พิมพ์หน้านี้
|
ปกติแล้วดิฉันจะยึดถือคติว่า อย่าตัดสินหนังสือจากปกเสมอ แต่เฉียดเข้าไปในร้านหนังสือคราวนี้ไปตกม้าตายที่หนังสือเล่มหนึ่งอย่างจัง ช่วยไม่ได้นี่คะ เพราะหนังสือเล่มนี้แปะโฆษณาตัวเบ้อเริ่มที่หน้าปกว่า พ้มอ่านแล้ว เรื่องนี้มันสยองสุดแห่งศตวรรษดีๆนี่เอง...สตีเฟ่น คิง
โอ้...ราชาเรื่องสยองขวัญออกมาการันตี ไม่อ่านไม่ได้แล้ว แถมท่าทางสำนักพิมพ์ก็คงรู้ว่าใช้มุกนี้ขายดีแน่ ชื่อสตีเฟ่น คิงเนี่ยแทบจะพิมพ์ตัวใหญ่ทับชื่อคนเขียนเชียว เป็นดิฉันคงแอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ฮึ พอเปิดดูปกหลังว่าตาคนเขียนนี่ใครหว่า เอ๊ะ ชื่อคุ้นๆอยู่ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ก็ปรากฏว่าเป็นคนที่เขียนเรื่อง The simple plan ที่เคยนำไปสร้างเป็นหนังฮอลลีวู้ดมาแล้วนี่เอง นำแสดงโดย Billy Bob Thornton, Bridget Fonda และ Bill Paxton... ที่สำคัญเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียนเล่มหนึ่งของดิฉันเสียด้วย (delicoco เธอยังจำได้ไหม หนังสือเล่มนั้น...)
ดิฉันกลับมาบ้านก็มาพลิกอ่านดูไปหน้าสองหน้า...แล้วก็กลายเป็นสามสี่หน้า... สรุปว่าอ่านจบในสองวันค่ะ แหะๆ นี่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์คงตะลุยอ่านทั้งคืนแล้ว สรุปเนื้อเรื่องย่อๆก็คือ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นอเมริกันสี่คนที่เพิ่งเรียนจบแล้วชวนกันไปเที่ยวชายทะเลที่เม็กซิโก ผู้หญิงสองคนคือเอมี่กับสเตซี่เป็นรูมเมทกัน ส่วนชายหนุ่มอีกสองชื่อเอริคกับเจฟก็เป็นแฟนของพวกเธอที่ติดสอยห้อยตามกันไปด้วย เริ่มเรื่องมาก็เดอะบีชมากค่ะ มีปาร์ตี้ชายหาดเฮฮากันไปตามเรื่องตามราว แต่แล้ว...(เสียงเพลงหลอนโหยหวนเริ่มดัง) ทั้งสี่คนก็ไปเจอหนุ่มเยอรมันชื่อแมทเทียสที่พักอยู่หาดเดียวกัน เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่ได้มาเที่ยวสนุกๆแต่มาตามหาน้องชายที่หายตัวไป โดยน้องชายตัวดีทิ้งจดหมายไว้ให้พี่บอกว่าไปปิ๊งสาวนักโบราณคดีที่มาขุดค้นโบราณสถานในป่า น้องจะขอบุกป่าดงพงเพชรพระอุมาเพื่อไปตามจีบ แล้วก็ทิ้งแผนที่ไว้ให้หนึ่งใบ อ่านถึงตรงนี้ดิฉันอยากจะตีอกชกหัวแล้วโผล่หน้าเข้าไปไหนหนังสือเพื่อตะโกนด่าเหล่าวัยรุ่นตัวเอกว่า น้องๆ เคยดูหนังสยองขวัญกันรึเปล่า อย่าริตามเข้าป่าไปนาเฟ้ยยย แต่ยีนขี้สงสัยของวัยรุ่นอเมริกันที่แม้จะผ่านหนังฆาตกรรมสยองขวัญมาหลายทศวรรษก็ยังไม่มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนพันธุกรรม ตัวเอกทั้งสี่ของเราก็เลยชนแก้วปาร์ตี้กันต่อพร้อมกับวางแผนเดินทางตามหาน้องชายของแมทเทียสในวันรุ่งขึ้น ตอนเช้าทุกคนก็แบกเป้ไปกันเองดื้อๆโดยมีแค่แผนที่วาดไว้ลวกๆนำทาง (น้องจ๋า น่าจะจ้างรพินทร์ไว้หน่อยนะ) พอไปถึงทางเข้าป่าที่มีซากโบราณสถาน ชาวบ้านแถวนั้นก็รีบออกมาส่งเสียงโล้งเล้งห้ามไม่ให้เข้าไป แต่มีหรือที่น้องๆจะเชื่อ ทุกคนก็มุ่งหน้าเข้าป่าไปหวังว่าจะได้ผจญภัย และแล้วเมื่อเดินลึกเข้าไปในป่า เอมี่ก็เดินไปสะดุดเถาวัลย์รูปร่างแปลกๆเข้า แล้วเถาวัลย์นั้นก็รัดเท้าเธอไว้... เล่าต่อไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวไม่สนุก ต้องไปหามาอ่านเอง เนื้อเรื่องจริงๆดูเหมือนจะเดาได้ตามแบบฉบับหนังสยองขวัญวัยรุ่นทั่วไป แต่คนเขียนเขามีวิธีบรรยายบรรยากาศได้น่ากลัวจริงๆ แถมนอกจากจะต้องลุ้นกับ...(ไม่บอกว่าเป็นอะไร)...ที่ออกมาตามฆ่าน้องๆในเรื่องแล้ว พออ่านไปเรื่อยๆตัวละครแต่ละตัวก็จะเผยธาตุแท้ออกมา จากตอนแรกที่เป็นเพื่อนสนิทดื่มเหล้าสาบานกันมากลับเปลี่ยนโฉมหน้าเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้ กว่าจะอ่านจบก็ลุ้นกันจนเหงื่อแตกพลั่กค่ะ สตีเฟ่น คิงการันตีแล้ว ชิบูกิขอการันตีต่ออีกรอบ แต่ที่ดิฉันชอบมากๆคืออ่านแล้วเข้าถึงความสยองขวัญแบบฝรั่ง(อเมริกัน)จริงๆ ช่วงหลังๆนี่ฮอลลีวู้ดเริ่มหมดมุกต้องยืมหนังสยองขวัญแถบบ้านเราไปรีเมคมาหลายเรื่องตั้งแต่เดอะริงจนได้ข่าวว่าชัตเตอร์ก็กำลังสร้างอยู่ หรือฝรั่งจะลืมรากเหง้าความสยองกลิ่นนมเนยแล้วมาติดใจกลิ่นกิมจิกลิ่นปลาร้าเสียแล้ว ใน The ruin นี้ ความน่ากลัวอีกอย่างที่น้องๆประสบคือ ความแปลกถิ่น ที่ไม่คุ้นเคย พอออกนอกอเมริกาไปแล้ว ที่อื่นก็ดูเหมือนจะน่ากลัวไปหมด ตอนที่สาวๆในเรื่องกำลังวิ่งหนี...(อุบอิบไม่บอก)... เธอก็ยังอุตส่าห์คิดไปว่าลืมนาฬิกาไว้ที่หัวเตียงในโรงแรม กลัวแม่บ้านชาวพื้นเมืองจะมาขโมยเอา ดู๊ดู หนูขา... ตอนแรกที่เจอชาวพื้นเมืองออกมาเตือนภัย ก็พาลไปคิดว่าเขาจะมาดักปล้นเอาซะอีก นอกจากนี้ดิฉันมีความรู้สึกว่ายังไงฝรั่งก็มีปมว่าแม้จะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติก็ต้องควบคุมมันให้ได้ ดูจากผีฝรั่งสิคะ แดร๊กคิวล่าเอาไม้ตอกหัวใจก็ฆ่าได้ ซอมบี้ก็ยิงที่หัวให้ตายได้ ต่างจากผีเอเชียที่ควบคุมหรือฆ่ามันไม่ได้ ต้องทำใจให้มันหลอกอย่างเดียวอย่าคิดจะไปสู้ อย่างดีก็แค่ช่วยให้ไปผุดไปเกิดเท่านั้น เหมือนเป็นวัฒนธรรมการคิดการอ่านที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ... ไปไงมาไงจากเรื่องผีมาเข้าเรื่องนี้ได้ แฮ่ พอมาเจอ...(จุ๊ๆไม่บอก)...ในหนังสือเรื่องนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ควบคุมไม่ได้ ฝรั่งทั้งหลายรวมทั้งสตีเฟ่น คิงเลยได้แต่นอนก่ายหน้าผากสยองไปตามๆกัน ฝากลิงค์หนังสือเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ ทำได้สวยดีอยากชวนให้คลิ๊กไปดูกัน http://www.randomhouse.com/kvpa/ruins/ ถ้าอยู่คนเดียวอย่าเปิดเสียงดังมากนะคะ อิๆ เดี๋ยวจะหลอน |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |