานที่บรรเทาทุกข์ ก็มียายคนหนึ่ง จับนกตัวเล็กๆใส่อยู่ในกรงไม้ไผ่สานเอาไว้ให้เช่า ที่ตลกอย่างหนึ่งคือมีนกพิราบด้วย ซึ่งยายคงหาเอาแถวนี้แหละ ที่ผมบอกว่าให้เช่าคือ ผมจ่ายตังค์ยายไปร้อยหนึ่งก็จะได้กรงมา มีนกหน้าตาน่าสงสารอยู่ข้างใน 7-8 ตัว พอเรา ทำบุญ โดยการปล่อยนกออกจากกรงไป มันก็จะกรูกันไปที่ต้นโพธิ์ใกล้ๆ และอยู่กันตรงนั้น ตอนผมกลับบ้านมันก็ยังอยู่อย่างนั้น แค่ยายโปรยข้าวเปลือกมันก็ออกมาแล้ว ให้ยายจับเอาไป recycle ใหม่ ผมเล่าเรื่องนี้ให้น้องผู้หญิงที่ไปด้วยกันที่กำลังยิ้มแย้มตอนที่นกมันบินจากกรงของเธอไป เธอบอกว่า อย่าคิดมากเลย เราปล่อยมันก็ได้บุญแล้ว ถือว่าช่วยยายก็แล้วกัน สรุปได้ว่ายายก็น่าจะ มี turnover เดือนนึงเป็นหมื่น ดีกว่าขายพวงมาลัยมาก นี่คือบทสนทนาระหว่างผมกับยายในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา rabbitzilla : นกกรงละเท่าไหร่ยาย? ว่าแล้วผมก็เอานกตัวดำๆในกรงไปปล่อยในวัดตามที่ยายแนะนำ ออกจากกรงได้พวกมันก็กรูไปที่ต้นโพธิ์เหมือนอาทิตย์ก่อนไม่มีผิด ผมเอากรงเปล่าไปคืนยาย ยายก็ทำท่าดีใจมากที่ผมช่วยลด variable cost ให้แกอีกหน่อยนึง สัตว์หิมพานต์กำลังเหม่อมองอาคารเรียนหลังหนึ่ง ปิดเทอมแล้ว แต่เด็กนักเรียนเป็นชาวเขาไม่มีที่อยู่ทางวัดก็ต้องจัดที่พักและเลี้ยงดูด้วย วัดนี้ทำอะไรให้โรงเรียนที่อยู่ในบริเวณวัดมากจริงๆ ตอนประมาณบ่ายสี่ยังเห็นพระสาละวนอยู่กับการทำอาหารเลี้ยงเด็ก Judgement ของผมทำงานไม่เป็นปกติ หรือจริงๆแล้วผมอยากจะมองวัดนี้ผ่านๆไปมากกว่า ไม่อยากตัดสินอะไร บางทีสถาบันบางอย่างก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเหมาะสมในบางมุม แต่บางมุมก็ไม่ใช่ สุดแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนจริงๆ
หมายเหตุ : การเขียนเรื่องนี้มีจุดประสงค์สองอย่างนะครับ 1. อยากเล่าบรรยากาศของวัดในเชียงใหม่โดยไม่ต้องมีภาพโบสถ์ เจดีย์ วิหาร และพระครับ เพราะผมเป็นคนกลัววัด 2.เป็นการลงบันทึกไว้ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปงานบวชเพื่อนนะ |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||