พิมพ์หน้านี้
|
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะเป็นรอยต่อของฤดู บางวันก็เย็น บางวันมีฝนตก บางวันมีทั้งสองอย่างและในตอนเที่ยงก็ร้อนมาก ดูได้จากอัตราการแลบลิ้นของบรรดาหมาๆของผมที่ออฟฟิศ เช้าๆบางทีก็มีหมอก แต่เนื่องจากเรารู้กันดีว่าช่วงนี้ควันไฟจากการเผาต่างๆเริ่มมีมากขึ้น ผมก็เลยสับสนว่า ที่เราเห็นตอนเช้าๆนี่มันเป็นหมอกหรือควันกันแน่ ต้องดูประมาณซัก 10 โมง ถ้ามันยังเหมือนเดิมก็ใช่แน่ๆ แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้ความหนาวจากประเทศจีนเธอเพิ่งจะยอมแพ้ไปเมื่อกลางเดือน หมอกควันได้กลายเป็นเรื่องประจำถิ่นของเชียงใหม่ที่คงไม่ใครตายจากกันไปง่ายๆ เหมือนเชื้อโรคหวัดนก H5N1 ในประเทศไทยเลยทีเดียว การที่เรามีใบไม้แห้งจำนวนมากในบ้าน ทุ่งนา และในป่า ก็ทำให้คาดการณ์ได้ว่า คงจะได้ประสบพบเจอกันไปอีกนาน ผมเคยไปอยู่ประเทศมาเลเซียประมาณปี 2543 ไฟป่าในเกาะสุมาตรากำลังแผลงฤทธิ์มาถึงภาคใต้ของไทย ควันที่มีปริมาณมากเดินทางได้ไกลนับพันกิโล ดังนั้นกัวลาลัมเปอร์ที่ใกล้กว่าก็ไม่มีทางรอด ทัศนวิสัยแย่มากมองไปไกลได้ไม่ถึงกิโล แต่ไม่รู้สึกแสบตาเพราะอากาศไม่แห้ง และไม่ได้กลิ่นอะไรมากเท่าตอนอยู่เชียงใหม่ ปีที่เลวร้ายที่สุดคือปีที่แล้วนี่เอง มันแย่ขนาดผมต้องมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เพราะไม่เคยพบเคยเห็น มองถนนหนทางได้ชัดเจนไม่กี่ร้อยเมตร เครื่องบินลงจอดได้ยังไงก็ไม่รู้ เวลาบ่ายสี่โมงเศษๆของวันที่มีหมอกควันหนาๆ นี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ ท้องฟ้าไม่มีเมฆ แต่มองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า คล้ายๆกับเรื่อง the Mist มฤตยูหมอกกินมนุษย์ที่ผมไปดูมาเมื่อเดือนก่อน ถ้ามีคนร้องกรี๊ดและมีหนวดปลาหมึกแกว่งไปมาล่ะก็ใช่เลย จำได้ว่าปีที่แล้วพอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติปุ๊บ สองสามวันต่อมาฝนก็ตก สถานการณ์ก็ดีขึ้นทันตาเห็น ถึงมันจะไม่เกี่ยวกันก็เถอะ ดังนั้นขอให้รัฐบาลรีบประกาศโดยไว จะได้มีทหารมาช่วยในตอนจบเหมือนอย่างในหนังเรื่อง The Mist ไม่ต้องมีชายนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในรถเหลือกระสุนปืน 4 นัด และออกไปไล่ยิงคนเผาป่า (ภาพนี้ถ่ายปีก่อนนะครับ ในปัจจุบันยังไม่ได้แย่เท่า) ผมจะพยายามเล่าเรื่องหมอกควัน ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมานะครับ อาจจะน่าผิดหวังซักหน่อยเพราะในวันที่มีควันหนาสองครั้ง ครั้งละ 2-3 วันนั้น ผมไม่ได้มีโอกาสออกเก็บภาพไปครับ 1.3.2551 17:30
12.3.2551 13:00 ดอกและใบของตาเบบูญ่าที่ร่วงเกลื่อนทางเท้าหน้าที่ทำงานผม ในช่วงนี้ของปีต้นไม้จะขยันออกดอกและผลัดใบเป็นพิเศษ ขยะธรรมชาติแต่ไม่มีใครต้องการนี้ จะกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดีให้ชาวบ้านเผากันสนุกมือ เหมือนกับข้างนอกนี่ไม่ค่อยมีควันนะครับทั้งๆที่ถ่ายเมื่อกลางเดือน ควันจะมากหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใช้มุมกล้องยังไงด้วย ถ้าใช้เลนส์เทเลละก็ ควันจะแน่น ผมไม่ได้ต้องการทำภาพให้ปัญหามันน่ากลัวเกินจริง จึงอยากจะบอกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เราก็จะมีควันจางๆแบบนี้หลายวัน สลับกับควันหนา 2-3 วัน เพิ่งจะมีสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ค่าฝุ่นละลองเกิน 120 ไมโครกรัมเป็นครั้งที่สองในปีนี้ตอนแรกทำท่าจะยาว แต่ก็ไม่ยาวซะที จากภาพถ่ายดาวเทียมพบ hot spot น้อยกว่าปีก่อนถึงครึ่งหนึ่ง ที่ผมบอกว่าขยะธรรมชาติที่ไม่มีใครอยากได้ ผมดูจากรถเก็บขยะที่เข้ามาในหมู่บ้านรอบๆตัวเมืองเชียงใหม่นั้น รวมทั้งหมู่บ้านผมด้วย เค้าไม่รับใบไม้แห้งนะครับ คุณไม่ได้อ่านผิด รถเก็บขยะเค้าไม่รับใบไม้แห้ง แต่ชอบกระดาษ และถุงพลาสติก เค้าจะเปิดดูถุงขยะทุกใบ ถ้าพบว่าเป็นใบไม้ก็กองไว้หน้าบ้านนั่นแหละ บางทีมันก็เรี่ยราดจนผมแยกถุงใบไม้ออกจากขยะปกติ และเขียนติดไว้ว่า ใบไม้แห้ง ไม่ต้องค้น เสร็จแล้ว ก็นั่งรอให้รถขยะของหมู่บ้านมารับไป แต่จะหลายวันมากบางทีกองอยู่เกือบสองอาทิตย์ เค้าเอาไปไหนผมไม่ทราบ ถ้าเป็นชาวบ้านที่ไม่ได้อยู่หมู่บ้านจัดสรร ทำยังไงดี .. กวาดมากองรวมกัน จุดไฟ เผา แต่การเผาใบไม้ในบ้านนั้นเป็นควันส่วนน้อย แต่ก่อนผมเคยเชื่อว่าควันเกิดจากชาวนาเผาฟางข้าว แต่เท่าที่สังเกตดูทุ่งนารอบๆเมืองเชียงใหม่กลายเป็นทุ่งข้าวเขียวขจีในฤดูปลูกข้าวนาปรังไปเสียแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างในอำเภอรอบๆนอกเช่น แม่แตง แม่แจ่ม แต่ที่หนักกว่าคงเป็นการเผาป่าเพื่อหาสวรรค์และวิมาน *&^%$ ถ้าจะให้ชาวบ้านเลิกเผา คงต้องมีการจับกุมกันอย่างจริงจังแล้วครับ เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือไม่น่าจะได้ผลแล้ว นอกจากนี้ทุกคนคงต้องช่วยกันดู ถ้าเห็นไฟไหม้ป่าที่ไหนต้องแจ้งศูนย์ hotline (มีหรือเปล่านะเนี่ย หุหุ) 15.3.2551 09:00 ถนน local road เลียบทางรถมองเห็นหัวรถจักรกำลังวิ่งออกจากเชียงใหม่ ไม่รู้ว่าจะไปลากขบวนรถที่วิ่งข้ามขุนตาลไม่ค่อยไหวอยู่เป็นประจำหรือเปล่า J หมอกควันหนาๆเบื้องหลังเป็นส่วนผสมของหมอกและควันนะครับ เพราะว่าพอสายกว่านี้ผมขับรถผ่านไปอีกทีก็ดูใสกว่าเดิม ยังมีควันจางๆ ปกคลุมทางรถไฟอยู่ แต่ก็ดีกว่าเมื่อสองวันก่อนมาก อากาศร้อนระอุถึงแม้จะหกโมงกว่าแล้ว มีกลิ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่ว ภาพนี้ถ่ายตรงชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่ครับ การฆ่าตัวตายโดยการให้รถไฟทับที่ง่ายเสียจริง ไม่เห็นมีใครห้ามซักคนตอนผมเดินลงไป เมื่อปีก่อนทางการเค้ามี initiative แปลกๆ เช่น รณรงค์ให้เล่นสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยคาดว่าน้ำจะช่วยลดฝุ่นตามท้องถนนลงได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครจะรับมุขเท่าไหร่ 29.3.2551 09:15 เชิงดอยสุเทพบริเวณกองพันสัตว์ต่าง หรือที่ผมชอบเรียกว่า กองพันสัตว์ต่างๆ วันนี้เป็นวันที่มีควันปานกลาง มองเห็นต้นไม้ที่เปลี่ยนสีอยู่บนภูเขาได้รางๆ ทุ่งหญ้าที่อยู่หน้าต้นไม้กลมสองต้นก็เป็นที่ใช้เลี้ยงสัตว์ของกองพันนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกม้า และลา แต่ตอนนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลาให้อาหาร วันหลังผมพามาชมห้วยตึงเฒ่า จะพยายามสังเกตว่า ทหารเค้าทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ถ้าไม่มีควันเลย เนินเขาลูกนี้น่าจะสวยมาก 29.3.2551 12:30 Air 30.3.2551 16:00 อากาศร้อนอบอ้าวมานาน ธรรมชาติก็เลยต่ออายุให้เมืองเชียงใหม่ไปอีกหลายวัน โดยโปรยปรายฝนเม็ดเล็กๆลงมา แต่ลมที่พัดแรงมากก็เลยผสมปนเปฝุ่นและควันจนเป็นดังภาพ แต่มันจะมีผลเป็นช่วงสั้นๆ ที่เห็นคล้ายถนนคือ runway ของสนามบิน และมีตัวเมืองเชียงใหม่เป็น background ที่มองไม่เห็น มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะเตือนนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งหลายให้รับมือไว้ ในเวลา 2-3 ที่ผ่านมา สินค้าเกษตรแทบทุกรายการราคาดีมาก เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกมีสูง และพื้นที่เพาะปลูกในหลายประเทศได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ดังนั้นปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อปลูกพืชไร่น่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และปัญหาหมอกควันจากการเผาที่เกี่ยวข้องไม่น่าจะจบง่ายๆ และผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าเชียงใหม่จะเป็นทะเลทรายภายในเวลา 50 ปี จากนี้ไป เหตุผลคือละติจูดประมาณ 15 องศาเหนือเป็นทะเลทรายกันทั้งโลก ยกเว้นที่เป็นเกาะ เพิ่มเติม 1. คืนหนึ่ง ผมผ่านไปแถวๆลำปางก็พบภาพนี้ น่าจะเป็นฝีมือส่วนหนึ่งของพวกเขาเหล่านั้น ไม่รู้ว่าเผาตั้งแต่บ่ายๆหรือเปล่า ตอนผมมาเจอนี่ก็สี่ทุ่มแล้ว เฉพาะไฟที่จุดนี้ก็น่าจะกินเนื้อที่ไปหลายสิบไร่เพราะไม่มีอะไรมาขวางจริงๆ ไหม้จนกว่าใบไม้แห้งจะหมดป่า นี่เป็นการยืนยันภาพถ่ายดาวเทียมว่า hotspot เที่ยวล่าสุดอยู่แถวๆลำปางเหมือนเดิม ถ้าคุณผ่านไปแถวขุนตาลและช่วงระหว่างตาก-ลำปาง จะพบว่าภูเขาหลายๆลูกจะมีอะไรซักอย่างกำลังลุกไหม้อยู่ กลางคืนจะดูน่ากลัวมาก 2. ข้อมูล PM10 ของเชียงใหม่ในรอบ 1 เดือน จะเห็นว่ามีเกินมาตรฐานอยู่ 4-5 วัน ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนมาก ถ้าควันหนาไม่พอ ไม่ได้ใจผู้พบเห็นก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ปรากฏการณ์ควันไฟในเชียงใหม่ปี 2551 ในทัศนะผมมีแค่นี้จริงๆ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่คนเชียงใหม่ก็ได้ แต่บางทีเราเสนอแต่มุมร้ายๆมันก็มีผลเสีย สิ่งสุดท้ายที่จะพูดคือ ร้อนจังครับ วันอังคารผมจะกลับพระนครและขอลาพักร้อนสองสัปดาห์ สงกรานต์นี้ขอเชิญทุกคนมาเที่ยวเชี่ยวใหม่ พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับ และเมืองเรายังสวยเหมือนเดิมครับ
|
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||