พิมพ์หน้านี้
|
ตอนที่ 8โสดจริง ฝันสลาย ความรักพังทลาย
จากวันนั้นที่เสียใจอย่างหนัก เพราะรักเป็นพิษ ก็เสียใจอยู่หลายวัน แต่ก็ยังเข้มแข็งอยู่ ไม่รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพียงแค่รู้สึกว่าเราทำไมโง่อย่างนี้ แต่เพราะความรักก็ยังให้อภัยเขาได้ และยังเป็นแม่พระให้เขากลับไปหาครอบครัวเขา และไม่ต้องเจอกันอีกเลย (แต่ใจจริงยังอาลัยอาวรณ์อยู่) เกือบ 1 เดือนเต็ม ๆ ไม่ได้ติดต่อกันเลย ช่วงนั้นจำได้ว่าเวลาทำงานเหมือนคนเหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนเพื่อน ๆ สงสัย แต่ก็พยายามเบี่ยงประเด็นเป็นเรื่องอื่นไป จนในที่สุดเดือนต่อมาเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เย็นวันนั้นกลับมาจากที่ทำงาน กำลังจะเข้าไปที่หอพัก เห็นมีผู้หญิงกับผู้ชายยืนหันหลังอยู่ด้านหน้าหอพัก จำหลังผู้ชายได้แต่ผู้หญิงไม่รู้จัก ผอมสูง ดูแว๊บเดียว และผิวเผิน สักครู่เขาก็หันหน้ามา โอโฮ แทบช๊อก หน้าตาเขาเหมือนกันมาก แต่ผู้หญิงผิวจะคล้ำ ๆ หัวใจแทบจะหลุดลงพื้น เขานั้นเอง และผู้หญิง น่าจะเป็นภรรยาเขา
จากวันนั้นเกือบ 1 เดือนเต็ม ๆ ไม่มีการติดต่อมา หรือ ติดต่อไปแต่อย่างใด ยังคงเป็นปริศนา ให้คาใจเล่น ๆ เหมือนคนมีกรรมแล้วค่อย ๆ ถูกชดใช้ไปวันต่อวัน พยายามทำใจให้ได้ร่าเริงกับงาน ทำงานให้สนุกและมีสมาธิในการทำงานให้มากที่สุด
จากนั้นไม่นานเราก็ได้ออกจากสายการบินเพราะครบกำหนด และเราได้ไปซื้อคอนโดแถวท่าน้ำนนท์อยู่ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2-3 กิโลเท่านั้นเอง และโชคดีได้งานใหม่ แถวสะพานพุทธใกล้วัดประยูร ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ ขายตั๋วเครื่องบิน และเจ้าของเป็นลูกเขยบริษัทขายน้ำยาซึ่งมีชื่อเสียงยี่ห้อหนึ่ง ได้มาทำในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตั๋วเครื่องบินเงินเดือนขั้นแรก 12,000 บาท ซึ่งช่วงนั้นถือว่ามากพอสมควร และปีถัดมาได้ปรับตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย เงินเดือน 13,000 บาท ทำงานไปก็ยังติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ และพี่เขาก็ยังไปรับส่งเหมือนเดิม ช่วงนั้นมีสายการบินเกาหลี รับสมัครงาน อ่านเจอก็เลยลองเขียน จดหมายสมัครงานเล่น ๆ และถูกเรียกไปสัมภาษณ์ และในที่สุดถูกเรียกตัวไปทำงานเงินเดือน 13,000 บาท น่าสนใจ เลยรีบไปแจ้งเจ้าของบริษัทฯ และท่านได้ให้ข้อคิดหลาย ๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับเราจะตัดสินใจ ในที่สุดเจ้าของแจ้งข่าวดีว่าจะปรับเงินเดือนให้ เนื่องจากทำยอดขายสูง ไตร่ตรองและพิจารณาอยู่หลายอย่างจึงตัดสินใจอยู่ที่เดิม และทำงานที่เดิม และได้ปรับตำแหน่งอีกเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก็สนุกกับชีวิตดี และงานก็ดี ปีถัดไป ตัดสินใจจะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และไปดูบ้านแถบบางกรวย ท่าน้ำนนท์ เป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ตอนนั้นราคาอยู่ประมาณ 7 แสนกว่า ผ่อนเดือนละ ประมาณ 9 พันกว่าบาท พี่เขาเลยวางเงินดาวน์ และผ่อน ซึ่งความเป็นจริงแล้วเรื่องผ่อนต้องช่วยกันออกอย่างน้อยคนละครึ่ง ระหว่างที่รอบ้านสร้างก็ไปเช่าบ้านอยู่ก่อนพร้อมน้องสาวของพี่เขา แต่ด้วยภาระของพี่เขาและเราซึ่งมีน้องต้องดูแลอีก 2 คนเนื่องจากพ่อเสีย ทำให้การส่งเสีย และรายจ่ายต่าง ๆ ประดังมาเรื่อยๆ ทำให้ไม่เป็นอย่างตั้งใจ ก่อให้เกิดปัญหารุมเร้าหลายอย่างเข้ามา และลูก ๆ ก็มาอยู่กับเขา ทั้งสองคน คนโตให้เรียนหนังสือใกล้บ้าน คนเล็กจ้างเขาเลี้ยง และภายหลังให้คุณย่ามาเลี้ยงบ้าง บางครั้ง ปัญหาเริ่มมาเรื่อย จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ด้วยเรื่องเศรษฐกิจ
จากนั้นไม่นานทราบว่ามีผู้หวังดี เป็นผู้หญิงอยู่ที่ทำงานเดียวกับพี่เขา เป็นคนเข้ามาเกี่ยวข้อง และไปมาหาสู่ เรื่อย ๆ ทราบจากคนรอบข้าง และในที่สุดก็ทราบด้วยตนเอง เพราะมีโอกาสไปที่บ้านเช่าโดยบังเอิญ เจอผู้หญิงคนดังกล่าวอยู่ที่บ้าน ตกใจมากแต่ก็ฝืนตัวเอง และออกมาจากบ้านแบบคนจิตเลื่อนลอย มีคำถามแต่ไม่อยากถามใคร ได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ภายในลึก ๆ แต่แอบร้องไห้คนเดียว
** โปรดติดตามตอนที่ 9 : ก้าวต่อไปด้วยความทรนงแม้ไม่มีเธอ |