พิมพ์หน้านี้
|
โสดจริง ตอนที่ 5 เมื่อฝนหยุดฟ้าก็สดใส ได้งานใหม่ไฉไลกว่าเดิมเยอะเลย หลังจากลาออกมาแล้ว ก็มานั่งสงบสติอารมณ์ สักพักก็นอนดูทีวี ถึงเวลาเที่ยงก็ข้ามฝั่งมาหาอาหารแถวตลาดเตาปูน กลับไปนั่งทานคนเดียวในห้อง พร้อมกดรีโมทเปลี่ยนช่อง (อ๋อลืมบอกไปช่วงทำงานตอนนั้นมีเงินเก็บซื้อทีวี ตั้ง 14 นิ้วเชียวน่ะ ช่วงสองสามเดือนแรกดูของส่วนกลางหอพักก่อน ไปๆ มาๆ ตัดสินใจเก็บเงินซื้อทีวี เนื่องจากเวลาดูร่วมกับคนอื่นเขาชอบดูช่องเจ็ดกัน เป็นประเภทหนังน้ำเน่าบ้าง น้ำดีบ้าง แต่ไม่ค่อยเปลี่ยนช่อง) ไอ้เราประเภทชอบดูข่าว ดูบันเทิง แบบว่าทำตัวเหมือนคนในวงการ (เมื่อก่อนชอบอ่านหนังสือภาพยนต์บันเทิง และชอบอ่านข่าวการเมือง แม้ว่าจะซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับใดก็ตามหน้าแรกต้องเปิดหน้าหนังก่อน แล้วตามด้วยข่าวการเมือง นอกนั้นไม่ชอบ (ก็เขาชอบแบบนี้นี่จ๊ะ ใครจะกล้ามาขัดใจ ก็อยู่คนเดียวนี่จ๊ะ) ทำตัวแบบสบายอารมณ์ ประมาณ 3 -5 วัน เย็น ๆ ก็จะไปนั่งเล่นที่หน้าหอพัก ซึ่งจะมีชิงช้าสำหรับนั่ง 4 คน ได้ ก็นั่งเล่นกินลม ชมวิวสองข้างทาง ฟังเสียงรถแล่นผ่าน คนเดินไปมา เสียงคลื่นมหาชนเยื้อง ๆ หอพัก จะมีชาวอีสานมาขายส้มตำ แลไก่ย่าง กลิ่นหอมไปทั่วหอพักเพราะควันไก่ ได้บรรยากาศอีสานบ้านเฮาจริง ๆ กลายเป็นขาประจำส้มตำปูปลาร้า ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ไปโดยปริยาย วันไหนไม่ได้กลิ่นปลาร้า นอนไม่หลับทั้งคืน (หมอบอกว่าอาการนี้ไม่มีในสาระบบ แพทย์แผนไทย แก้ไขได้โดยใช้ข้าวเหนียวจิ้มแจ่วกินกับไก่ย่าง แซ่บอีหลีเด้อค่ะเด้อ ) จำได้ว่าเป็นวันศุกร์ตอนเย็นประมาณ 4 โมงกว่า ๆ ขณะกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่นเพลิน ๆ มีเสียงแตรรถของลูกเจ้าขอหอพักเรียกคนดูแลบ้าน ไม่มีคนไปเปิดประตู อาศัยความเร็วของวาสิฎฐีสาวรีบไปเสนอหน้าเปิดประตูให้และกล่าวสวัสดีค่ะพอพี่เขาเห็นหน้าเขาก็ถามว่าวันนี้ไม่ทำงานเหรอจึงมาเปิดประตู จึงบอกพี่เขาว่าตอนนี้ลาออกจากงานเก่าแล้ว เพราะอยู่ไกลถึงบางพลี และการเดินทางเข้าไปในบริษัทไม่สะดวก (หาเล่าความจริงไม่ แบบว่าไม่อยากอธิบายนาน กลัวพี่เขาเบื่อก่อน) พี่เขาก็ยิ้มและขอบใจที่เปิดประตูให้ จากนั้นประมาณ 2 ทุ่มตรงพี่เขาก็เดินมาที่ห้อง (ในหอพักเป็นหอพักผู้หญิง พี่ในที่นี้หมายถึงลูกสาวจ้าของหอแกเป็นทหาร แต่มีแฟนเป็นผู้หญิง น่าจะเข้าใจน่ะว่าหมายถึงอะไร และสอบถามว่าสนใจงานแถวสามเสนหรือเปล่า เป็นเสมียนบริษัทนำเข้าและส่งออกเกี่ยวกับประเทศเวียตนาม และมีทัวร์ด้วย พอดีแฟนพี่เขาเป็นเลขาเจ้าของ ตอนนั้นพูดแบบชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ต้องคิดอะไรเลย ตอบว่าสนใจค่ะ เพราะไม่ไกลบ้านและงานเสมียนน่าจะมีพิมพ์ดีด และ ภาษา มั่นใจว่าน่าจะทำได้ จะลองไปกรอกใบสมัครดู พี่เขาก็เลยบอกว่าวันจันทร์นี้เตรียมตัวด้วย เพราะเขาจะไปส่งแฟนเขาและจะได้ติดรถไปด้วย (ตอนนั้นคิดอย่างเดียวเราต้องทำให้ได้ ต้องได้เพราะสำคัญที่สุดใกล้บ้าน และ ถ้าจะโชคดีอีกรอบคือไปกลับอาศัยติดรถพี่เขาไปด้วย แบบว่าประหยัดมัธยัทธ์เข้าทางเราเลย) เมื่อวันจันทร์มาถึง สาวสวยอย่างเราในชุดเสื้อสีขาวคอปิดมิดชิด พร้อมกระโปรงตัวโปรดสีเหลือง (มั่นใจว่าสวยเพราะชุดนี้เคยใส่ไปสมัครร้องเพลงแล้วได้ ก็เลยฉลองศรัทธากันหน่อยและเคยอ่านหนังสือว่าใส่ชุดตามวัน จะทำให้มีเสน่ห์ แล่ะจะโชคดี) ก็นั่งคอยพี่เขาประมาณ 7 โมงครึ่งก็ออกจากบ้านพี่เขาและไปรับแฟนเขาซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันไปที่ทำงานที่สามเสน จากนั้นเราก็กรอกใบสมัคร และสัมภาษณ์กับเจ้าของ โชคเป็นของเราจริง ๆ ท่านรับเข้าทำงาน เพราะเป็นคนพูดจาฉะฉาน ภาษาอังกฤษอ่านออกเขียนได้พูดดี และมีทัศนคติดีต่อองค์กร ถือว่าผ่าน อ๋อลืมบอกไปเงินเดือน 6,500 บาท (สมัยนั้น เยอะมาก ๆ สำหรับสาวโสดอย่างเรา) ก็ได้ทำงานสมใจ ฝึกงานประมาณ 2เดือน ทั้งรับส่งเทเล็กซ์ โต้ตอบเอกสาร และทำเอกสารเกี่ยวกับทัวร์เวียดนาม ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เกือบ 1 ปีเต็ม ๆ มีทัวร์มาจากเวียดนาม ก็มีโอกาสได้เป็นล่ามกิตตมศักดิ์ (พอดีคนเวียดนามพูดภาษาไทยได้และสำเนียงออกไปทางภาษาลาว ซึ่งเป็นภาษาที่เราถนัดอยู่แล้วเลยเข้าทางเลยสนุกกันใหญ่ ไปเที่ยวสถานที่สำคัญทั้งวัดพระแก้ว และอีกหลาย ๆ วัด ไปสวนสามพราน ไป ดำเนินสะดวก นั่งเรือกินบรรยากาศ พาลูกค้าไปไหว้หลวงพ่อโสธร และไปเที่ยวพัทยา และอีก หลาย ๆ สถานที่ ทำอย่างนี้ประมาณ 10 เที่ยว และทำงานอยู่ที่นี่เกือบ 2 ปี สนุกมาก ๆ เพื่อนร่วมงานก็มีแต่ผู้หญิง 8 คน อ้อลืมไปมีผู้จัดการฝ่ายอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ตเป็นผู้ชายแกน่ารักมาก แกมีข้อเสียอยู่ก็คือมีครอบครัวแล้ว (กินแห้ว เลยเรา) ทำอยู่ เกือบ 2 ปีเงินเดือน 8,000 บาท โอ้โฮเยอะมาก โปรดติดตาม................ตอนที่ 6 ตามหาความรักเจอแป๊บ แป๊บ
|