วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2551
ผู้ชายเฮงซวย
Posted by
sheriekim
,
ผู้อ่าน : 198
, 18:14:52 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ตอนที่ 9 โสดจริง ความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ตราบาปที่ตัวเองก่อ
 
จากนั้นเป็นต้นมา ไม่พยายามติดต่อพี่เขา หรือใครก็ตาม ทำตัวเหมือนอยู่คนเดียวในโลก ทำงานไปวัน ๆ ไม่คิดฟุ้งซ่าน แต่ก็มีหลายครั้งที่พี่เขามาถึงที่คอนโด มาเยี่ยม แต่เราก็ไม่แสดงอะไรให้ออกนอกหน้า ทำตัวเหมือนคนเคยรู้จัก แต่ก็เคยไปทานอาหารเย็นกันหลายครั้ง
ไม่อยากฟังคำแก้ตัวได้แต่เสียใจเพียงลำพัง และได้ข่าวความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจากคนใกล้ตัวของเขาเรื่อย ๆ จนในที่สุด ก็ได้ทราบข่าวจากพี่ที่ทำงานของพี่เขา เป็นพี่ผู้ชายที่นับถือกันว่าพี่เขากำลังจะแต่งงาน ในปลายปีที่ผ่านมานี้ หัวใจแทบแตกสลาย อยากจะร้องไห้แต่น้ำตามันไม่ออกมาก เหมือนคนกำลังจะเป็นลม ได้แต่ฝืนยิ้มและพูดว่าพี่เขาโชคดีแล้วเจอคนรวย จะได้ช่วยกันกู้สถานการณ์ทุกอย่างให้ดีขึ้น อยู่กับเราคงจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น พี่เขาคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจเช่นนั้น ไม่อยากโทษใครแต่ในใจลึก ๆ เจ็บจี๊ด ๆ  ถึงวันที่เขาแต่งงานวันนั้นมาถึง ตั้งแต่เช้าถึงค่ำนั่งนับเวลาให้มันผ่านไปเร็ว ๆ ร้องไห้ไม่ให้ใครเห็นอยู่คนเดียว เหมือนคนจะขาดใจ แต่ในที่สุดน้ำตาที่ไหลไปก็เหมือนไล่ความทุกข์ให้ออกจากตัวเรามากเท่าที่จะมากได้...สิ้นสุดกันทีชาตินี้อย่าได้มาเจอกันอีกเลย กรรมมีจริงไม่ต้องรอชาติไหน เคยไปแย่งของใคร ตอนนี้มีการแลกคืนกันแล้ว หมดกรรมเวรกันเสียที อย่าได้จองเวรกันเลย.........
จากคืนนั้นที่ฝันร้าย ก็ขวนขวายทำงานต่อไปคิดไว้อย่างเดียว THE SHOW MUST GO ON ก้าวต่อไป สัญญา ว่าจะไม่มีใคร และไม่อยากมีใครให้เจ็บกระดองใจ LET IT BE จากนั้นไม่นานมีโอกาสได้รู้จักกับเจ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง จากการแนะนำของเพื่อน ที่อยู่บริษัททัวร์ ซึ่งทุกคนเรียกเขาว่าเฮีย และทราบว่ามีบริษัทฯอยู่แถวหลักสี่ อยากให้เรามาดูแลเรื่องตั๋วเครื่องบิน เพราะบริษัทของเขาทำนำเข้า-ส่งออกและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินด้วย เงินเดือนให้ 18,000 ต่อเดือน ซึ่งเป็นเงินเดือนที่สูงมากในขณะนั้น
ตัดสินใจอยู่หลายวัน ต้องการเงินและต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ จึง ตัดสินใจจะลาออกจากงานเก่า เพื่อที่จะมาทำที่นี่ แต่ก็ทราบดีว่าเจ้าของคนเดิม เขาไม่อยากให้เราออกแน่นอน เพราะเคยจะออกไปทำงานสายการบินครั้งหนึ่งแล้ว เขายังไม่อยากให้เราออกเลย จึงหาอุบายแกล้งพิมพ์การ์ดแต่งงานของเรากับคนดังกล่าว เพี่อแสดงให้เขาเห็นว่าเรากำลังจะแต่งงานและจำเป็นต้องไปช่วยงาน
ซึ่งเจ้าของเองก็ไม่อยากให้เราออกแต่ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นจึงอนุญาต และได้จัดงานเลี้ยงส่งเรา พร้อมมอบพระหุ้มทองให้ 1 องค์ พร้อมเงินจำนวนหนึ่งให้เรา ซึ่งเป็นความซาบซึ้งอย่างหาที่สุดไม่ได้ เราจะจดจำสิ่งดี ๆ ที่ท่านสอน และแนะนำ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตให้มากที่สุด และเป็นผู้มีพระคุณที่เราจะจดจำจนวันตาย จากนั้นเราก็ได้มาทำงานที่บริษัทที่หลักสี่ และดูแลเรื่องตั๋วเครื่องบิน และเรียนรู้เรื่องการนำเข้าและส่งออก จนเกิดความชำนาญ และในที่สุดความดีของเราก็คือเฮียให้เราและน้อง ๆ ไปอยู่ที่บ้านซอยวัชรพล ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังของเฮียซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวไม่มีใครอยู่ (เฮียมีบ้านอีกหลังอยู่แถวรัชดา อยู่กับลูก 2 คน ภรรยาหย่ากันแล้วหลายปี ตอนนี้โสด)
และบางโอกาสที่มีการส่งออกสินค้าที่บ้านหลังนี้ก็จะเป็นแหล่งรวมสินค้า และแพคของก่อนส่งขึ้นเครื่อง ซึ่งเราและน้องก็ได้ช่วยพนักงานทำงานด้วย ถือเป็นความสามารถที่เรียนรู้จากเฮียและเป็นประสบการณ์ที่ดี และนับเป็นโชคของเราที่ได้รู้จักกับเฮีย หลังจากผ่านมรสุมชีวิตมา และมุมานะทำงานไป จาก 1 เดือน เป็น 1 ปี อะไรจะเกิดขึ้น.......
ตอนที่ 10 ชีวิตที่เปลี่ยนผัน หรือฝันประหลาด หรือโอกาสทองของสาวโสด (รอสักครู่)
|