พิมพ์หน้านี้
|
ไม่อยากเชื่อว่าผ่านมาเป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่ดิฉันได้แต่รอคอย ได้แต่เก็บความเจ็บปวดไว้ข้างในอยู่คนเดียว เพราะดิฉันเองไม่ใช่คนกล้า เลยได้แต่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ามาโดยตลอด จนมาถึงวันนี้จึงตัดสินใจได้ว่าจะไม่ยอมทนกับความเจ็บปวดอีกต่อไป จะไม่ยอมให้การรอคอยกลับมาทำร้ายตัวเองอีก ... ...
ชิบูกิเลยตัดสินใจไปหาหมอฟันค่า การไปหาหมอฟันนี่เป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใครนะคะ เคยได้ยินเรื่องเล่าว่าขนาดทหารผ่านศึกมาหลายสมรภูมิตาซ้ายบอดแขนขวาขาดขาหักสองข้าง(เอาเข้าไป)ยังตัวสั่นเวลาต้องไปนั่งเก้าอี้หมอฟัน แล้วนับประสาอะไรกับคนขี้ขลาดตาขาวขนาดดิฉัน ปกติหมอฟันจะแนะนำให้ไปตรวจปีละสองครั้ง แต่ดิฉันเล่นหมกไว้สามปี จนอาการเริ่มออก ปวดซี่โน้น เสียวซี่นี้ พอบ่นกับคนที่บ้านก็ไม่มีใครเห็นใจ มีแต่คนสมน้ำหน้า ก็เลยต้องแบกความอัปยศอดสูและความกลัวเข้ากระดูกคลานกลับไปซบเก้าอี้หมอฟันอีกครั้ง พอไปหาหมอวันแรก(หาหมอฟันครั้งนี้เป็นไตรภาคค่ะ)ก็รีบออกตัวไว้ก่อนเลย หมอขา พอดี อ่า ครือว่าไม่ได้มาตรวจฟันสามปีแล้วน่ะค่ะ เอิ๊ก อ้าว แล้วทำไมไม่มาล่ะครับ หมอหันมาถามอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนดิฉันทำผิดกฎสหประชาชาติ แฮ่...กลัวหมอฟันค่า ตอนนี้ก็ถูกพยาบาลจับมัดบนเก้าอี้เรียบร้อยพร้อมกับเอาไฟส่องหน้าเหมือนสอบปากคำอาชญากรสงคราม แล้วคุณหมอก็เริ่มเอาเครื่องมือแหลมๆเหมือนเครื่องทรมานยุคกลางมาจิ้มๆในปากแล้วก็บ่นไปด้วย เฮ้อ...เกิดมาเป็นหมอฟัน มีแต่คนเกลียด ไม่มีคนรักบ้างเล้ย... ตรวจอยู่พักใหญ่ก็ได้ผลสรุปออกมาว่า ต้องทำรากฟันค่ะ เปรี้ยง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางดวงใจน้อยๆอันบอบช้ำ
ขออธิบายเป็นวิทยาทานให้กับบุคคลผู้ขยันไปตรวจฟันทุกปีจนชีวิตนี้ด้อยโอกาสไม่เคยทำรากฟันเหมือนดิฉัน การทำรากฟันตามที่คุณหมออธิบายมาก็คือ การที่ฟันของมนุษย์ผู้หนึ่งผุถึงรากถึงโคนจนเกินการเยียวยาด้วยวิทยาการแพทย์ เหลือวิธีรักษาเพียงอย่างเดียวคือขุดเอาเส้นประสาทฟันขึ้นมาทั้งหมด เสมือนว่าฟันซี่นั้นได้ตายไปจากชีวิตของเราแล้ว และที่สำคัญการทำรากฟันไม่ได้ทำครั้งเดียวเสร็จ อย่างน้อยต้องสามครั้งค่ะ นี่แหล่ะไตรภาคสยองขวัญ เริ่มการทำฟันด้วยขั้นตอนเดิมของดิฉัน หมอขา อัดยาชามาเลยค่ะ เอาสองเข็มเลยค่ะ (ใครอ่านเรื่องเมื่อชิบูกิไปยันฮีแล้วบ้าง หุๆ) หลังจากนั้นก็ไปนั่งรอสงบสติอารมณ์ให้ยาชาออกฤทธิ์ พอเริ่มชาจากปากไปถึงหูก็ถึงเวลาทำฟันในที่สุด ตอนทำรากฟันครั้งแรกดิฉันกับคุณหมอยังไม่คุ้นเคยกันนัก จะเปรียบเทียบก็เหมือนเป็นแฟนกันใหม่ๆ เกรงใจกันไปหมด คนไข้เจ็บก็ไม่กล้าบ่น หมอจะให้คนไข้หันซ้ายหันขวาก็ค่อยๆบอก พอจะกรอฟันก็เตือนก่อน ข้าวใหม่ปลามันจริงๆ พอมาทำเป็นครั้งที่สามนี่ หมอยังไม่ทันจะเริ่มคนไข้ก็ดิ้นพราดๆแล้ว ส่วนคุณหมอก็ไม่บอกให้หันซ้ายขวาแล้วค่ะ จับหันตามใจตัวเองเลย และที่สนิทกันมากที่สุดก็คือ...เอาถาดเครื่องมือมาวางบนพุงดิฉันเสียเลยเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้... เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อกี๊เองค่ะ เลยหยิบเรื่องใกล้ตัวมาอัพด้วยความหมดมุก ยังเหลือต้องไปครอบฟันอีกหนึ่งครั้งเป็นอันเสร็จพิธี
ขอแนะนำสำหรับผู้ที่กลัวหมอฟันแต่ต้องไปทำฟัน เอาอุปกรณ์ฟังเพลง ซีดี เอ็มพีสามต่างๆติดไปด้วยเลยค่ะ ที่จริงในโรงพยาบาลฟันจะมีเพลงคลาสสิค นิวเอจ เปิดให้คนไข้ได้ผ่อนคลายความกลัว แต่ดิฉันขอฟันธงว่าผิดวัตถุประสงค์มากมาย เพราะเพลงที่ดีคือเพลงที่สามารถกลบเสียงสว่านของหมอได้
เพลงที่ไม่ควรฟังระหว่างทำฟัน
เพลงที่ควรฟังระหว่างทำฟัน
หรือใช้ตัวช่วย
เพลงวันนี้เลือกเพลง Bleeding Love มาเปิดค่ะ ฮือๆ ยังเลือดซิบๆอยู่เลย
|
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||