พิมพ์หน้านี้
|
บ่ายวันที่ 13 ผมก็ไป ทำข่าว ให้กับบริษัทตัวเองตามที่เค้าให้มาช่วยครับ ในภาพเป็นน้องคนหนึ่งกำลังแจกน้ำให้ผู้ผ่านไปผ่านมาบนถนนท่าแพ นอกจากถ่ายภาพแล้ว เราก็มีขบวนรถตุ๊กๆไปร่วมแจมที่รอบคูเมืองด้วย ถ้าใครได้มีโอกาสผ่านไปถนนท่าแพเวลาประมาณบ่ายสาม คนที่ใส่เสื้อกันฝนสีเขียวมีปีกข้างหลังเหมือนนางฟ้า (อายจังเลย) ยืนแจกน้ำดื่มคือผมเองนะครับ กล้องเอาไปเก็บแล้วจึงไม่มีภาพครับ โปรดสังเกตน้องผู้หญิงหน้าตายังใสอยู่เลย เป็นเพราะว่าเชียงใหม่ไม่เล่นแป้งนะครับ มีหลุดมาคนนึงเหมือนกัน เราก็เตือนกัน เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกันประณามครับ ยอมไม่ได้ ถ้ายอมปีต่อไปจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ผมมีรูปกิจกรรมของสาวๆที่ทำงานเยอะเลย บางรูปได้บรรยากาศมาก แต่กลัวจะถูกหาว่าโปรโมทเพราะมี logo บริษัทติดมาเต็มไปหมด ก็อย่าดูเลยแล้วกันครับ J มาถึงวันที่ 14 กำหนดการเดิมของผมคือไปวัดพระสิงห์ในตอนเช้า แต่ลุกจากที่นอนไม่ไหวก็เลยข้ามไปถึงการเล่นน้ำที่ถนนหน้าศูนย์การค้ากาดสวนแก้วตอนประมาณ 10 โมง วันนี้เป็นวันเน่า ตามคติล้านนาห้ามพูดคำหยาบ ห้ามโมโห มันจะเป็นอัปมงคลติดตัวไปทั้งปี แต่ผมรอเพื่อนอยู่ชั่วโมงกว่า ทนไม่ได้เดินไปเข้าห้องน้ำ เจอเค้ากำลังเลือกดูเสื้ออยู่ที่ห้างในกาดสวนแก้ว ก็เลยด่าไปรอบนึง แต่ในที่สุดแล้วบ่ายวันนั้นผมก็ได้มาดักสาดคนที่เข้าเมืองอยู่ที่หน้าบ้านพักออมสินซึ่งวันนี้เป็นสปอนเซอร์หลักของพวกผม มีปัญหาหนึ่งคือน้ำประปาไม่ค่อยไหล การเล่นสงกรานต์ไกลแหล่งน้ำและน้ำไม่พอนี่จะกร่อยเป็นอย่างยิ่ง ตอนแรกผมก็ไม่มีกล้องในมือหรอกครับ ตรวจสอบชัยภูมิแล้วมีจุดที่พอจะหลบเลี่ยงน้ำได้ดี เลยกลับไปเอาที่รถ ผมอุ้มถุงขยะที่ห่อกระเป๋ากล้องเดินจากกาดสวนแก้วมาร่วม 100 เมตรตำรวจก็เยอะ แต่ไม่เห็นมีการตรวจค้น ถ้าเป็นระเบิดละก็ตายเป็นร้อยแน่นอน เนื่องมันเป็นการเล่นน้ำ ไม่รู้จะบรรยายอะไร ก็ขอบรรยายเฉพาะบางรูปนะครับ
ภาพบนสุดเป็นชาวต่างชาติฉีดน้ำเล่นกับเด็กน้อย เล่นน้ำกับฝรั่งจะสนุกมากเพราะเค้าจะมีปฏิกิริยากับน้ำที่เราสาดไปมากกว่าคนไทย คนไทยส่วนใหญ่จะทำหน้าเฉยๆ ยกเว้นเวลาเจอน้ำแข็ง ปีนี้น้ำแข็งก้อนละ 50-100 บาท (เช้า 50 เย็น 100) อาจจะเป็นสาเหตุนึงที่ไม่เจอน้ำเย็นมากเท่าปีก่อน นอกจากฝรั่งแล้วก็เห็นจะมีเด็กๆนี่แหละที่น่าเล่นด้วย เด็กอายุครึ่งรอบส่วนผู้ใหญ่อายุสี่รอบครึ่ง (เพื่อนต่างวัยของผมเอง) สนุกร่วมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บรรยากาศบนหลังรถปิ๊กอัพคันนึง มีถังน้ำเปล่าๆหนึ่งใบ คงจะไปเอาน้ำที่คูเมืองข้างหน้า ปิ๊กอัพบรรทุกน้ำที่ในกรุงเทพห้ามเล่น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เชียงใหม่ แต่เล่นแป้งนี่พวกเราในฐานะเจ้าของบ้าน รับไม่ได้
หนูน้อยสวมชุดกันฝนนั่งแช่อยู่ในสระน้ำบนรถปิ๊กอัพคันหนึ่ง เป็นภาพที่แปลกดี แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้เด็กจะร้อนมากเลย ทุกวันนี้อากาศร้อนประมาณ 40 องศาทุกวัน ถ้ามียามดมในมือผมก็จะเล่นน้ำไปดมยาดมไป
สงกรานต์เป็นโอกาสอันดีของธุรกิจต่างๆ Event Marketing กำลังฮิต ใครๆก็ทำกัน แม้แต่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ (ทั้งฝ่ายมีคนเดียว) บอกว่าถ้าเจอกิจกรรมของคู่แข่งให้ถ่ายมาด้วย แต่สองวันนี้ผมไม่เห็นมีวี่แววเลย อาจจะอยู่กันในคูเมือง
???
รถติดมากเลย ข้างหน้าประมาณ 100 เมตร จะมีแยกทางซ้าย และเป็นโอกาสสุดท้ายให้คนกลับใจ ตรงไปเป็นถนนรอบคูเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ซึ่งรถจะวิ่งได้ชั่วโมงละ 100 เมตรกว่าๆ และอุดมไปด้วยน้ำดำๆคันๆให้สาดกัน
จุดที่ผมยืนอยู่ก็จะมีคนหมดแรงมาเติมพลังอยู่เป็นระยะๆ ผมเองก็เริ่มหิวแล้ว เนื่องจากผมเป็นคนกินยาก ก็จะกลับไปกินที่บ้านนะครับ J
ถ่ายรูปอยู่ดีๆน้องคนนี้ก็มาสะกิดหลัง เป็นวิศวกรสาวคนหนึ่งที่ออฟฟิศผมนั่นเอง เป็นการยืนยันว่าเชียงใหม่นี่เล็กจริงๆ ที่ผมให้ดูรูปนี้คือจะบอกว่า เครื่องแต่งกายที่ถูกต้องของสาวๆทั้งหลายในเทศกาลสงกรานต์เป็นแบบนี้นะครับ ไม่ต้องโชว์อะไรมากหรอกครับ ถ้าดีจริงเดี๋ยวก็ขายออก อย่างน้องนี้ก็เป็นที่รักของทุกคนในที่ทำงาน
บ่ายสาม น้ำท่วมถนนไปช่องหนึ่ง ถ้าน้ำไปอยู่กับชาวนาคงจะทำอะไรได้เยอะเลย ไม่มีรถวิ่งแล้ว น่าจะมีการกั้นถนน ผมถ่ายภาพนี้แล้วก็เก็บกล้องใส่กระเป๋า เอากระเป๋าใส่ถุงขยะใบเดิม และอุ้มอย่างระมัดระวังกลับมาที่กาดสวนแก้ว แต่ในระหว่างทางผมก็แกะมันออกมาถ่ายใหม่จนได้
บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้วซึ่งบัดนี้ถนนหายไปแล้ว เป็นจุดที่วัยรุ่นมารวมตัวกันมากที่สุด และเป็นจุดที่วุ่นวายอลหม่านที่สุด ตรงหน้าผมเป็นเวทีคอนเสิร์ต ที่ซึ่งคนเบียดเสียดเยียดยัดกันอย่างน่าเกลียด โดยเฉพาะตอนใกล้ค่ำ มีคนฉีดน้ำลงมาจากเวที มี springer พ่นน้ำเหนือหัวโดยตลอด เปียกแฉะและคนต่างก็เมาและมัน คุณอาจจะอยากมาดูก็ได้ แต่ถ้าคุณมีลูกสาวคงจะไม่อยากให้มาแถวนี้ ที่นี่ห่างจากคูเมืองเพียง 200 เมตร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอย่างสมบูรณ์ เห็นวัยรุ่นบางคนโก่งคอจะอาเจียน ผมเองก็เข้าไปไม่ถึงเพราะกลัวเปียก แต่อย่างจะบอกว่า นี่คือสถานที่และเวลาที่เชียงใหม่ตกต่ำที่สุดครั้งหนึ่ง วันนี้บอดี้สแลมมาเล่นช้ามิฉะนั้นจะได้ดวลกับวงดนตรีพื้นเมืองที่อยู่เยื้องๆกันซึ่งเลิกไปตั้งบ่ายสาม
ฝั่งตรงข้ามก็มีอีกเวทีนึง และอยู่ในอาการเดียวกัน ตอนหัวค่ำน่าจะไร้ระเบียบและน่ากลัวมาก เห็นตำรวจกระจายกันอยู่หลายจุด แต่ถ้ามีเหตุจริงดูแล้วจำนวนตำรวจน่าจะไม่พอ
ผมก็เก็บกล้องใส่กระเป๋าครั้งสุดท้ายที่จุดนี้ ซื้อข้าวหมูกระเทียมกล่องหนึ่งและนั่งผิงฝา กินกันตรงนั้น เห็นหลายนั่งหมดสภาพอยู่ใกล้ๆ ขณะนี้เวลา 17:00 ผมบอกลาสงกรานต์ปี 2551 วันที่สอง เนื่องจากผมมีกลยุทธ์ที่ดีขากลับผมจึงออกหลังห้าง ตรงไปถนนสิริมังคลาจารย์ มุดตามซอยจนไปออกถนนนิมมานเหมินทร์ และผ่านเข้าถนนซุปเปอร์เพื่อกลับบ้านที่แม่โจ้ ถึงบ้านได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพื่อนคนเดิมก็โทรมาชวนกินข้าวเย็นอีก ผมอิ่มแล้วและเหนื่อยมากด้วย จึงปฏิเสธไปอีกวัน พรุ่งนี้ (วันที่ 15) ผมคงได้ไปวัดพระสิงห์แต่เช้าตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมันเป็นวัดสุดท้ายที่จะได้สรงน้ำพระคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ แต่จะ update ใน blog ปลายสัปดาห์เลยนะครับ
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||