• Unhit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 206
  • จำนวนผู้ชม : 64056
  • จำนวนผู้โหวต : 136
  • ส่ง msg :
SG Alumni
When the Saints go Marchin' In
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sgalumni
วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2551
เสริม สาครราษฏร์ และกฤตพน ทัพพะรังสี บนทางเดินที่แตกต่าง
Posted by Unhit , ผู้อ่าน : 614 , 00:12:30 น.   | หมวดหมู่ : SG Environment  
พิมพ์หน้านี้


นั่งดูบอลอยู่เพลินๆ ไก่รุ่น 71 ก็เอาลิงค์บทสัมภาษณ์ของรุ่นน้องเซนต์ฯคนหนึ่งที่ลงในนิตยสารไฮคลาสเล่มที่ 238 ซึ่งมีคนเอาไปโพสท์ต่อในบอร์ดของ สยามนาฬิกา แล้ว ผมก็อยากเอามาลงต่อ ไม่ใช่เพราะแง่มุมที่น่าสนใจ จากบทสัมภาษณ์เพียงเท่านั้น แต่เป็นเพราะในนิตยสารเล่มเดียวกันนั้น มีบทสัมภาษณ์ของศิษย์เก่าเซนต์ฯสองคน และห่างกันแค่รุ่นเดียว แต่เป็นในแง่มุมที่แตกต่างกันชนิดฟ้ากับดินเลยทีเดียว

คนแรกคือ เสริม สาครราษฏร์ (รุ่น 72) และสองคือ กฤตพน ทัพพะรังสี (รุ่น 71)

ชำแหละหัวใจ...เสริม สาครราษฎร์

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2541 หากเรายังจำเรื่องราวของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะแพทย์
ศาสตร์ วชิระพยาบาล ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาว
นักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยมหิดลได้ก็คงจะทราบว่าเหตุการณ์
ครั้งนั้นเป็นคดีสะเทือนขวัญเขย่าวงการเสื้อกาวน์เป็นอย่างยิ่ง และหลังจาก
เหตุการณ์ครั้งนั้นได้นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ในชีวิตของคนสองคน คนหนึ่ง
คือ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แจ้ง
เกิดอย่างเป็นทางการจากคดีดังกล่าว และอีกหนึ่งคือ เสริม สาครราษฎร์ ตัวการ
ที่ลงมือชำแหละแฟนสาวทิ้งชักโครก ซึ่งวันนี้อิสรภาพของเขาได้สิ้นสุดลง แต่เราไม่
รู้เลยว่าเบื้องหลังกำแพงสูงของเรือนจำบางขวางนั้น เขามีชีวิตอยู่อย่างไร
HI-CLASS พาคุณเดินผ่านประตูคุกเพื่อเปิดเปลือยเรื่องราวของนักโทษเด็ดขาด
อย่าง เสริม สาครราษฎร์ เข้าไปนั่งรับรู้ตัวตนที่แม้จริง เข้าไปฟังวินาทีสังหาร
ชนิดคำต่อคำ และสัมผัสความรู้สึกหลังความผิดบาปที่ได้ก่อขึ้น

ไฮ-คลาส ครอบครัวเสริม สาครราษฎร์ ตั้งแต่เด็กมาก็เป็นเหมือนคนอื่นทั่วไป พ่อแม่ก็อยู่ด้วยกันครอบครัวก็สมบูรณ์คุณพ่อก็ไม่
ได้มีภรรยาน้อยอะไรมีอาชีพค้าขาย มีพี่น้องสองคนผมเป็นคนโตแล้วก็มีน้องสาวอีก
คนหนึ่ง สมัยประถมผมเรียนที่โรงเรียนศรีราชา เป็นโรงเรียนคริสต์ที่มีแต่ผู้ชาย
ล้วน เรียนอยู่ที่ชลบุรีจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็เข้ามาที่กรุงเทพฯเป็นโรงเรียน
คริสต์อีกเช่นกัน

ไฮ-คลาส ทำไมถึงตัดสินใจเรียนวิศวะ

ตอนนั้นเป็นคนที่สนใจเรื่องเหล่านี้เป็นคนชอบคอมพิวเตอร์ เลยตัดสินใจเรียน
วิศวคอมพิวเตอร์

ไฮ-คลาส แสดงว่าสมัยมัธยมเป็นเด็กเรียนเก่งพอสมควร

ตอนมัธยมต้นก็เรียนดีพอสมควร ผมสอบเทียบตั้งแต่มัธยม 4 ช่วงม.ปลายคะแนน
อาจจะตกลงไปบ้างเพราะต้องทุ่มเวลาอ่านหนั งสือเพื่อเตรียมสอบเอ็นทราน พอ
สอบจริงก็ติดคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยทางภาคใต้แต่ก็ไม่เอา เราตั้งเป้าแล้ว
ว่าเราจะเข้าวิศวจุฬา เลยตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนักแล้วก็สอบเข้าได้

ไฮ-คลาส ได้ยินมาว่าคุณพ่อเป็นคนที่ดุมากใช่หรือเปล่า

ก็เป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบมากกว่า ไม่ค่อยถูกตามใจเรียกว่าไม่เคยตามใจเลย
ดีกว่า เขาเลี้ยงลูกให้อยู่ในกรอบ คงเป็นเพราะเขามองอะไรแบบผู้ใหญ่ ผมเลย
ได้เรื่องความระเบียบอะไรอย่างนี้มาจากคุณพ่อมาก แต่โดยส่วนตัวไม่ใช่คนที่มีนิสัย
ดุอะไรอย่างที่เข้าใจนะ เป็นคนเงียบๆ และเก็บอารมณ์ได้มากกว่า

ไฮ-คลาส ระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ คุณเสริม สนิทหรือรักใครมากกว่ากัน

ถ้าถามตอนนี้ก็ต้องบอกว่ารักแม่มากกว่าเพราะคุณพ่อเสียแล้ว แต่ถามว่าทั้งคู่รักใคร
มากกว่ากันนั้นมันตอบลำบาก เพราะเราไม่ได้อยู่กับครอบครัวตลอด เรามาอยู่
โรงเรียนประจำมากกว่าพอจบจากโรงเรียนประจำเราก็มาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ยังเด็ก พอมหาวิทยาลัยก็อยู่กรุงเทพฯเลยไม่ค่อยสนิทกับครอบครัวมากเท่าที่ควรเลย
ไม่รู้ว่ารักหรือสนิทกับพ่อหรือแม่คนไหนมากกว่ากัน

ไฮ-คลาส คุณพ่อมีส่วนตัดสินใจบ้างหรือเปล่าเพราะได้ยินข่าวว่าพ่ออยากให้คุณ
เสริมเป็นหมอ

ข่าวก็เป็นข่าวลงกันเรื่อย ความจริงคุณพ่อไม่ได้อยากให้เราเรียนหมอมาตั้งแต่ช่วง
แรกอยู่แล้ว การตัดสินใจเรียนวิศวก็เป็นการตัดสินใจของผมเอง เราตั้งเป้าว่าจะ
เรียนทางนี้ แต่พอเรียนจริงมันยากพอสมควร เราต้องเรียนหนัก ความจริงแล้ว
เราก็ไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่งอะไรมากมาย เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 2 กว่ายังไม่ถึง 2.5
เลยด้วย ซ้ำ ข่าวเอาไปเขียนว่าเรียนเก่งเป็นเด็กอัจฉริยะ ความจริงไม่ได้เป็น
อย่างนั้นเลย แต่เราก็เรียนมาจนจบวิศว เราเข้าเรียนปี 2535 มาจบเอาปี
2539 ก็ 4 ปีพอดีช่วงที่เราเรียนอยู่ปี 4 เป็นปีที่คุณพ่อเสียชีวิตพอดี

ไฮ-คลาส มารู้จักกับ 'เจนจิรา' ได้อย่างไร

ความจริงก่อนที่เราจะมารู ้จักกับ 'เจนจิรา' ผมเคยมีแฟนมาก่อนแล้วคนหนึ่งแต่
พอตอนหลังเขาขอเลิกไปเพราะเรียนหนัก ก็แยกกันด้วยดี จากนั้นเราก็มารู้จักกับ
'เจนจิรา' ประมาณปี 3 เข้าปี 4 ก็รู้จักด้วยการเป็นเพื่อนกันก่อนตอนนั้นยังไม่ได้
เป็นแฟนกัน เขาเรียนมหิดลเราเรียนจุฬาฯแต่ไปเจอกันในโบถส์เพราะเขาก็นับถือ
ศาสนาคริสต์เหมือนกัน คือไปเจอกันก็เลยมีโอกาสพูดคุยกัน เขาเป็นคนเรียบร้อย
ส่วนผมเป็นคนเรียบๆเฉยไม่ค่อยคบหากับใครมากนักชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวจึงไม่
ค่อยมีเพื่อนอะไรเท่าไหร่

ไฮ-คลาส ทำไมมีนิสัยเก็บตัวอยู่คนเดียว

ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อใจใครง่ายๆโดยเฉพาะผู้ชาย ถึงแม้เราจะเคยเรียน
โรงเรียนที่มีแต่ผู้ชายล้วนๆ ก็ตาม เพราะเราเจอแต่ความไม่จริงใจเจอความเห็น
แก่ตัวมาเยอะ เราอาจจะมองว่าเพื่อนเป็นสิ่งที่ดีคอยช่วยเหลือกันแต่ความเป็นจริง
ที่เราเจอมันต่างกัน มีแต่การใส่หน้ากากเข้าหากันตลอด ต้องอยู่ในสังคมที่ใช้ความ
หรูหรามาวัดกัน อวดมั่งอวดมีอวดรวย ชอบงานรื่นเริง เป็นสังคมที่พยายามแสดง
ตัวเองออกมาว่าเป็นคนระดับสูง ไม่ได้คบกันด้วย ความจริงใจ เราเลยไม่ค่อย
เชื่อใจใคร เมื่อมาอยู่มหาวิทยาลัยจึงไม่ค่อยมีเพื่อนจะมีก็แต่เพื่อนผู้หญิง

ไฮ-คลาส ทำไมถึงคิดมาเรียนหมอ

ตอนนั้นผมเริ่มอยู่ปี 4 ใกล้จบแล้วเราเริ่มสนิทกันมากขึ้นเราเริ่มแคร์เขามากขึ้น
เขาเคยพูดถึงเรื่องอนาคตของเขากับเราว่า หากเรียนจบแล้วอยากจะไปอยู่เมือง
นอกและอยากมีแฟนเป็นหมอเหมือนเขา คือตอนนั้นเราคบกันแบบเพื่อนะยังไม่ได้
บอกว่าเราชอบเขา และจากตรงนั้นมั้งทำให้เราตัดสินใจเรียนหมอ
ไฮ-คลาส เราบอกกับ 'เจนจิรา' อย่างไรว่าวันนี้เรารู้สึกกับเขามากกว่าการ
เป็นเพื่อนธรรมดา

ไม่ได้บอกอะไรตรงๆ มันเป็นเรื่องที่รู้กันเองเริ่มจากการเป็นเพื่อนกันธรรมดามี
เวลาให้กันมากขึ้น เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นมันก็พัฒนาไปเองโดยที่เราก็รู้กันว่า
ระหว่างเรามันมากกว่าการเป็นเพื่อนแล้ว เริ่มมีการหึงหวงบ้างอะไรแบบนี้ ช่วง
วันสำคัญเราก็มีอะไรพิเศษให้กันบ้างอย่างวาเลนไทน์ก็ให้ดอกไม้กัน มันเข้าใจ กัน
โดยไม่ได้บอกออกมาเป็นคำพูด

ไฮ-คลาส บอกได้มั้ยว่าเรามีอะไรดีที่ทำให้ผู้หญิงมาชอบเรา

คงเป็นเพราะผมเป็นคนที่พูดอะไรตรงๆ มั้ง แต่ก็ไม่เคยถามเขานะว่าเขาชอบผม
ตรงไหน ส่วนเขาค่อนข้างจะเป็นคนจริงจังกับชีวิตพอสมควร ลักษณะนิสัยเรากับ
เขาคงคล้ายๆ กันคุยกันได้ก็เลยคบกัน คือหลายอย่าง ครอบครัวเขาเองก็ไม่ได้อยู่
ด้วยกัน แยกทางกันตั้งแต่เขายังเด็ก แม่ก็ไปเปิดร้านอาหารอยู่อเมริกา พ่อก็อยู่อีก
ทางหนึ่ง เขาต้องมาอยู่กับญาติ คงทำให้ขาดความอบอุ่น พอมาเจอกับเราคุยกันได้
ก็สนิทกันจนพัฒนามาเป็นแฟนกัน

ไฮ-คลาส ข้ามไปเร็วหน่อยหลังจากคบกันมาระยะหนึ่งรู้ได้อย่างไรว่าเขาเริ่มถอย
ห่างจากเรา

เราคบกันมากระทั่งจุดหนึ่งก็เริ่มมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน คือผมเช่าหออยู่เขาก็
มาอยู่ด้วยกับเราเหมือนแฟนทั่วไปที่ผู้หญิงผู้ชายใช้ชีวิตร่วมกันก่อนแต่งงาน อันที่จริง
เขาก็มีบ้านนะบางทีเขาก็กลับบ้านบ้าง นอนหอตัวเองบ้าง อย ู่กับเราบ้าง อาทิตย์
หนึ่งอยู่กับเราประมาณ 3-4 วัน อะไรแบบนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

แต่ระยะหลังเราเริ่มสังเกตว่าเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เริ่มมีธุระมากขึ้นเริ่มไม่ค่อย
ว่าง คือโดยสัญชาติญาณเรารับรู้ได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม เขาเคยพูดขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ว่าไปรู้จักกับพี่ชายของเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนที่ให้คำปรึกษาในหลายๆ เรื่อง และเคย
มีครั้งหนึ่งเขามาเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนผู้หญิงซึ่งมีแฟนอยู่แล้วมาปรึกษาเขา บอกว่า
เขาไปชอบผู้ชายอีกคนหนึ่งจะทำอย่างไรดี ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรก็ให้คำ
ปรึกษาไปว่าแล้วแต่ผู้หญิงคนนั้นว่าจะคิดอย่างไรทำนองนี้ แต่พอกลับมานั่งนึกก็เลย
เข้าใจว่าอาจเป็นตัวเขาเองที่ไปชอบผู้ชายคนอื่น

เราเริ่มสังเกตพฤติกรรมเขามากขึ้นช่วงที่อยู่กับเรา มีครั้งหนึ่งที่เรานัดกันไปไหน
สักแห่งแต่ปรากฏว่าเขาไม่ยอมมาตามนัด ผมเลยจะโทรไปฝากข้อความทางเพจ
เจอร์ของเขา แต่ก่อนจะฝากข้อความผมก็เช็คข้อความของเขาก่อนว่าฝากอะไรถึง
เราหรือเปล่าเพราะเราใช้เพจร่วมกัน โดยที่ผมเองก็มีรหัสผ่าน พอเข้าไปเช็คก็
เจอข้อความที่ถูกส่งมาจากรุ่นพี่คนนั้น เป็นคำพูดโรแมนติคมากที่หยิบมาจากภาพยนต์
เรื่องหนึ่งแต่ผมจำไม่ได้ว่าเรื ่องอะไร และในข้อความนั้นเขาก็นัดไปดูหนังกัน
เราเลยรู้ว่าที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เองถึงไม่ว่างและไม่มาตามนัด

พอรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งเราก็ถามว่าเมื่อวานไปไหนมา เขาตอบว่าไปดูหนังแล้วก็กินข้า
วก?บน้องซึ่งไม่ได้เจอกันนาน เราก็รู้แล้วว่าเขาโกหกไม่บอกความจริงกับเรา
ความจริงแล้วมันมีอะไรมากกว่าการไปดูหนังกันธรรมดา มันมีหลักฐานซึ่งผมรู้มา
นานแล้วไม่ใช่แค่ครั้งนี้ผมไม่อยากพูดถึงเอาเป็นว่าผมพูดกว้างๆ ดีกว่าว่าเขาไปมี
อะไรกับคนอื่นด้วยนอกเหนือจากเรา พอดีวันนั้นเป็นวันที่ผมระเบิดออกมาจึงเกิด
การทะเลาะกัน หากวันนั้นเขายอมรับออกมาเรื่องก็อาจไม่บานปลายถึงขนาดนี้ ผม
มานั่งคิดดูเราอาจจะต่างคนต่างเลิกรากันไป แต่วันนั้นเขาไม่ยอมรับผมเลยโกรธ
มาก

ไฮ-คลาส เหตุการณ์โศกนาฎกรรมวันนั้นเป็นอย่างไรอยากได้ยินจากปากคุณโดย
ตรง

วันนั้นเราโกรธมาก มันหน้ามืดไปหมดอาจเป็นเพราะเราควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่
ได้ด้วย ตอนนั้นผมเองเพิ่งอายุ 22 ปี ความคิดอะไรมันก็ยังควบคุมไม่อยู่ อารมณ์
ตอนนั้นมันโกรธจัด ทะเลาะกันรุนแรงมาก ผมเองไม ่รู้จะทำอย่างไร ไม่เข้าใจ
ว่าทำไมเขาต้องโกหกเรา มาหลอกเราทำไม คิดอะไรไม่ออกโมโหมากเดินเข้า
ไปหยิบปืนแล้วก็เขายิงทันที

ไฮ-คลาส ไปเอาปืนมาจากไหน กระแสข่าวออกมาว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า

ผมเก็บปืนไว้ที่ห้องนานแล้วเขาก็รู้ เพราะแถวที่ผมอยู่นั้นมันเปลี่ยวชาวต่างชาติพวก
ไนจีเรียอยู่กันเยอะ ผมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยไปเอาปืนจากที่บ้านมาเก็บไว้เผื่อ
ป้องกันตัว

ไฮ-คลาส ตอนที่ยิงเขาคิดหรือเปล่าว่าจะต้องยิงให้ตายหรือแค่ให้เจ็บ

ตอนนั้นก็คิดเลยว่ายิงให้ตายเพราะมันโกรธจัด คือผมจ่อยิงที่หัวเลย เป็นเรื่องของ
อารมณ์มากกว่า ไม่ใช่เราฆ่าเขาแล้วเราจะรู้สึกดีนะ ไม่ใช่เราฆ่าเพราะอยากให้
เขาตายให้สมกับความแค้นที่เขาได้หักหลังเรานะ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ

ไฮ-คลาส สังคมมองว่าคุณเป็นฆาตกรโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ที่ฆ่าแฟนตัวเองแล้วยังแล่
ศพด้วยความใจเย็น

ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี ยิงเขาไปแล้วมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ พอตั้งสติได้ก็ร้อง
ไห้เสียใจสงสาร ไม่น่าทำแบบนี้เลย จากนั้นก็อุ้มศพเขาเข้าไปในห้องน้ำนั่งมองศพ
อยู่นานไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ตอนนั้นเริ่มกลัวแล้วไม่อยากถูกจับ เลยจัดการแร่เป็น
ชิ้นๆ เพื่อทิ้งลงน้ำโดยใช้มีดทำครัวธรรมดานี่แหละไม่ใช่มีดผ่าศพของหมออย่างที่
เข้าใจ แล่เป็นชิ้นแล้วทิ้งลงชักโครก แต่พอทิ้งไปได้สักพักมันกดน้ำไม่ลงคือท่อมันตัน
ผมเลยทิ้งศพไว้ในห้องแล้วออกมาซื้อถุงดำ ซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำ ซื้อไม้ที่ปั้มท่อ พอก
ลับมาน้ำมันเพิ่งลดลงไปหน่อยเดียวเองเลยต้องใช้ที่ปั้มนั้นปั้มท่อไปด้วย ส่วนกระดูก
ที่เหลือก็เอาไปทิ้งที่แม่น้ำบางปะกง

ไฮ-คลาส เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะการที่คุณเรียนหมอต้องเคยเรียนผ่าศพด้วย
และต้องเห็นศพบ่อยๆ

ทำให้ไม่รู้สึกกลัวและสามารถแล่ศพได้อย่างใจเย็น คือเป็นเรื่องชาชินธรรมดา
ความจริงรู้สึกนะไม่ใช่ไม่รู้สึกอะไร เพราะศพที่อยู่ตรงหน้ามันเป็นแฟนเราเป็นคนที่
เรารัก ต่างจากการเรียนผ่าศพที่เรียกว่าอาจารย์ใหญ่นั่นเราจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร
เพราะเราไม่รู้จักเขา การที่ต้องแล่ศพเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรเราทำลายหลัก
ฐานไม่ได้ เราเอาลงมาจากข้างบนหอไม่ได้มันใหญ่เกินไปคนจะสงสัย เลยต้องแล่
ศพ หากเป็นที่อื่นก็อาจเผาทำลายหลักฐานได้หรืออย่างอื่น แต่นี่เป็นห้องที่เราอยู่จึง
ต้องใช้วิธีนี้ เรื่องเรียนหมอหรือไม่ได้เรียนหมอมันไม่เกี่ยวแต่มันเป็นเรื่องจำเป็นที่
ต้องทำวิธีนี้ คุณพ่อค้าขายหมูก็อาจใช้วิธีนี้ก็ได้

?ฮ-คลาส ตอนที่คุณชำแหละศพช่วงที่ต้องตัดคอคุณไม่เห็นหน้าเขาหรือคุณมองหน้า
เขาอยู่หรือเปล่า

เปล่าผมตัดจากทางด้านหลัง ผมจับเขาหันหลัง คืออย่าเข้าใจว่าเป็นความรู้สึกที่ดี
นะ มันแย่มากตอนนั้น เราเคยอยู่ด้วยกันมาก่อนไม่คิดว่าจะมาจบลงตรงนี้ ผมยังพูด
กับศพเลยไม่ได้อยากจะทำอย่างนี้ ขอโทษเขาตลอด แต่ก็ไม่อยากถูกจับมันจำเป็น
ต้องทำ

ไฮ-คลาส หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้วคุณรู้สึกกลัวหรือเปล่า เพราะได้ยินว่า
คุณก็ยังอยู่ที่ห้อง ที่เกิดเหตุ

ไม่ได้กลัวอะไร ผมเองก็ยังอยู่ที่นั่นเป็นเดือนไม่ได้หนีไปไหน แต่ก็เหงาบ้างเวลาที่
เราขาดเขาไปเพราะเคยอยู่ด้วยกัน

ไฮ-คลาส เหตุการณ์วันที่ค?ณถูกจับกุมเป็นอย่างไร

เรื่องมันผ่านมาได้เกือบเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่ผมฆ่าเจนจิรา ผมก็ยังอยู่ที่ห้องนั้น
ปกติต่อมา วันนั้นผมเดินๆ อยู่ริมถนนก็มีคนมาอุ้มผมขึ้นรถตู้ ปิดตาผม จากนั้นก็ใส่
กุญแจมือแล้วก็ซ้อมด้วย พอเปิดตามาก็รู้ว่าเป็นตำรวจ หลังจากนั้นเขาก็พามาส่ง
ที่สน.สอบสวนผมเสร็จแล้วก็ให้เราเซ็นชื่อรับสารภาพ ว่าฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ฆ่าด้วยความทารุณโหดร้าย เขาบอกว่าเซ็นไปก่อนแล้วค่อยไปสู้กันที่ศาล

ไฮ-คลาส ทำไมถึงต้องซ้อมด้วย

ผมก็ไม่รู้แต่ได้ยินว่าทางญาติจะให้เงินรางวัลหากใครเจอศพลูกสาวเขา ผมก็ไม่รู้
เป็นอย่างไร แต่พอหลังจากจับผมได้แล้วดูเหมือนตำรวจคนนั้นจากที่เคยใช้โทรศัพท์
ธรรม ดาก็เปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่ การซ้อมก็อาจเป็นการคาดคั้นเอาหลักฐานก็เป็นได้
อันนี้ผมไม่รู้เหมือนกันอาจจะเป็นเพราะแบบนี้ก็ได้

ไฮ-คลาส รู้สึกอย่างไรบ้างกับคุณหญิง แพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่เข้ามาทำ
คดีนี้

ถึงแม้เขาไม่เข้ามาทำคดีนี้ ผมรู้ว่าผมก็คงต้องติดคุกอยู่ดี เพราะเรารับสารภาพไม่
ใช่เพราะคุณหมอพรทิพย์เข้ามาพิสูจน์ แต่สังคมมองว่าเพราะคุณหมอเข้ามาทำคดีถึง
สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ แต่ความจริงนั้นมันไม่ใช่ ผมคิดว่าโดยทางรูปคดีสามารถ
สาวมาถึงตัวผมได้อย่างแน่นอนผมเลยรับสารภาพ โดยส่วนตัวผมไม่เคยรู้สึกอะไร
กับคุณหมอ ไม่มีความโกรธแค้นเขาแต่อย่างใด

ไฮ-คลาส ตอนที่ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตตอนนั้นรู้สึกอย่างไร

ผมทำใจไว้แล้วไม่มีอะไร แต่ก็ต่อสู้จนถึงศาลฎีกา ในชั้นฎีกาผมต่อสู้ในประเด็นที่ว่า
ผมไม่ได้โดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ทุกชั้นศาลก็ไม่ได้เชื่อเราอย่างนั้นเพราะเขามอง
เห็นว่าเรามีปืนอยู่เขามอ งว่าเราเตรียมการ แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้ไตร่ตรองเป็น
อารมณ์ชั่ววูบ แต่เราก็ทำใจไว้แล้ว

ไฮ-คลาส คำว่า 'โหด' ในพจนานุกรรมของเสริม สาครราษฎร์ หมายถึงอะไร

การที่ฆ่าใครสักคนในความคิดของผมมองว่าไม่ใช่เรื่องโหดอะไร แต่การที่ขังคนจน
ตายอย่างนี้สิโหด การฆ่าคนๆ หนึ่งมันจบลงตรงนั้นเลยเขาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อ แต่
การขังให้เขาอยู่อย่างนั้น 20 ปี 25 ปีอย่างนี้ผมถือว่าโหดเหมือนฆ่าเขาทั้งเป็น
บางคนแก่หง่อมทำอะไรไม่ได้แล้วยังต้องติดคุกอยู่อีก

ไฮ-คลาส แสดงว่าวันที่ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตวันนั้น หากเลือกได้คุณอยากถูก ประหารชีวิตมากกว่า

ผมว่าประหารยังดีเสียกว่าเพราะการติดคุกมันทรมาน แต่ถามว่าอยากตาย
มั้ยต้องตอบว่าไม่อยากเพราะผมยังมีแม่อีกคนที่รออยู่ผมยังอยากเจอแม่ แต่สิ่งที่ผม
กำลังบอกก๋คือการขังใครในระยะเวลานานขนาดนั้นมันไม่มีประโยชน์ ออกไปเขา
ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ซึ่งอาจจะกลับไปกระทำผิดอีกเพราะไม่ร ู้จะทำอะไร

ไฮ-คลาส คุณเชื่อว่าการกักขังอิสระภาพไม่ใช่วิธีลงโทษที่ถูกต้อง

มันเป็นวิธีลงโทษที่ช่วยได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น แต่นานเกินไปไม่มีประโยชน์ การที่
คนติดคุก 20 ในนี้กับข้างนอกมันต่างกันโดยสินเชิง ข้างนอกอาจมองว่าแป๊บเดียว
แต่สำหรับคนที่นี่มันนานแสนนาน

ไฮ-คลาส วันแรกที่เดินเข้าเรือนจำรู้สึกอย่างไร

ความรู้สึกแรกเลยเราคิดว่ามันต้องน่ากลัวโหดร้าย มีมาเฟียร์เหมือนอย่างในหนังที่
เราเคยดูมา แต่พอเข้ามามันไม่ใช่อย่างนั้นเป็นการอยู่ร่วมกันแบบเพื่อนมากกว่า
เจ้าหน้าที่ให้การดูแลเราดี ไม่ใช่ว่าจะมาทำร้ายอะไรเรา เรื่องร้ายๆ ก็มีบ้าง
เป็นธรรมดาแต่ไม่ใช่ทั้งหมดมีเพียงส่วนหนึ่ง แต่เอาเป็นว่าไม่พูดถึงดีกว่าครับพูด
แล้วไม่ดีผมอาจไม่มีโอกาสมานั่งคุยแบบนี้ได้อีกเอาก้วางก็พอ
อย่างเรื่อพี่ใหญ่ก็มีบ้าง เช่นเราไปช่วยงานเขา ไปซักผ้าให้เขาทำงานให้เขาบ้าง
แล้วเขาก็ให้สิ่งของตอบแทนเป็นการพึ่งพาก ันมากกว่า อย่างผู้ต้องขังบางคนไม่มี
ญาติมาเยี่ยมเลย คนที่มีญาติมาเยี่ยมก็จะมีของกินข้าวใช้ก็แบ่งกัน คือให้สิ่งตอบแทน
เป็นข้าวของ

ไฮ-คลาส มีคนมาเยี่ยมคุณเสริมบ่อยหรือเปล่า

หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่มีแล้ว ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย เพราะข่าวสร้างให้เราดูน่า
กลัว วันนี้เพื่อนเก่าๆ กับเรามันเหมือนกับอยู่กันคนละโลกแล้ว ตอนนี้เราจะมีเพียง
เพื่อนใหม่ที่เข้าใจเรา เพื่อนที่อยู่ในคุกเหมือนกับเรา เรารู้สึกว่าทุกอย่างข้างนอก
จบสิ้นแล้วเรามี??พียงโลกของเราในนี้เพื่อนก็มีเท่าที่นี้เท่าที่อยู่ร่วมกัน เพื่อข้าง
นอกหายหน้าไปหมดแล้ว แม่ก็ไม่ค่อยมานานๆ จะมาสักครั้งคงเพราะเราทำให้เขา
เสียชื่อเสียง ผมเองเคยเขียนกลอนไปให้ที่ช่อง 3 ด้วยนะช่องคำคม เป็นเรื่อง
เกี่ยวกับเพื่อนี่แหละเขียนในทำนองว่า เวลาเราดีก็มาหากันเยอะแยะแต่พอเรา
พลาดไปก็หายหน้ากันไปหมด

ไฮ-คลาส ได้ยินมาว่าคุณเสริมไม่ค่อยถูกกับผู้คุมใช่หรือเปล่า
(หัวเรา ะ) เรื่องนี้พูดไม่ได้เอาเรื่องที่คุยได้ดีกว่า

ไฮ-คลาส แสดงว่าคุณเกเรหรือเปล่า

ผมทำตัวเรียบร้อยนะ แต่อาจจะเป็นคนที่พูดตรงไปหน่อยเท่านั้น เป็นคนที่ไม่ค่อย
ตามน้ำเหมือนคนอื่นเท่าไหร่ อย่างสมมุติว่ามีเรื่องเกิดขึ้นในคุกผมเห็นอย่างไรก็พูด
อย่างนั้น บางทีเขาก็ไม่ค่อยชอบเพราะคนอื่นอาจถูกสั่งให้ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้
แต่ผมเห็นอย่างไรก็พูดอย่างนั้นเลยไม่เป็นที่ถูกใจ

ไฮ-คลาส ผลที่ตามมาเป็นอย่างไร

ก็โดนย้ายบ้าง อย่างที่ผมเคยโดนย้ายไปที่เรือนจำกลางคลองไผ่ ที่โคราช ที่นั่นกฎ
ระเบียบเข้มงวดกว่าที่นี่มาก ลำบากกว่า ที่นั่นขนาดน้ำที่ใช้กินเขาต้องผ่านเครื่อง
กรองใช่ใหมยังเขียวอื๋ออยู่เลย ลำบากกว่าที่นี่ อย่างที่นี่ค่อนข้างอบอุ่นเขาดูแลเรา
ดี ขึ้นอยู่กับนาย นายที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เขาใจดีดูแลเรื่องสวัสดิการดี

ไฮ-คลาส คนที่ทำความผิดกับคนที่มีนิสั ยไม่ดีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

คนที่มาอยู่ในนี้มีทั้งคนที่ไม่ดีและคนที่ดี คนที่เป็นผู้ร้ายโดยสันดารก็มีแต่ไม่เยอะนะใน
ความคิดของผม คนที่คิดว่าเมื่อออกไปก็จะทำความผิดอีกก็มีแต่ไม่เยอะ ไม่อยากให้
คนข้างนอกมองว่าคนที่มาอยู่ตรงนี้เป็นคนไม่ดีไปเสียทุกคน

ไฮ-คลาส อยู่ที่นี่ผู้ต้องขังต้องทำอะไรบ้าง

ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกาย กินข้าว จากนั้นก็แยกย้ายไปทำงาน ใครเรียนหนังสือก็
ไปเรียน อย่างผมก็สอนหนังสือให้ผู้ต้องขัง สอนภาษาอังกฤษพอดีเรามีความรู้เรื่อง
เหล่านี้อยู่บ้างก็ช่วยสอนได้ ใครถนัดอะไรก็ทำอย่างนั้น กำลังคนเจ้าหน้าที่มีน้อยก็
เลยเอาผู้ต้องขังเข้ามาช่วยงาน

ไฮ-คลาส ได้ยินว่าเพิ่งเรียนจบคณะนิติศาสตร์อีกใบหนึ่งทำไมถึงเลือกเรียนวิชานี้

อยากที่จะช่วยเหลือคนอื่นด้านคดีอะไรแบบนี้ เพราะเรารู้สึกว่าอย่างตอนที่เราเซ็น
ชื่อรับสารภาพโดยไม่รู้ว่ าจะส่งผลให้รูปคดีเสีย ไม่รู้ว่าข้อกล่าวหานั้นมันเกินความ
จริงเพราะไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมายทำให้เราเสียเปรียบก็เลยอยากช่วยคนอื่น
บ้าง เลยเลือกเรียนนิติศาสตร์มสธ.ก็จบแล้วตอนนี้ อย่างในนี้ก็เหมือนกันบางคนก็
เป็นแพะรับบาป ไม่ได้ทำความผิดจริงก็มีเยอะแยะ เราอยากช่วยเขา ช่วยพิมพ์คำ
ร้องบ้าง ช่วยพิมพ์ใบถวายฎีกาบ้าง บางทีเขาก็ให้ของตอบแทนเราบ้างอะไรแบบนี้
แต่บางทีเขาไม่มีก็เข้าเนื้อเราเหมือนกันแต่ก็อยากช่วย เราไม่เคยไปเรียกอะไร
จากเขา

ไฮ-คลาส ความหวังสูงสุดวันนี้คืออะไร

ความหวังสูงสุดก็อยากได้รับการอภัยโทษลงบ้าง เพื่อโอกาสวันหนึ่งจะได้กลับออก
ไปอยู่กับครอบครัวเรา อีกสิ่งหนึ่งคือหากมีโอกาสได้ออกไปอยากเจอหน้าแม่อีกครั้ง
อยากออกไปทันในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากพูดความหวังในปัจจุบัน ก็อาจเป็น
เรื่องสวัสดิการในเรือนจำอยากให้ผู้ต้องขังมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ แต่ที่พูดอย่างนี้ก็
ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้มันเลวร้ายรับไม่ได้นะ ตอนนี้ตั้งแต่ผบ.คนนี้มาอยู่ที่นี่ก็ดี
กว่าเมื่อก่อนท่านสนใจเรื่อ งสวัสดิการของผู้ต้องขังมากขึ้น เรื่องห้องเยี่ย?ก็มีการ
ตั้งตั้งโทรศัพท์ให้ ในวันศุกร์ผู้ต้องขังมีโอกาสพบญาติใกล้ชิดมากขึ้น เรื่องราคา
สินค้าก็ปรับปรุงให้มีราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนซึ่งก็ถือว่าดีกว่าเมื่อก่อน เรื่องสวัสดิการ
นี่แหละคือเรื่องที่ผู้ต้องขังต้องการ

ไฮ-คลาส ต้องสรุปว่าชีวิตรักของคุณล้มเหลว เป็นความรักที่เจ็บปวด วันนี้คุณยัง
ศรัทธาในความรักอยู่หรือเปล่า

ยังเชื่อมั่นอยู่ ไม่ได้คิดว่าความรักเป็นเรื่องหลอกลวงอะไรเพียงแต่ความรักที่เรา
เจอมันไม่สวยงานเท่านั้นเอง ยังศรัทธาอยู่เสมอเชื่อว่าคงมีสักวันที่ได้เราเจอ
ความรักที่งดงามเป็นคนที่รักเราจริงๆ

ไฮ-คลาส ณ วันนี้คุณยังเชื่อว่ามีความหวังที่จะได้เจอความรักแบบนั้น

ก็ยังหวัง?ยู่เสมอ แต่คงจะมีความคิดอีกแบบหนึ่ง คืออาจไม่รักใครหัวปักหัวปำแบบ
นั้นอีกแล้ว คงไม่กล้ารักเขาเต็มร้อยอีกแล้ว

ไฮ -คลาส หากมีโอกาสได้ออกไปข้างนอกเหตุการณ์อย่างนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้
อีกหรือไม่หากเขาทิ้งคุณไปอีก

ไม่เอาแล้ว ครั้งเดียวก็พอแล้ว ไม่ฆ่าอีกแล้ว

ไฮ-คลาส อย่างแรกที่อยากทำเมื่อออกไปแล้วคืออะไร

ตอนนี้ผมก็มีความหวังอยู่อย่างหนึ่งคือหากวันหนึ่งผมได้ออกไปจากที่นี่ ผมหวังว่าแม่
ของผมยังคงอยู่ไม่เสียชีวิตไปก่อนเพราะผมเหลือแม่คนเดียว แต่แม่จะเปิดรับผม
เข้าบ้านหรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจว่าท่านรับผมได้หรือเปล่าเพราะผมทำให้เสื่อมเสีย
วงศ์ตระกูล แม่คงเสียใจเรื่องผมมาก

ส่วนเรื่องออกไปแล้วอยากทำอะไรนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับอายุด้วยว่าตอนนั้นอายุเรา
เท่าไหร่แล้ว หากอายุมากก็อยากกลับทำเกษตร หากอายุยังน้อยก็อยากเป็นทนาย
ช่วยคนอื่น หรืออาจต้องทำงานใช้หนี้ที่ญาติผู้ตายที่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 18
ล้าน เรายังไม่รู้ว่าจะเอาปัญญาที่ไหนไปใช้หนี้ แต่ผมก็อยากใช้หนี้เขานะเพราะผม
เป็นคนก่อเรื่องขึ้นเอง

ไฮ-คลาส อยากบอกอะไรกับสังคมบ้างจากบทเรียนที่คุณผ่านมา

ก็อยากจะบอกว่าอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เพราะอารมณ์ชั่ววูบเพียงนิดเดียว
ทำให้เราเสียใจไปตลอดชีวิต นอกจากเราเองแล้วครอบครัวเขาก็ต้องสูญเสียคนที่
เขารักไปด้วย เราเองก็ต้องสูญเสียคนที่เรารักไป ทุกอย่างมันแย่ไปหมด ในส่วน
ของครอบครัวเจนจิราผมก็อยากจะบอกว่าผมขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น ผมไม่ได้ตั้ง
ใจที่จะทำอย่างนั้น ผมรู้ว่าเขาอาฆาตผมมาก แต่มันพลาดไปแล้วผมเสียใจ วันนี้ผม
ได้รับผลกรรมที่ตัวก่อแล้ว ผมไม่อยากให้ใครตกอยู่ในสภาพนี้เหมือนผม

-----------------------

กฤตพณ ทัพพะรังสี : ‘ทำงานอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องมี Relax’

หลังจากเรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยคลาร์กแล้ว คุณโก้ได้กลับมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์การเงินมาโดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากบริษัท เลห์แมนบาร์เธอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนในปัจจุบันบริษัทได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท เงินทุน แอ็ดวานซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งคุณโก้ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินอยู่ แต่อยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งการทำงานจะต้องออกไปพบปะลูกค้า และประชุมข้างนอกบริษัท ทำให้เวลาการทำงานค่อนข้างจะรัดตัว

“คือบริษัทหรือองค์กรไหนก็ตามที่ต้องการจ้างที่ปรึกษาในการหาผู้ร่วมทุน หรือการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในการปรับโครงสร้างหนี้ ก็จะต้องใช้ที่ปรึกษาทางด้านการเงิน ซึ่งเป้นงานที่ยุ่งมาก เพราะลูกค้าเราจะเยอะ เราเป็นที่ปรึกษาหลายแห่ง หลายบริษัท ไม่ได้ทำแห่งเดียว ต้องออกไปหาลูกค้า ไปประชุมข้างนอกเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยได้อยู่ออฟฟิศ”
ถึงแม้ว่างานจะมากแค่ไหน แต่คุณโก้ยังเป็นคนที่รักษาสุขภาพ ดังนั้น เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานแม้จะไม่มาก ก็ต้องมีเวลาให้กับตัวเองในการออกกำลังกาย

“ส่วนตัวเป็นคนที่รักษาสุขภาพอยู่แล้ว จะไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ พยายามจะพักผ่อนให้เพียงพอ แต่จะเอางานเป็นหลักก่อน แต่ถ้ามีเวลาว่างนิดนึงก็จะไปเล่นแบดมินตัน ซึ่งคอร์ตแบดฯก็อยู่ใกล้ๆ ออฟฟิศ ผมจะเล่นที่สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ตรงสวนลุม ทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทางมากนัก เล่นเสร็จ อาบน้ำ กลับมาทำงานต่อได้ คือยังไงก็ต้องออกกำลังกาย ทำงานอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับมันต้อง Relax ผ่อนคลายบ้าง คือเวลาไปเล่นผมก็จะเล่นเต็มที่ไม่คิดเรื่องงานเลย เก็บงานไว้ที่ทำงาน เลิกเล่นแล้วค่อยว่ากันใหม่”

จันทร์-ศุกร์ คุณโก้จะออกกำลังกายด้วยการเล่นแบดมินตัน 2 วัน ซึ่งก็ระบุแน่นอนม่ได้ว่าจะต้องเป็นวันไหน ขึ้นอยู่กับงานเป็นหลัก โดยมีก๊วนเพื่อนที่เล่นด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะแบดมินตันจะได้คู่ตีที่เป็นถึงนักกีฬาทีมชาติสังกัดชมรม ‘เขี้ยวลากดิน’

“จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณพ่อจะชวนไปคอร์ตแบดฯ ไปเล่นแบดฯด้วยกัน แล้วคุณพ่อก็เป็นหัวหน้าทีม ‘เขี้ยวลากดิน’ ซึ่งเป็นทีมที่รวบรวมบรรดาทีมชาติที่เลิกเล่นแล้วเข้ามาอยู่ในทีม ทำให้เราคุ้นเคยกับคนที่นี่ และทำให้เราชอบเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ เวลาไปเล่นก็จะเล่นกับพวกทีมชาตินี่แหละครับ ”

นอกจากเหตุผลที่คุณพ่อเป็นหัวหน้าทีมแบดมินตันแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณโก้คิดว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด คือเป็นกีฬาที่ได้ที่เหมาะสมกับเวลาและการที่ได้ออกกำลังทุกส่วน

"ผมคิดว่าแบดมินตันเป็นกีฬาที่เหมาะสมกับเวลาของตัวเราเอง ซึ่งปกติงานผมจะยุ่งมาก จึงต้องเลือกออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยและได้เหงื่อ ได้ Exercise ทุกส่วนเลยก็ว่าได้ คือเล่นแบดฯแค่ 1-2 ชั่วโมงก็เหนื่อยแล้ว ถ้าเป็นกอล์ฟหรือเป็นอย่างอื่นมันใช้เวลาเยอะ และอีกอย่างไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดินฟ้าอากาศเลย"

ส่วนในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ไม่มีงานต้องออกไปทำหรือประชุมที่ไหน คุณโก้เลือกที่จะไปออกกำลังกายที่สปร์ตคลับใกล้บ้าน ซึ่งคุณโก้จะเลือกเล่นทั้งแบดมินตัน บาสเกตบอล และไดร์ฟวิ่งเรต
กิจกรรมยามว่างที่นอกจากคุณโก้จะให้กับตัวเองแล้ว อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือการทำกิจกรรมที่ร่วมทำกับครอบครัว และสิ่งที่มักจะทำด้วยกันก็คือ การเล่นดนตรี และการดูหนัง

“ที่บ้านผมก็จะมีห้องซ้อมดนตรี ครบวงเลยครับ น้องชายผมจะเล่นกลอง ผมเล่นกีต้าร์และร้อง ส่วนคุณพ่อจะเล่นกีต้าร์เบส บางทีก็จะมีพวกเพื่อนๆ มาแจมบ้าง แต่จะนานๆ ที อีกอย่างชอบดูหนัง คุณพ่อจะเป็นคนชวนเลยถ้ามีเรื่องไหนที่น่าสนใจเข้าก็จะชวนกันไปดู แต่ช่วงนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่การงานที่ค่อนข้างจะเยอะ เวลาว่างจึงน้อยลง ซึ่งจะดูเวลาของคุณพ่อเป็นหลัก อย่างเช่น ถ้าเย็นนี้คุณพ่อว่างก็จะชวนไปดูหนัง แต่ถ้าไม่มีหนังที่น่าสนใจก็จะไปเล่นแบดฯกันหรือไม่ก็ออกไปทานข้าวกันนอกบ้าน”

ไม่ว่างานจะมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราจัดสรรเวลาให้ถูก และเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะกับตัวเอง มันสามารถทำให้เราผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้ ซึ่งนับว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีเยี่ยมที่สุดเช่นเดียวกับคุณโก้

-----------------------

ไม่น่าเชื่อนะครับ เด็กเซนต์ฯสองคน เรียนห่างกันแค่ปีเดียว กลับมีชะตาชีวิตที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้ แค่ถ้าวิเคราะห์จากบทสัมภาษณ์ของเสริม  และของโก้ (ที่ไก่เล่าให้ฟังด้วย) ส่วนที่แตกต่างกันที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ โก้นั้นมีกิจกรรมให้กับตัวเองตลอด ในขณะที่เสริมนั้น เลือกที่จะเก็บตัวอยู่คนเดียว และเหมารวมภาพลักษณ์ของเพื่อนๆไปในทางที่ไม่อยากจะคบค้าสมาคมด้วย จนเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกในการแก้ปัญหาที่ดี

เห็นว่าความบังเอิญนี้มันทำให้ได้เห็นความแตกต่างระหว่างคนมีกิจกรรม และไม่มีได้อย่างค่อนข้างชัดเจน เลยอยากจะคัดลอกโดยละเอียดมาทั้งสองคน

เด็กเซนต์ฯทั้งคู่แหละครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
MAFIA วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 10.59 น.

เรื่องของคุณเสริม เป็นอีกมุมหนึ่งที่เป็นผลผลิตของความเจริญเติบโต ในยุคทุนนิยมเต็มใบ
ความคิดเห็นที่ 7
Jackieman วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 08.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Jackieman

รุ่นผมก็เห็นคนนึงก็เป็นคดีทำร้ายเพราะแฟนทิ้ง
ผมสังเกตุึว่าเด็กโรงเรียนเรารุ่นก่อนๆหลายคนจะเรียบร้อบ
มีหลายคนไม่มีพี่น้องผู้หญิง
ทำให้มีความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์เพี้ยนๆ
แนวที่เห็นบ่อยส่วนมากจะเป็นพวกป๋าทุ่มทุนสร้าง
ความคิดเห็นที่ 6
Parinya วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 05.46 น.

"........ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อใจใครง่ายๆโดยเฉพาะผู้ชาย ถึงแม้เราจะเคยเรียน
โรงเรียนที่มีแต่ผู้ชายล้วนๆ ก็ตาม เพราะเราเจอแต่ความไม่จริงใจเจอความเห็น
แก่ตัวมาเยอะ เราอาจจะมองว่าเพื่อนเป็นสิ่งที่ดีคอยช่วยเหลือกันแต่ความเป็นจริง
ที่เราเจอมันต่างกัน มีแต่การใส่หน้ากากเข้าหากันตลอด ต้องอยู่ในสังคมที่ใช้ความ
หรูหรามาวัดกัน อวดมั่งอวดมีอวดรวย ชอบงานรื่นเริง เป็นสังคมที่พยายามแสดง
ตัวเองออกมาว่าเป็นคนระดับสูง ไม่ได้คบกันด้วย ความจริงใจ เราเลยไม่ค่อย
เชื่อใจใคร เมื่อมาอยู่มหาวิทยาลัยจึงไม่ค่อยมีเพื่อนจะมีก็แต่เพื่อนผู้หญิง........"

ไม่ค่อยเชื่อแฮะ ผมจำไม่ได้ว่าในสังคมเซนต์เคยเจอเรื่องการใส่หน้ากากแบบนี้นะ อีกอย่างถ้าเรียนในคุณะวิศวะ จะมีเพื่อนผู้หญิงมากได้ด้วยเหรอ งง
ความคิดเห็นที่ 5
lamplas วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 08.50 น.

อ้าว วันอาทิตย์พี่ก็ไป รร เหรอคับ????

ท่าทางจะได้เดินผ่านกันมั่งหละ อิอิ
พี่นัทคนใหนน้อ
ความคิดเห็นที่ 4
ที่กวนก้อเพราะรัก วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 22.21 น.

อ่านจบแล้ว ใครเป็นเพื่นไม่หาเวลาไปเยี่ยม เสริมเค้าหน่อยเหรอครับ น่าไปนะครับผมว่า
ความคิดเห็นที่ 3
SG14597 วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 21.48 น.

มันหลาย ๆ ปัจจัยผมว่า
ทั้งเป็นคนชอบอยู่คนเดียว
ไม่สังคมกับเพื่อนเท่าไหร่
อายุ 22 ปี
การที่มีปัญหากับแฟน
สุดท้ายโมโหมีอารมณ์
มีอาวุธปืนอยู่ที่บ้าน (อันนี้หนักที่สุดแล้ว)
เปรี้ยงเดียวเสียใจไปตลอดชีวิต

ส่วน กฤตพณ ทัพพะรังสี
ผมว่าคุณพ่อเค้าเอาใจใส่ดูแลดีมาก
น้องเค้าเลยน่ารัก

ไม่เหมือนลูกนักการเมืองบางคน
นึกชื่อไม่ออก
ชื่อปี๊ดหรือเปล่าน่ะ จำไม่ได้จริง ๆ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 2
jiwAsokSaint วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/alwayssaint

พิมพ์ไปซะยาว ลืม login กดปุ๊ป .. หายหมด !!


เอาเป็นว่า พี่เสริม .. สิ่งที่พี่ทำ .. มันผิด .. และ โหดเหี้ยมมากๆในสายตาประชาชน

ซึ่ง ต้องเข้าใจว่า สื่อ คือเครื่องมือที่ทำให้คนเค้าคิดกันแบบนี้

และ สื่อเช่นกัน .. ก็ทำการเปิดเผยความรู้สึกของพี่

ผมว่า ผมเข้าใจแหละครับ


การที่คนเราบันดาโทสะ อารมณ์เสียมากมาย และ รุนแรง

ผลลัพธ์ย่อมลงเอย ด้วยการลงมือ

และ การพกอาวุธปืน มันยิ่งทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม


อุทาหรณ์ในเรื่องนี้ และ ที่ผมคิดเสมอคือ ชีวิตนี้ อย่าพยายามพกอาวุธร้ายแรง เช่น ปืน มืด ฯลฯ

เพราะมันจะจบลงด้วย ชีวิตทุกครั้ง


ล่าสุด .. หลังบ้านผมเอง .. น้องร้านซักผ้า
( ลองอ่านไทยรัฐดู .. เกี่ยวกับ เด็กทำปืนลั่น ... )

เอาปืนมาเล่น .. ไม่รู้ว่า ยังมีกระสุนอยู่ .. โป้งเดียวจอด! -*-
ความคิดเห็นที่ 1
thatpop วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thatpop

อ้าว เสริมก็เด็กเซนต์เหรอ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

SG March

SG March

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



คุณรู้จักโรงเรียนเซนต์คาเบรียลจากอะไรมากที่สุด
College Day
2 คน
เพื่อนๆ ญาติๆ แฟนๆ เคยเรียน
36 คน
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
5 คน
ข่าวเกี่ยวกับผลงานนักเรียนทางด้านต่างๆ
1 คน
เป็นศิษย์เก่าเซนต์ฯ
240 คน
ตอนนี้เป็นเด็กเซนต์ฯอยู่
97 คน

  โหวต 381 คน