ข่าวหุ้นน่าสนใจ วันนี้
รวมรวมข่าวหุ้น จากหนังสือพิมพ์ ต่างๆ ประจำวัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/setnews
วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2550
ความเข้าใจผิด 5 ประการ เกี่ยวกับตลาดทุนไทย (ตลาดหุ้น)
Posted by คนชอบติดตามข่าวหุ้นวันนี้ , ผู้อ่าน : 246 , 13:59:46 น.  
พิมพ์หน้านี้


ความเข้าใจผิด 5 ประการเกี่ยวกับตลาดทุนไทย
Posted on Wednesday, April 18, 2007
ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานวิจัยและบริการข้อมูลสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ในสังคมยังคงมีความเข้าใจที่ผิดและมีความรู้สึกในด้านลบต่อตลาดทุนไทยอยู่มาก โดยจะเห็นได้จาก เมื่อครั้งที่มีการประกาศใช้มาตรการกันสำรอง 30% เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 49 เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก จนเป็นเหตุให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ลดลงกว่า 108 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ลดลงกว่า 8 แสนล้านบาท แต่ยังมีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อนักลงทุนและการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งที่จริงแล้วก็ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างจากผู้ส่งออกเช่นกัน

ฝ่ายวิจัยและบริการข้อมูลสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงได้มีการศึกษาถึงเรื่องนี้ โดยสามารถสรุปออกมาเป็นประเด็นของความเข้าใจผิดที่สำคัญ 5 ประการที่มีต่อตลาดทุนไทย พร้อมกับเปิดเผยข้อเท็จจริงที่คัดค้านกับความเข้าใจผิดดังกล่าว ได้แก่

ความเข้าใจผิดที่ 1 “ตลาดทุนเป็นแค่แหล่งเงินทุนทางเลือกเฉพาะกลุ่มบุคคล ไม่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจจริง (Real Sector) อย่างระบบธนาคารพาณิชย์”

ข้อเท็จจริง: น้อยคนนักจะทราบว่า ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญของภาคธุรกิจมากกว่าการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเอกชนระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านล้านบาท มากกว่าสินเชื่อสุทธิที่ปล่อยกู้เพิ่มขึ้นจากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 9 แสนล้านบาท หรือมากกว่าประมาณ 1.8 เท่า โดยเฉพาะในหลังช่วงวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ที่สถาบันการเงินของไทยประสบปัญหาทำให้เอกชนมาระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น รวมไปถึงธนาคารพาณิชย์เองที่ต้องพึ่งแหล่งทุนในประเทศแทนการหาพันธมิตรจากต่างชาติ จนทำให้ธนาคารพาณิชย์ของไทยไม่กลายเป็นของต่างชาติไป


และหากรวมตลอดกว่า 30 ปีที่ตลาดหลักทรัพย์ก่อตั้งมา มีบริษัทเอกชนระดมทุนไปแล้วทั้งสิ้น 2.45 ล้านล้านบาท และหากนับรวม Market Capitalization กับยอดตราสารหนี้คงค้างจะพบว่า มีขนาดรวมกันเป็น 1.6 เท่าของยอดเงินสินเชื่อคงค้างจากระบบธนาคารพาณิชย์ เหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดทุนเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ไม่แพ้ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ

ความเข้าใจผิดที่ 2 “คนที่มีส่วนได้เสียกับตลาดทุนเป็นแค่คนกลุ่มน้อย มีแต่พวกเศรษฐี คนรวย”

ข้อเท็จจริง: แม้ปัจจุบันจะมีผู้เปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ เพียงประมาณ 4 แสนบัญชี แต่ผู้ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น แต่ยังมีชนชั้นกลาง หรือผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทุนผ่านทางกองทุนรวม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนประกันสังคมกว่า 12.7 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 18,000 บาท/คน/เดือน

รวมไปถึงผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตก็เป็นผู้ลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อมเช่นกัน เพราะบริษัทประกันชีวิตส่วนหนึ่งนำเงินประกันไปลงทุนในตลาดทุนในระยะยาวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น จากการขยายการลงทุนของบริษัทที่สามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนอีกด้วย

ผู้ที่มีส่วนได้เสียกับตลาดทุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในวงแคบ และเป็นผู้มีรายได้ดีเท่านั้น



ความเข้าใจผิดที่ 3 “ตลาดหุ้นก็คือบ่อนการพนันดีดีนี่เอง มีไว้เพื่อเก็งกำไร”

ข้อเท็จจริง: คนส่วนใหญ่มักนิยมที่จะบริโภคข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี ทำให้ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน มักมีข่าวในแง่ลบมากกว่าแง่บวก เช่น ข่าวการปั่นหุ้น และทำให้ผู้ที่ไม่มีความเข้าใจตลาดทุนดีพอเกิดทัศนคติในด้านลบขึ้นได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว จำนวนหุ้นที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีการปั่นหรือทำราคานั้น มีเพียง 5.5% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็น 1.5% ของ Market Capitalization ในปี 2549 เท่านั้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ต่างก็พยายามอย่างยิ่งที่จะให้การลงทุนเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ



ความเข้าใจผิดที่ 4 “หุ้นตก เป็นแค่ตัวเลข เดี๋ยวก็ขึ้น ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก”

ข้อเท็จจริง : ราคาหุ้นที่ลดลงก็ไม่ต่างอะไรกับความมั่งคั่ง (Wealth) ที่หายไปจริง เหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น บ้าน เงินฝากธนาคาร ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเหมือนกัน เช่น หากราคาบ้านตกลง ผู้ที่ยังอยู่อาศัยไม่รู้สึกกระทบ แต่จริง ๆ แล้วราคาบ้านที่ลดลง หมายถึงความมั่งคั่ง (Wealth) ลดลง ใช้ค้ำประกันเงินกู้ยากขึ้น ถ้าจะขายก็ได้ราคาต่ำ อีกทั้งการลงทุนในธุรกิจที่อยู่อาศัยไม่ขยายตัว การจ้างงานไม่เพิ่มขึ้น แรงงานขาดรายได้ก็บริโภคลดลง ส่งผลเป็นลูกโซ่ ทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงในที่สุด

นอกจากนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลง จะส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุน รวมถึงกองทุนเพื่อการเกษียณอายุต่าง ๆ ซึ่งกระทบต่อเงินออมหลังเกษียณของสมาชิกกองทุน เพราะยังต้องอาศัยผลตอบแทนจากหุ้นที่ให้ผลตอบแทนปีละ 12% ในขณะที่เงินฝากธนาคารให้ผลตอบแทนประมาณ 7% ต่อปี แม้ส่วนต่างจะดูไม่มาก แต่หากคิดเป็นผลตอบแทนรวมสะสมตั้งแต่ปี 2518 – 2548 หุ้นให้ผลตอบแทนรวมกว่า 2,900% ในขณะที่เงินฝากธนาคารให้ผลตอบแทนเพียง 795% เท่านั้น

ความเข้าใจผิดที่ 5 “ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีไว้เลี่ยงภาระภาษี”

ข้อเท็จจริง: แม้การยกเว้น Capital Gain Tax จากการซื้อขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้มองว่า รัฐบาลสูญเสียรายได้ แต่หลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง และไต้หวัน ก็มีการยกเว้น Capital Gain Tax เช่นกัน

ตลาดหุ้นส่งเสริมรายได้ให้ภาครัฐในหลายช่องทาง เช่น ส่งเสริมให้บริษัทมีความโปร่งใสทางการเงิน ตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยลดการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทจดทะเบียนมีสัดส่วนถึง 29% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งหมด

ตลาดทุนช่วยลดภาระต่อผู้เสียภาษี เพราะผู้ถือหุ้นหรือผู้ที่ลงทุนพันธบัตรจะรับภาระโดยตรง หากบริษัทที่ระดมทุนผ่านตลาดทุนประสบปัญหาการดำเนินงาน แต่ถ้าบริษัทกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์แล้วมีปัญหาในระบบธนาคารพาณิชย์ รัฐบาลจะต้องเข้าช่วยเหลือธนาคารและผู้ฝากเงิน ดังวิกฤติทางการเงินที่ผ่านมา ที่รัฐบาลต้องรับภาระช่วยเหลือระบบสถาบันการเงินเป็นยอดรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันตลาดทุนโดยรวมก็สร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐในปี 2548 อย่างน้อย 9.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเกือบ 8% ของงบประมาณรายจ่ายในปีเดียวกัน

*** เรียบเรียงจากบทความ “ความเข้าใจผิด 5 ประการเกี่ยวกับตลาดทุนไทย” โดยดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ และวิธาน เจริญผล สายงานวิจัยและบริการข้อมูลสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเสนอแนะก่อนที่จะมีการนำเสนอสรุปผลการศึกษาออกมาเป็นรายงานที่ชัดเจนอีกครั้ง

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
สายลม...มหาสมุทร...(^_^) วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 00.09 น.
http://www.oknation.net/blog/yuttipong
"คนเราเลือกเกิดไม่ได้...แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้"___(^.^)//

ลองฝึกเล่นหุ้นกับที่นี้ก่อนนะครับ ก่อนลงปฏิบัติจริง http://stockgame.pantip.com/welcome.php

ความคิดเห็นที่ 3
มะอึก วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 16.21 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom


ผมเป็นคนไม่ค่อยจะมีความรู้เรื่องหุ้น
คงต้องติดตามเรื่องราวได้บางประการ

เคยฟังเจ้านายเขาว่า
อยากจนให้เล่นหวย...อยากรวยให้เล่นหุ้น
ผมคงจะไม่จนและไม่รวย
เพราะไม่เล่นทั้งหวยและหุ้น
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 14.58 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

บทความนี้ ชอบค่ะ...
เคยมีโอกาสได้ฟังเล๊กเชอร์ของ ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
sertamt วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 14.16 น.
http://www.oknation.net/blog/sertamt

ก็ต้องทำใจนะขอรับ.
การจะเปลี่ยนอะไรสักอย่างต้องใช้เวลา+ฯลฯ
ยิ่งเปลี่ยนความคิดคนเนี้ยไม่ต้องพูดถึงเลย
แต่อย่างไรก็ตาม...ขอเป็นกำลังใจให้ในเรื่องนี้นะขอรับ.

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30