| พรุชิง | ||
พรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ตอนผมเป็นเด็กๆ พ่อแม่เคยถามผมว่า ผมอยากเป็นอะไร ผมก็ตอบไปเรื่อยตามประสาเด็ก ว่าอยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร พอโตมาชั้นม.2ม.3 ก็มีครูแนะแนว ครูเค้าก็ถามผมอีก โตขึ้นอยากเป็นอะไร? ในใจผมอยากจะตอบ อยากเป็น จูเร้นเจอร์ เป็นซุปเปอร์แมน เป็นโงกุน แต่เอาเข้าในความเป็นจริง ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผมอยากเป็นอะไร? ผมแน่ใจว่าตั้งแต่เด็กมาจนถึงม.3 ผมถูกสอนว่าคำตอบที่ถูกต้องมันต้องมีแค่ หนึ่งเดียวเท่านั้น!! พอเข้ามาม.4 ผมอยู่สายวิทย์ ทั้งคณิตศาสตร์ ทั้งฟิสิก หรือแม้แต่ชีวะ ผมไม่เข้าใจ ที่ครูสอนแม้แต่น้อย ในคณิตศาสตร์ ยิ่งวิชาเกี่ยวกับ ยูเนี่ยน หรือ อินเตอร์เสก ซึ่งจะได้คำตอบมากกว่าหนึ่ง มันทำให้ผมงงเป็นไก่ตาแตก โดยสรุปผมจบม.ปลายมาได้ด้วยผลการเรียนที่กระท่อนกระแท่น พอจบ พ่อแม่ผมก็ถามผมอีก อยากเรียนที่ไหนหรือลูก? ถามใจผมจริงๆ ผมตอบได้เลยว่า ผมไม่รู้คับ สุดท้ายผมก็เรียนตามใจพ่อ ก็คือไปเรียนที่คณะประมง ม.เกษตรนี่เอง พอเข้ามาเรียนมหาลัย วิชาที่สอน ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นท่องจำ ซึ่งมันไม่ยากอะไรถ้าจะขยันอ่าน ขยันจำและก็ไปสอบ ผมจบมาด้วยสองกว่าๆโดยไม่ยากอะไร ต่อโทได้ด้วยบุญบารมีของอาจารย์ที่รักและเอนดูผม มาถึงตอนนี้ผมต้องทำวิจัยส่ง มันมีสองทางให้เลือก 1. แผนงานวิจัยสุดหรูที่มีแบบแผนเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนถึงจบ แต่ผมไม่ได้ชอบเลย กับ 2. แผนงานวิจัยสุดอลังการงานสร้างที่ผมมองแล้วว่า ถ้าทำไปมันต้องมีปัญหาตามมาเยอะมากแน่ๆ และมันยากสุดๆ แต่ผมชอบมากๆ ให้เลือกระหว่าง ทำให้มันเสร็จๆจะได้จบๆ กับได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เสร็จไม่เสร็จก็ช่างแม่ง!! ตอนแรก ความพะวงในเรื่องต่างๆเช่น เพื่อนจบกันหมดแล้ว ทำไมตรูยังไม่จบฟระ คนอื่นเค้าทำไปต้องเยอะแล้ว ของตรูยังไม่ได้เริ่มทำ หรือปัจจัยอะไรต่างๆอีกมากมาย ทำให้ผมสับสน แต่มาตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมควรจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่า ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าท้าทาย และอยากที่จะทดสอบความสามารถตัวเอง อะไรทำให้ผม "รู้" ผ่านมาจาก ม.3 ถึงตอนนี้ ป.โทปีสอง เป็นว่าเกือบ 10 ปี บางครั้งการที่เราซักคนจะ"รู้"อะไรบางอย่าง มันก็ต้องใช้เวลานะคับ เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า จะต้องเป็นสุดยอดเท่านั้น ถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่ามันเหมือนกับร้านอาหารละกัน ร้านแรกทำอาหารอร่อยมาก แต่บริการไม่ดีเลย ไม่เอาใจใส่ลูกค้า ที่นั่นร้านคับแคบ สกปรก กับร้านที่สอง ทำอาหารอร่อยสู้ร้านแรกไม่ได้หรอก แต่ บริการดีเยี่ยม เอาใจใส่ลูกค้าสุดยอด ที่นั่งร้าน กว้างขวาง สะอาด ท่านคิดว่า ร้านไหนที่น่าจะขายดีละคับ? บางครั้งการเป็นสุดยอดอะไรอย่างหนึ่ง ใช่ว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จเสมอไป การที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ มันต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างเข้าประกอบกัน แต่คุณก็ต้องมี"แก่น"ที่เป็นศูนย์รวมของปัจจัยหลายๆอย่างนั้น แก่นที่ว่าก็คือ "ความสามารถในวิชาชีพของคุณนี่เอง" หากแก่นของคุณมันสุดยอด มันเจ๋งเป้ง ก็เหมือนกับรถที่มันมีเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม ทำให้ไปถึงเส้นชัยได้ไม่ยาก (ขอย้ำว่า การจะไปถึงเส้นชัยมันก็ต้องอาศัย ปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างอีก เพียงแต่การมีเครื่องยนต์ที่ดีจะทำให้คุณได้เปรียบคนอื่นเท่านั้นเอง) คุณบัญฑิต ที่เป็นคอนดักเตอร์ระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การที่เราจะไปเป็นสุดยอดได้ เราต้องมี 3ข้อนี้ คือ 1. ต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ (รักจริงๆนะคับ เอาแบบว่าขอให้ได้ทำเถอะ ไม่ได้เงินเดือนกรูก็เอา) 2. ต้องรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง (ฟังดูง่ายนะ แต่ความจริงแล้วยากมากๆ การจะรู้ข้อสองให้ได้นี่มันต้องให้เวลากับตัวเองมากๆเลยนะคับ) 3. ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น (พูดง่ายๆก็คือ คนอื่นเค้าก็ได้ประโยชน์จากความสามารถของเรา) และทีสำคัญ อันนี้ผมขอเสริม จากป๋าแจ๊คนะคับ ความสำเร็จเกิดจากผลึกของความล้มเหลว แต่ด้วยปัจจุบัน ด้วยเหตุหลายๆอย่าง ด้วยพื้นฐานที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางบ้านแตกต่างกัน ทำให้"โอกาส"ที่ทุกคนต้องการ มันอาจจะมีเพียงบางคนเท่านั้นที่ได้"มัน"ไป ผมเชื่อคับว่าทุกคนก็อยากทำสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองชอบ แต่มีน้อยคนคับที่จะได้ทำดังเช่นใจหวัง ที่ผมพูดมาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกว่า ถ้าวันหนึ่ง"โอกาส"นั้นได้มาถึง ผมอยากให้คุณ"ไม่พลาด"มันไปคับ อยากให้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา คืออะไร? สำหรับผมตอนนี้ได้มีโอกาสได้ทำสิ่งที่รัก ถึงแม้ว่ามันจะยากและมีปัญหามากแค่ไหนผมก็ไม่สน ขอเพียงให้ได้ทำก็พอ ซึ่งผมคิดว่าผมโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเช่นนี้ และอีกอย่าง ผมรู้ว่าคำตอบ มันไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวเสมอไปหรอกคับ กับบางเรื่องบางอย่าง มันอาจมีหลายคำตอบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกคำตอบไหน เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเราตางหาก ความจริงที่ผมเขียนมานี่ ผมอยากพูดว่า การศึกษาเมืองไทย หากยังสอนให้เอาแต่ท่องจำต่อไป มันก็เหมือนเป็นภัยทำร้ายตัวเอง สิ่งสำคัญที่ผมเห็นว่า จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จความอยู่รอดได้ คือ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดที่ยืดหยุ่น ไม่อยู่ในกรอบ ความเข้าใจในสถาณการและปัญหาตอนนั้น ความกล้าที่จะท้าท้ายต่อปัญหาที่คนอื่นๆเค้าเลี่ยง ถามจริง มันมีซักหลักสูตรมั้ยที่สอนเรื่องแบบนี้ในกระทรวงศึกษา ผมอยากรู้จริงๆ มีคนเค้ากล่าวว่า ถ้าไม่จำ เราจะไม่เข้าใจ อันนี้ผมไม่เถียงนะ ว่าการที่เราจะเข้าใจอะไรซักอย่าง ข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ การจำข้อมูลที่สำคัญได้จะทำให้เรา "รู้" ว่า มันเป็นอย่างไร และเราก็จะ"เข้าใจ"มันได้ แต่ผมสนใจการทำให้"รู้" เพื่อ"เข้าใจ"มากกว่าการ"จำ" อยากจะให้คุณครูสมัยนี้ทุกคน สอนอะไรนักเรียนที่มากกว่า "การท่องจำ" เพราะความเข้าใจจะทำให้เรามองอะไรได้หลากหลายกว่าการท่องจำคับ เหมือนคำกล่าวที่ว่า คนไม่เข้าใจมองเห็นปัญหาทุกทางออก แต่คนเข้าใจมองเห็นทางออกทุกปัญหา (ฟังดูคุ้นๆนะเนี่ย) ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนจบนะคับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักนะคับ สวัสดี ขอขอบคุณเพลง จาก ท่านอาจารย์ดนู อันตระกูล คับ |