พิมพ์หน้านี้
|
วันที่สาม วันนี้เป็นวันลอยกระทงของคนไทยทั้งประเทศ เชียงใหม่อาจเป็นที่หมายสำคัญของนักท่องเที่ยวในเทศกาลนี้ แต่ดูเหมือนความสำคัญยังเป็นรองสุโขทัย เพราะขาด Originality เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่รับรู้ว่า ลอยกระทงนั้นมีต้นกำเนิดจากสุโขทัย (ลองจินตนาการถึงกลยุทธ์ของชาเขียวยี่ห้อหนึ่งที่พยายามสร้าง Originality ว่ามาจากญี่ปุ่น) แต่ไม่ใช่ว่าลอยกระทงของเชียงใหม่นั้นจะ fake หรือเป็นของเลียนแบบ จริงๆเชียงใหม่แล้วไม่มีวันลอยกระทงนะครับ มีแต่ยี่เป็งซึ่งบังเอิญวันดันตรงกัน และกิจกรรมที่ทำเหมือนคนไทยภาคอื่นๆ ^^ ภาพบนสุดติดพันจากเมื่อซืนครับ หา crop สวยๆไม่ทัน เพราะขบวนแห่เมื่อวานเริ่มเร็ววันนี้เลยแก้ตัวใหม่ อาจจะดูคล้ายๆกับภาพปี 2550 ที่ต่างกันคือ ปีนี้มีโคมสีฟ้านะครับ ส่วนภาพข้างล่างนี้ก็เป็นโคมที่แห่ในขบวนในวันที่สอง เค้าเอากลับมาตั้งที่ลาน คงจะชนะเลิศแล้วมั้ง สวยออกขนาดนี้ บริเวณลานประตูท่าแพ เค้าก็มีการจำลองวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่ในอดีตมาให้ดูกัน น้องที่กำลังพัดอะไรอยู่นั่นคือกำลังทำกับข้าวนะครับ ทำจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอได้ภาพรางๆว่า ครัวของคนเมืองในอดีตเค้าเป็นอย่างนี้ ส่วนน้องคนถัดไปน่าจะกำลังทำร่มอยู่หรือไม่ก็สานกระบุงตะกร้า นอกจากนี้ที่ลานยังมีการแสดงดนตรีพื้นเมืองโดยคนเฒ่าคนแก่ครับ
ปีนี้การแห่กระทงเล็กเริ่มค่อนข้างช้า คนดูก็ไม่ค่อยมาก จำนวนคนแห่ก็ไม่ค่อยมาก หนูน้อยยี่เป็งที่ผมจะมาถ่ายภาพก็ไม่เห็น สงสัยผู้จัดเค้าจะเปลี่ยนเป็นวันสุดท้ายแทน ดังนั้นผมก็จะรอดูขบวนซักสองชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นจะเดินไปที่สะพานนวรัฐ ซึ่งคืนนี้คงจะชุลมุนและดุเดือนเหมือนเช่นทุกปี เจอคนรำสวยอีกคนแล้ว ^^ เป็นน้องที่นำขบวนมา คงจะสวยที่สุดในคืนนี้แล้ว ปีก่อนก็เจอนั่งอยู่เฉยๆ แสดงว่ามีการพัฒนาฝีมือมากขึ้น
สาวเหนือขณะกำลังแต่งตัว อยากจะบอกว่า ผู้หญิงที่กำลังแต่งตัวนี่น่าดูมาก ไม่ใช่ว่าจะโป๊หรือมีอะไรหลุดนะครับ แต่มีเสน่ห์บอกไม่ถูก ไม่รู้ผมเป็นอยู่คนเดียวหรือเปล่า ^^
หนูน้อยในชุดแดง และกระทงใบตองสีเขียว คืนนี้ผมเห็นเด็กๆไม่กี่คนเท่านั้น ไม่เหมือนปีก่อนๆ
เหมือนวานผมบอกว่า โคมลอยน้ำไม่ได้ กระทงลอยได้สงสัยต้องกลับคำให้การเสียใหม่ บางทีทำออกมาใกล้เคียงกันมาก แต่โคมมีจุดประสงค์หลักคือให้แสงสว่างนะครับ ส่วนกระทงเป็นที่ใส่ของ คำว่ากระทงเล็กของคนเชียงใหม่ จริงๆแล้วก็ไม่เล็ก ส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ด้วยวิธีแบกหามนะครับ ต่างจากกระทงใหญ่ในวันสุดท้ายที่จะต้องใช้รถลาก หรือแต่งรถทั้งคัน กระทงเล็กส่วนมากก็หามกันสี่คนน่าจะพอ เห็นมีของน้องที่รำนั่น ใช้คนร่วม 20
ให้ดูสาวเหนืออีกแล้ว แต่ก็ต้องบอกเหมือนเดิมว่าอย่าคิดมาก และอะไรๆอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
โรตีขายดีทุกรถเข็น ปีหน้าอาจจะลองมาหารายได้พิเศษดูบ้าง ตอนนี้เค้าไม่จำกัดเชื้อชาติคนขายแล้วครับ ^^ ถ้าเป็นฝรั่งมาขายน่าจะเอาเรื่อง เพราะคนชอบของแปลก
ตัดฉับมาที่สะพานนวรัฐ epicenter หรือ ground-zero ของกิจกรรม คนเยอะมากสำหรับคนที่ไม่เคยมานะครับ แต่น้อยเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ที่นี่คนก็จะมารวมตัวกันเพื่อลอยกระทง ปล่อยโคมลอย เล่นพลุดอกไม้ไฟประทัด หรือไม่ก็แค่มาดูอย่างผม แต่ต้องขอแนะนำว่า ถ้าไม่อยากดูจริงๆอย่ามาเลยครับ โดยเฉพาะช่วงกลางสะพานเดินไปมีประทัดโยนใส่ขา พลุวิ่งเฉียดหูไปอย่างน่าหวาดเสียว หรือโคมจากนักปล่อยมือใหม่ที่ไปไม่รอด หล่นตุ๊บหลงกลางฝูงชน ถึงไม่โดนสิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะปวดหูกับบรรดาสรรพเสียงรอบด้าน ในบางปีมีคนเสียชีวิตเพราะมีคนโยนประทัดยักษ์ใส่ด้วย สังเกตดูบนสะพานก็จะมีแต่วัยรุ่น และฝรั่ง เห็นฝรั่งบางคนเอาพลุดอกใหญ่มาจุด แล้วก็นอนหงายดูกลางสะพานเลย (มีรูปแต่ไม่ให้ดู) ผมจึงคิดได้ทันทีเลยว่า การดูพลุนี่ถ้านอนดูได้ น่าจะสวยที่สุดแล้ว แต่นอนกลางสะพานที่อยู่ในดงประทัดนี่ก็ยังไงอยู่
ภาพหลังๆจะขัดกับช่วงแรกๆ มาก ก็จะให้ดูเท่าที่จำเป็นนะครับ มีบางอย่างไม่น่าดู เนื่องจากผมไม่ใช่ผู้เสพข่าวร้ายก็จะไม่ให้ดูครับ
ขออำลาด้วยภาพที่คนเชียงใหม่เองก็ไม่น่าจะจำได้ เป็นถนนท่าแพตอนไม่ค่อยมีรถ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Vincent Van Gogh ในภาพ The Terrace และ Starry Night รวมกัน ^^ ผิดกันก็แต่ตามทางเดินไม่มีโต๊ะให้จิบกาแฟ และบนฟ้าก็ไม่เห็นมีดาว จะมีก็แต่แสงโคมนับร้อยที่มุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือ ดังนั้นคืนนี้ ถ้าผมจะลอยโคมให้ใครซักคนก็คงจะไม่ถึงแน่นอนเพราะไปคนละทางนะครับ
To be continued พรุ่งนี้เป็นการแห่กระทงใหญ่ คืนสุดท้ายทางเทศกาลอันเป็นที่รักของผม อาจจะมา update ในวันเสาร์นะครับ ท่าทางจะเลิกดึก
|
| << | พฤศจิกายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||