พิมพ์หน้านี้
|
โสดจริงตอน 2 มีแววผู้นำ ตอนอยู่ประถมและมัธยมและวิทยาลัย ![]() ![]() เนื่องจากเป็นลูกหลานครู ทำให้เวลามีประกวด หรือแข่งขันอะไรก็ตามมักจะได้มีโอกาสแทบจะทุกครั้ง ทั้งเราเอง และน้อง ๆ และต้องได้ลำดักทุกครั้ง คงไม่เกี่ยวกับเส้นหรือเป็นความสามารถส่วนตัว ห้ามเลียนแบบ มีโอกาสได้เป็นรองประธานโรงเรียน ตอนอยู่ประถมและมัธยม เป็นโฆษกของโรงเรียน และในชั้นมัธยมได้เป็นรองประธานนักเรียน และประธานชมรมภาษาอังกฤษ และประธานอีกหลายชมรม ตอนอยู่มัธยม ได้มีโอกาสประกวดมารยาทไทย และประกวดคำกลอน การอ่าน การพูด และเป็นนักโต้วาที และยอวาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักจัดรายกายวิทยุของโรงเรียนช่วงพักกลางวัน สนุกมาก ๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า จริง ๆ จากนั้นช่วงเรียนวิทยาลัย ได้เป็นประธานชมรมเลขานุการ และ เป็นตัวแทนนำร้องเพลงชาติและสวดมนต์ (แบบว่าอาศัยความรู้เดิมสมัยเรียนประถมไง) จำได้ว่าตอนนั้นขออาสาสมัคร เราก้าวออกมาด้วยความมั่นใจ เพราะมีทุนเดิมอยู่แล้วเลยไม่กลัว อาศัยกล้าได้อายอดจริงหรือเปล่าจ๊ะ มีชีวิตสนุก ตลอดเวลา ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย หรือไปแอบชอบใคร หรือ ใครมาชอบเลย สงสัยหัวใจขาดออ๊กซิเจนหรือเปล่าน่ะ หรือมีแค่ 3 ห้อง เลยทำให้ไม่ค่อยรูปประสีประสา หรือไม่ได้ใส่ใจ หรือสนใจใคร ไม่มีใครให้คำตอบได้ ตัวเองก็ยังงงงงงอยู่เลย โอ้ยเกือบลืมช็อตเด็ด ใกล้จบการศึกษามีการแข่งขันเชื่อมสามัคคี ระหว่างนักศึกษา กับ นักศึกษาแพทย์สาธารณสุขประจำจังหวัด ได้มีโอกาสเป็นโฆษกงาน และได้รู้จักกลุ่มนักแข่ง มีหนุ่มหล่อหลายคนเลย จำได้ว่าหัวใจเต้นแปลก ๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใข มีหนุ่มยิ้มให้ และส่งเบอร์โทรศัพท์ พร้อมที่อยู่ให้ ช่วงนั้นมือถือยังไม่ฮิต แต่ให้เบอร์โทรที่หอพัก ก็ได้ได้โทรหาเขา แต่ปรากฏว่าพี่เขาโทรหาเราที่หอพัก คงขอจากเพื่อน ๆ เราก็พูดคุยธรรมดาไม่ได้คิดอะไรตามประสา คนหัวใจหินกระมัง แต่ก็มีการติดต่อมาเรื่อย ๆ ก็ยังไม่รู้สึกอะไร อาศัยคุยไปวัน ๆ ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ จนกระทั่งุถึงวันลอยกระทง พี่ขับรถมาพร้อม เพื่อน ๆ 3-4 คน มารับเพื่อนสาว หอข้าง ๆ ปรากฏว่าสาว ๆ ที่เขามารับกันก็เป็นเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันทั้งนั้น เราก็เลยไปด้วย อาศัยเพื่อนเยอะเลยไม่คิดอะไร แปลกแต่จริงคบคู่พอดีเลย ก็ไปเที่ยวงานลอยกระทงในตัวจังหวัด ก็สนุกดี แต่เราก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่เคยโทรไปหาพี่เขา มีแต่เขาโทรมา แต่ก็คุยน่ะคิดว่าเรามีมารยาทพอที่จะไม่วางสายเฉยๆ จากนั้นทุกเดือนพี่เขาก็จะแวะซื้อขนมมาฝากเราและเพื่อน ๆ และได้มีโอกาสพูดคุยกันและทานอาหารร่วมกัน เป็นอย่างนี้อีกหลายเดือน จนเมื่อจบการศึกษาเราก็ไม่ได้ติดต่อพี่เขาอีกเลย เฉย ๆ ไม่รู้สึกอะไร จนเราเดินทางไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ทราบจากเจ้าพ่อว่ามีจดหมายมาหลายฉบับ ซึ่งท่านก็ไม่ได้อ่าน แต่รู้ว่าต้องเป็นจดหมายหนุ่ม ๆ แน่นอน พอเราทราบก็เฉย ๆ ไม่ได้ติดต่อไป จนแล้วจนเล่า อย่าเพิ่งเศร้านะ รอตอนต่อไป ชีวิตเมืองกรุง |