• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-12
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 28453
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
Season Change Chiangmai
การเดินทางของเชียงใหม่ผ่านฤดูกาลต่างๆ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai
วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2551
The Last Rain .. ฝนสุดท้ายที่อินทนนท์ (ตอนที่ 1)
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 237 , 21:00:58 น.   | หมวดหมู่ : Site Visits  
พิมพ์หน้านี้


จำได้ว่าเมื่อปีก่อนผมได้กลิ่นลมหนาวเร็วกว่านี้  มีหลักฐานนะ ไม่ได้พูดลอยๆ http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai/2007/09/22/entry-1

ปีนี้ย่างเข้ากลางเดือนตุลาคม เมฆอ้วนๆยังลอยตุ๊บป่องอยู่เต็มฟ้า แต่ลมหนาวเธอยังไม่ยอมมาตามนัด ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมก็ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับดอยอินทนนท์เป็นครั้งที่ 4 และคาดว่าจะมีครั้งที่ 5 อีกในเดือน 11 และครั้งที่ 6 ในเดือนถัดๆไป ผมเป็นคนที่รักแล้วรักเลยมั้ง ^^ ถึงได้แวะเวียนมาเยือนดอยสูงแห่งนี้ปีละหลายๆครั้งทุกปี ยังคิดเล่นๆว่าจะฝัง time capsule ไว้ซักที่บนนี้

http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai/2007/06/28/entry-1
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai/2007/07/02/entry-1
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai/2007/10/26/entry-1

อยากขึ้นไปทำอะไรบนนั้นหรือครับ ขอกาแฟถ้วยเดียวที่ความสูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล คนยิ่งน้อยยิ่งดี อย่างอื่นไม่เอาก็ได้

สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความคิดของผม แต่เกิดจากน้องๆที่เรียนโทเศรษฐศาสตร์ด้วยกัน น้องคนที่ชวนบอกว่านักศึกษาปริญญาโทมีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อยากจะบอกว่า ไม่จริงหรอก พอย่างเข้าปีที่สองจะรู้ว่าการระดมเพื่อนๆไปตกระกำลำบากนั้นไม่ยากอย่างที่คิด ผมเรียนจบหลักสูตรหนึ่งมาสองปีกว่าแล้ว กลางเดือนหน้าเราจะไปนั่งปากคอสั่นกันที่ดอยอ่างขาง ในขณะที่ปลายเดือนน่าจะได้ไปปาย

ก่อนจะไป นอกจากข่าวสารที่ได้รับทาง E-mail แล้ว ผมก็ไม่ได้ติดต่อสมาชิกคนใดเลย ดังนั้นพอถึงเช้าวันนัด คือวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจึงไม่รู้เลยว่า จะไปกันกี่คน และมีใครไปบ้าง ไปมากกว่า 2 คนถือว่า OK สำหรับผม น้อยกว่านี้จะตกเป็นข่าวได้ เมื่อไปถึงจุดนัดพบที่แรกใต้คณะที่เราเรียน ก็พบว่ามีคนมาน้อยมาก มารู้ภายหลังต่างคนต่างก็จับกลุ่มและเอารถไปเอง รถผมเลยแปลงสภาพเป็นรถขนปัจจัยการผลิตนับตั้งแต่บัดนั้น จริงๆแล้ว สุดสัปดาห์นี้ผมก็มีทางเลือกอื่นนะ คือไปกระทบไหล่น้องขวัญ อุษามณี ที่แถวๆถนนท่าแพ บริษัทผมชวนเธอมาเดินขบวนอะไรซักอย่าง  แต่กลัวน้องๆจะว่า บ้าดารา ก็เลยคงจะไปเจอน้องขวัญในโอกาสอื่นๆต่อไปนะครับ น้องขวัญคงจะเข้าใจและให้อภัยผม ^^

จุดที่สองที่ต้องไปคือ ธนาคารออมสินสาขาจอมทอง อยู่ห่างจากจุดขึ้นดอยไม่กี่กิโล สมาชิกส่วนใหญ่จะมาเจอกันที่นี่ ผมแวะสะสมสะเบียงระหว่างทาง ถ้ารถผมเป็นอะไรไป คนอื่นๆคงคอแห้งตายบนนั้นเพราะขาดเครื่องดื่มนะครับ นอกจากนี้ผมยังต้องทำธุระส่วนตัวคือต้องซื้อซองจดหมายและแสตมป์เพื่อเตรียมจะไปส่งพัสดุสำคัญชิ้นหนึ่งที่ตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยบนยอดดอย แต่กว่าจะหาไปรษณีย์หางดงเจอก็แทบหน้ามืด อย่างไรก็ตามประมาณเที่ยง ผมก็ไปถึงจุดนัดพบ นั่งรออยู่ไม่นานมาก็มากันครบ จัดรถกับคนใหม่และมุ่งหน้าขึ้นดอย (ก่อนหน้านั้นเราแวะวัดพระธาตุจอมทอง จะเล่าในวันหลังนะครับ) ในระหว่างที่รอ  น้องๆที่หิวโหยก็หาก๋วยเตี๋ยวข้างทางใส่ท้องกันอย่างระทมพอสมควร

 
น้ำตกวชิระธารเป็นที่แรกที่เราแวะกัน เนื่องจากน้ำยังมีอยู่มากจึงมีเสียงดังอื้ออึงและมีละอองน้ำฟุ้งกระจายอยู่ตรงจุดที่เค้าให้ยืนถ่ายรูปกัน เป็นภัยต่อกล้องมากครับ แต่การที่กล้องจะพังเป็นอันตรายต่อจิตใจน้อยกว่าการไม่ได้ถ่ายรูป เพราะกล้องมีหน้าที่นี้ ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็ไม่รู้จะขนไปทำไม แต่ถ่ายได้รูปนึงก็ต้องเช็ดเลนส์กันอุตลุด โปรดสังเกตกลุ่มละอองน้ำด้านซ้ายมือ น่ากลัวมาก  

 

ลั้ลลากันเต็มที่ครับ อีกสัปดาห์เดียวเปิดเทอม จะทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว สาวๆกลุ่มนี้เค้าจะมีวิธีการเล่นสนุกกับการถ่ายรูปได้เรื่อยๆ เช่นกระโดดไปถ่ายไป

 

 
เนื่องจากเรามีกล้องกันไปแทบทุกคน ผมจึงไม่ต้องทำงานหนักมากครับ นั่งรอคนเรียกใช้อย่างเดียว ไม่เรียกก็ถ่ายนกหนูหมูแมวไปเรื่อยๆ
^^ ผมรู้สึกดีที่คนสนุกกับการถ่ายภาพ จึงไม่ค่อยมีความเห็นอะไร ถึงแม้ว่าในบางเวลาก็มีความคิดแตกต่างออกไปว่า ถ่ายแบบนี้มันอาจจะไม่ Work ก็ได้นะ ^^

 

ขับรถเข้าไปในอุทยาน ประมาณกิโลเมตรที่ 30 จะถึงสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ เราเลี้ยวเข้าไปเพื่อไปที่พักแถวๆนั้น ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเลยจุดที่กางเต๊นท์ใต้ต้นสนไปเล็กน้อย วิวดีทีเดียว เห็นแปลงดอกไม้ของโครงการหลวงอยู่ในหุบเขาทั้งสองด้าน และเห็นน้ำตกสิริภูมิอยู่ไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงน้ำอย่างชัดเจน อากาศกำลังสบายๆ ถึงแม้ผมคาดหวังไว้ก่อนว่า น่าจะหนาวกกว่านี้ ให้ดูวิวครับ

 
โฉมหน้าเจ้าของพื้นที่ (นอกจากแมวลาย และแมวดำที่แถมให้เป็น complimentary) ผมลืมของ
2-3 อย่างไว้บนนั้น (ไม่ใช่หัวใจแน่นอน เพราะมันไม่อยู่แล้ว ^^) สงสัยจะต้องส่งนายคนนี้ไปตามเก็บคืน เห็นดูหัวไม้อย่างนี้ จริงๆแล้วเป็นคนอารีมาก

 

^^ หนทางยังอีกยาวไกล สู้ๆ

 
หลังคาแปลงปลูกไม้ตัดดอกและผักเมืองหนาวครับ ถ้านับทั้งหมดนี่น่าจะเป็นพันแปลง กระจายอยู่รอบเนินเขาที่เราอยู่ ในวันแรกไม่ได้มีโอกาสลองมุดเข้าไปดูในตอนกลางวันครับ แต่มองทะลุลงไปก็จะเห็นดอกไม้หลากสีแข่งกันออกดอกอยู่ข้างใต้

 

 
บนเขานี่มืดเร็วจริงๆ หลังจากทานอาหารเย็นที่ร้านของโครงการหลวงแล้วผมก็มานอนอ้อยอิ่งอยู่บนเนินแห่งหนึ่ง เพื่อดูพฤติกรรมของเมฆฝนกับต้นไม้บนเขาตอนพระอาทิตย์ตกดิน อากาศเริ่มเย็นและน้ำค้างลง คืนนี้น่าจะหัวเปียกกันทุกคน แต่จริงๆแล้วมีอะไรบางอย่างที่แย่กว่านั้น

 

 
ค่ำลงเราก็มาทำกิจกรรมกัน ในภาพกำลังปิ้ง
BBQ กันอย่างสนุกสนาน หลังจากผมทำหมูไหม้ไปหลายไม้ กลายเป็น super radicals ไม่มีใครกล้ากิน  เลย vote ตัวเองออกจากงานนี้ และหันไปปิ้งปลาทับทิบตัวโตๆแทน มีแมวมานอนผิงไฟให้ผมปิ้งปลาประชดด้วย  สมาชิกบางส่วนยังทยอยมาหลังจากพลบค่ำ ตอนนี้นับคร่าวๆได้ราว 15 คน ดังนั้นก็จะมีการแบ่งเป็น 2-3 กลุ่มทำกิจกรรมที่ตัวเองถนัด เช่น ผสมน้ำผลไม้ ^^ (บางคนเธอผสมน้ำผลไม้เก่งจริงๆ)  ดูดวง ^^ หรือดูรูปที่ใครก็ไม่รู้ถ่ายไว้ เล่นกีตาร์ บางคนจะต่อ KaraOK ซึ่งผมแอบแช่งให้ไม่สำเร็จ และในที่สุดก็ไม่สำเร็จ  ตกดึกก็มาจับเข่าคุยกันเกี่ยวกับปัญหาสังคมและปัญหาชีวิต ดึกมากก็ไปดูดวงกันต่อในบ้านพักของใครซักคน ปล่อยให้พวก die hard อีก 4-5 ชีวิตนั่งร่อแร่ (แปลว่าไหวหรือไม่ไหว ไม่มีใครไล่ ก็จะไปต่อ) อยู่ข้างนอก เป็นแบบนี้ทุกทัวร์ที่ผมไปมา ^^

 


โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนเงียบๆ พูดอะไรก็ไม่ทันเค้า ก็เลยฟังอย่างเดียว บางทีนั่งต่อไม่ไหว เพราะว่าแก่แล้ว ปวดหลังง่ายกว่าเด็กๆ ก็ออกมาเดินยืดเส้นข้างนอก  แสงจันทร์ผสมแสงไฟทำให้หุบเขาดูโรแมนติกมาก ภาพบนสุดที่เห็นก้อนเมฆมีสีส้มๆนั้นไม่รู้ว่าเกิดจาก แสงจันทร์หรือแสงไฟจากแปลงปลูกดอกไม้ข้างล่าง  เพื่อเร่งให้ต้นไม้โตเร็ว ในเวลากลางคืนเค้าก็จะเปิดไฟช่วยเร่งนะครับ  ดูแล้วคล้ายหนอนตัวสีส้มๆ สว่างไปทั้งหุบเขา

 

 
ในตอนจบจะพาเข้าไปดูในแปลงตอนมืดๆ ว่า ในนั้นเค้าทำอะไรกัน ตอนเข้าไปนี่ก็ย่องๆแบบแมวเลยครับ เพราะไม่รู้ว่าตอนกลางคืนเค้าจะต้อนรับเราหรือเปล่า รบกวนมาชมประมาณวันพฤหัสนะครับ 

หมายเหตุ : ตอนนี้อาจจะ personal ไปหน่อยนะครับ บางทีผมก็เขียน blog เพื่อจดบันทึกไว้ดูในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น ไม่ได้พาเที่ยวชมอะไร นอกจากนี้ในตอนแรกชื่อเรื่องเป็นชื่ออื่น เปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับตอนจบครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
การเดินทางของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 12.03 น.


มีคนเคยบอกว่าเมื่อเราออกเดินทางออกจากจุดๆเดิมที่เราเคยอยู่ แล้วค่อยหันกลับไปมองมัน...จะทำให้เราเห็นอะไรที่เมื่อเราอยู่ตรงจุดเดิมนั้นเราไม่เคยมองเห็นมันมาก่อน
ความคิดเห็นที่ 3
เด็กดอย วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/eapoe
 "ข้าวทุกเม็ดที่เรากิน ไม่รู้เม็ดไหนทำให้เราโต"  www.meukakeecotour.com 

ทุกอย่างสวยไปหมด แต่พลาสติคสีขาวอะดิ สวยแต่รูป ทำไงถึงจะไม่ให้มีได้นะ??
ความคิดเห็นที่ 2
rabbitzilla วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chaingmai

ขอบคุณครับ คราวหน้าจะลองเลยไปดู
ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

เลยโครงการหลวงดอยอินท์ไปหน่อย จะเป็นแม่จอนหลวง
น่าไปเที่ยวชมมากครับสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหนาวและพืชผักผลไม้เมืองหนาว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31