พิมพ์หน้านี้
|
เอ้า ฟังเพลงเฮฮาสู้สายฝนหน่อยนะคะ ขอยืมคำบรรยายฝนปักษ์ใต้ที่อาจินต์ ปัญจพรรค์เขียนไว้ในหนังสือเหมืองแร่ ...วันหนึ่ง ฝนตกตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น และตกติดต่อเรื่อยไป มันจึงเป็นวันที่ไม่มีพระอาทิตย์ ท้องฟ้าฝ้ามัว บรรยากาศเหมืองแร่เป็นสีเทาและหนาวเย็น ทุกคนเข้าๆออกๆระหว่างฝนกับที่ร่ม... เปลี่ยนโลเกชั่นจากเหมืองแร่เป็นรีสอร์ทค่ะ ดิฉันหลวมตัวไปเที่ยวภูเก็ตเอาตอนหน้ามรสุมซะแล้ว เนื่องจากเป็นคนไม่ค่อยได้เที่ยวทะเลเอาเสียเลย ชอบเป็นสาวชาวดอยมากกว่าค่ะ แต่คราวนี้เกิดอาการชีพจรลงเท้าให้อยากไปเดินทอดน่องอยู่ชายหาดขึ้นมาเลยหนีไปเที่ยวทะเลสามวันโดยไม่ได้เช็คพยากรณ์อากาศ ทำให้ติดฝนและติดเกาะไปไหนไม่ได้ ตอนที่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมไปเที่ยวก็จินตนาการภาพหาดทรายสายลมแสงแดด...โอ้ทะเลแสนงามฟ้าสีครามสดใสมองเห็นเรือใบแล่นอยู่ในทะเล...ฮึ่ม คอยดูชั้นจะไปนอนอาบแดดเป็นปลาหมึกตากแห้ง แต่พอก้าวเท้าออกจากสนามบินปุ๊บ ฝนเจ้ากรรมก็ตกซู่ลงมา พอนั่งเรือไปจนถึงรีสอร์ทที่พัก ก็ตกหนักกว่าเดิมอีก
ไม่ใช่หยาดฝนโปรยปรายดังเปาะแปะโรแมนติกเหมือนในมิวสิกวีดีโอนะคะ แต่เป็นฝนดุเม็ดอ้วนๆใหญ่ๆที่ตกเสียงดังแบบ Surround บวกกับลมพัดกระหน่ำทำมุม 45 องศา ถึงกางร่มก็เปียกอยู่ดี ชั่วโมงแรกที่ดิฉันกับน้องสาวติดฝนอยู่ในห้องออกไปไหนไม่ได้ก็เกิดอาการเป็นเสือติดจั่น (เอ สำนวนถูกมั๊ยค่ะ หรือหนูติดจั่น...แต่หนูนี่น่าจะหนูถีบจักรมากกว่า...ใครรู้ช่วยบอกหน่อย) จะบ้าตาย มาทะเลต้องออกไปเที่ยวเกาะ ไปดำน้ำ ไปเดินชายหาดสิ...อยู่ในห้องเฉยๆเนี่ยรู้สึกเหมือนลิงกับหมาที่ทำภาระกิจไม่สำเร็จยังไงยังงั้น เดินวนไปวนมาบ่นกระปอดกระแปดอยู่พักใหญ่ก็เริ่มได้สติทำใจได้ ใครว่าต้องเจอแดดเปรี้ยงเท่านั้นถึงจะเรียกว่าเที่ยวทะเล มาตอนฝนกระหน่ำซัมเมอร์เซลก็สนุกได้เหมือนกัน (สู้โว้ย! อิๆ) ว่าแล้วก็ไปเที่ยวกันเลยดีกว่าค่ะ ฝนยังตกอยู่ออกนอกห้องไม่ได้ก็เที่ยวกันในห้องนี่แหล่ะ ห้องที่ดิฉันพักเป็นเหมือนกระท่อมน้อยกลางป่า เห็นตอนแรกก็ตื่นเต้นกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ วิวทะเลก็สวย เตียงนุ๊มนุ่มมีมุ้งแขวนจากเพดานให้ด้วยน่ารักจัง โซฟาก็ดูน่านอน ห้องน้ำก็... อ้าว เฮ้ย ห้องน้ำไม่มีผนังกั้น เปิดโล่งโจ้ง ถามน้องพนักงานก็บอกว่า ออกแบบสไตล์นี้ฝรั่งชอบ โล่งสบาย ไม่อายซะอย่าง ดิฉันเลยต้องนุ่งกระโจมอกอาบน้ำ โชคดีที่ห้องอาบน้ำมีกระจกฝ้ากั้นไว้หน่อยกันอุจาด ฝรั่งที่เข้ามาอ่านช่วยไขข้อข้องใจหน่อยนะคะว่าฝรั่งก็นุ่งกระโจมอกหรือผ้าขาวม้าอาบกันรึเปล่า นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่นาน ในที่สุดเมฆดำก็เริ่มคล้อยหายไป แล้วแดดก็เริ่มส่องสว่างลงมากระทบน้ำทะเลเป็นประกาย โอ้ ไม่ไหวแล้ว หัวใจเรียกร้อง ดิฉันรีบวิ่งลงหาดอย่างบ้าคลั่ง... ตู้ม กระโจนลงทะเล ให้คลื่นซัดขา ทรายก็ยวบลงไปจนเกือบล้มหน้าคว่ำ เดินกลับขึ้นมา เขียนชื่อไว้เป็นที่ระลึกบนผืนทรายซะหน่อย... อุ๊ย เปลือกหอยสวยจัง ต้องเก็บเป็นที่ระลึก
เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที ฝนเม็ดแรกก็หล่นใส่หน้าผาก ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ตลอดสามวันค่ะ ฝนหยุดๆตกๆตลอดเวลา พอช่วงที่หยุดตกก็ออกไปข้างนอกเดินเล่นรับแสงแดด พอฝนตกก็กลับเข้าห้องมานั่งอ่านหนังสือ นั่งคุยกับน้อง เม้าเรื่องนู้นเรื่องนี้ ดูหนังสนุกๆ ฟังเพลงเพราะๆ ... ไม่ต้องนั่งรอให้ฝนหยุดตกก็มีความสุขได้นี่เนอะ ภาพด้านล่างนี้ขอแนะนำอุปกรณ์ช่วยชีวิตยามติดเกาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มากับคนรู้ใจนะคะ ส่วนใครที่มาเป็นคู่อยู่แล้วก็เชิญนั่งสบตา เกี่ยวก้อย วิ่งเล่นซ่อนหากันตามสะดวก โชคดีที่กำลังติดหนังซีรี่ส์ CSI: ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันฟ้าใสสำหรับทุกๆคนนะคะ
|