• shukur
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 924
  • จำนวนผู้ชม : 773422
  • ส่ง msg :
  • โหวต 92 คน
shukur
shukur din-a
Permalink : http://www.oknation.net/blog/shukur
วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม 2565
Posted by shukur , ผู้อ่าน : 325 , 06:17:26 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

สรุปประวัติการอพยพของท่านนะบีมุฮัมหมัด


เมื่อผู้ปฏิเสธชาวกุเรชเห็นว่าบรรดามุสลิมได้อพยพ และรอดพ้นจากน้ำมือพวกเขาไปได้ จึงทวีความโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น จึงทำให้รู้ว่าภัยอันตรายที่คิดว่ามาจากนะบีมุฮัมมัด และการเผยแพร่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าไม่จัดการเสีย หากปล่อยให้บรรดามุสลิมและศาสนทูตอพยพไปมะดีนะฮ์สำเร็จ นั่นหมายความว่า บรรดามุสลิมจะต้องทำสงครามต่อต้านอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีทางอื่นอีก และจะชักช้าไม่ได้แล้ว พวกเขาจึงเรียกประชุมที่ �ดารุ้ลนัดวะฮ์ � (دارالندوة ) เพื่อคิดหาวิธีจัดการกับมุฮัมมัด ซึ่งอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงแจ้งเรื่องนี้ไว้ในอัลกุรอานถึงการประชุมตลอดจนความคิดเห็นที่ถูกเสนอในที่ประชุม ดังที่ทรงตรัสว่า :

�และจงรำลึกถึงขณะที่ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้วางแผนต่อเจ้า(มุฮัมมัด) เพื่อกักขังเจ้า หรือเพื่อจะฆ่าเจ้า หรือขับไล่เจ้าออกไป และพวกเขาได้วางแผนกัน และอัลลอฮ์ ก็ทรงวางแผน และอัลลอฮ์ นั้นเป็นผู้ทรงเยี่ยมกว่าในบรรดาผู้ที่วางแผน� (อัลอันฟาล 8 : 30)

แล้วที่ประชุมได้เห็นชอบตามข้อเสนอของอบีญะฮ์ล ที่เสนอให้ทำการสังหารท่านนะบีมุฮัมมัด โดยคัดเลือกชายหนุ่มจากทุกเผ่า เผ่าละหนึ่งคน เพื่อร่วมกันสังหารท่านนะบีมุฮัมมัด พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้เป็นการยากลำบากแก่เผ่าของท่านนะบี ในการที่จะตอบโต้บรรดาเผ่าต่างๆได้ และในที่สุดเผ่าของท่านนะบีมุฮัมมัด จะต้องจำใจรับเอาค่าสินไหมเป็นการทดแทน แล้วแผนการสังหารได้ถูกกำหนดขึ้น ภายใต้การควบคุมของอบีญะฮ์ลฺ

ท่านเราะซูล ได้กระทำการเผยแผ่ และใช้วิธีการต่างๆในการเชิญชวนชาวมักกะฮ์ แต่ท่านได้พบว่าถึงทางตันเสียแล้ว ณ จุดนี้เอง จึงมีคำบัญชาจากอัลลอฮ์ ให้ท่านได้อพยพ ทันทีที่ท่านนะบีได้รับคำสั่ง จึงรีบทำการการอพยพ และมั่นใจว่า อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือผู้ทรงสนับสนุน เป็นผู้ทำให้การงานสำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน ท่านได้ทำสิ่งที่ควรกระทำ และปล่อยเรื่องเหนือความสามารถไว้กับอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่จะทรงเป็นผู้ช่วยเหลือ ท่านให้ อาลี บิน อบีฏอลิบ มานอนแทนบนที่นอนในคืนที่มีการนัดหมายจะสังหารท่าน ในขณะเดียวกันได้ให้ท่านอบูบักร์จัดเตรียมพาหนะ และได้ตกลงกับผู้ที่รู้เส้นทางเพื่อนำทางไปยังมะดีนะฮ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก และเลือกถ้ำ�เซ๊าร์�เป็นที่หลบซ่อนตัว 3 วัน จนกระทั่งการค้นหาเพลาลง

สถานที่ตั้งของถ้ำ � เซ๊าร์� นั้น อยู่ตรงข้ามกับเส้นทางที่จะไปมะดีนะฮ์ ท่านอยู่ที่นั่นเพื่อหลบบรรดาผู้ตามล่า โดยที่ อับดุลลอฮ์ บุตรชายของอบูบักร์ จะมาหาคนทั้งสองที่ถ้ำในตอนกลางคืน เพื่อแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของพวกกุเรชและเรื่องราวต่างๆที่ได้ยินมา แล้วจะกลับไปก่อนรุ่งสาง เช่นเดียวกับที่ อามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ คนรับใช้ของอบูบักร จะมาพร้อมฝูงแพะที่เขาเลี้ยงดูอยู่ เหมือนคนเลี้ยงเแพะ และรอให้ถึงเวลาที่ความมืดปกคลุมไปทั่ว แล้วนำเอานมให้ท่านทั้งสองได้ดื่มกิน ท่านนะบี ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นแบบอย่างและบทเรียนให้แก่ประชาชาติของท่าน

สำหรับสิ่งที่นอกเหนือจากความสามารถของมนุษย์ เป็นเรื่องของอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์จะทรงจัดการเรื่องนั้นเอง โดยที่พระองค์ทรงให้ท่านนะบี ออกจากบ้านทั้งๆ ที่พวกกุเรชได้ปิดล้อมอยู่ และพวกนั้นไม่สามารถมองเห็นท่านได้ อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงพรางตา พวกเขาจึงมองไม่เห็นท่านนะบี ขณะที่บางคนไปถึงถ้ำที่หลบซ่อนตัวอยู่เพื่อค้นหา จนกระทั่งถ้าคนใดในพวกนั้นก้มมองลงไปที่เท้าทั้งสองของตัวเองก็จะพบเห็นคนทั้งสองทันที ท่านอบูบักรรู้สึกวิตกกังวลมาก ว่าท่านนะบี จะไม่ปลอดภัย ท่านนะบี จึงได้พูดกับ อบูบักร ว่า :

(( ماظنك ياأبابكر بإثنين الله ثالثهما ))

�โอ้อบูบักร อย่านึกว่าเราจะอยู่กันเพียงแค่สองคนเท่านั้น อัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ต่างหากคือผู้ที่สาม ที่ทรงอยู่กับเรา� (*1*)

อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงทำให้พวกนั้นมองไม่เห็น พวกเขาจึงกลับไปโดยมั่นใจว่าในถ้ำนั้น ไม่มีใครอาศัยอยู่สักคน สุรอเกาะฮ์ บิน มาลิก ได้ปกปิดเรื่องราวของท่านนะบี เพื่อหวังจะได้รับรางวัลที่พวกกุเรชประกาศไว้ สำหรับผู้ที่สามารถนำตัวมุฮัมมัดกลับมา ขณะเดินทางเขาตามมาทันท่านทั้งสองปรากฏว่าในแต่ละครั้งที่ม้าเข้าไปใกล้ เท้าม้าทั้งสี่ข้างก็จมลงในดิน เขาจึงทราบทันทีว่า แท้จริง อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงปกป้องท่านให้พ้นจากการจับกุม เขาจึงต่อรองกับท่านเราะซูลให้ทำหนังสือรับรองเพื่อเป็นหลักฐาน ท่านนะบี จึงได้ทำหนังสือรับรองให้แล้วเขาก็กลับไป

ท่านนะบี และอบูบักรได้ออกจากถ้ำนั้นหลังจากที่ได้พักอยู่สามวันพร้อมกับคนนำทาง โดยใช้เส้นทางชายฝั่งทะเลซึ่งไม่ค่อยมีคนใช้มากนัก ส่วนบรรดาชาวมะดีนะฮ์ ที่เป็นมุสลิมเมื่อได้ยินข่าวว่าท่านเราะซูลได้ออกจากมักกะฮ์มาแล้ว พวกเขาได้มารวมตัวกันนอกเมือง เพื่อรอคอยการมาถึงของท่านนะบีตั้งแต่เช้าตรู่ จนกระทั่งบ่ายคล้อย พอแดดจัดก็กลับเข้าบ้านไป ทำอยู่เช่นนี้ทุกวัน เมื่อวันที่ท่านนะบีมาถึงพวกเขารอคอยอยู่จนกระทั่งดวงอาทิตย์คล้อย แล้วก็ไม่พบร่มเงาใดๆบังแดดพวกเขาจึงกลับไป แล้วคณะของท่านเราะซูล อัลมุบาร็อก ได้มาถึงในช่วงที่พวกเขากลับกันหมดแล้ว แต่มียิวคนหนึ่งเห็นคณะของท่าน เขาจึงส่งเสียงร้องตะโกนบอกบรรดามุสลิม ถึงการมาของผู้ที่กำลังรอคอยอยู่ ท่านนบี ได้มาถึงแล้ว บรรดามุสลิมได้ออกมาต้อนรับด้วยความปิติยินดี ความสุขกระจายไปทั่วในวันอันเป็นที่ประจักษ์ ฝูงชนทั้งผู้ใหญ่ เด็ก ผู้หญิง และเด็กเล็กๆ ต่างร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงแห่งความปลื้มปิติว่า :

�ท่านเราะซูลุลลอฮ์ มาถึงแล้ว ท่านเราะซูลุลลอฮ์ มาถึงแล้ว ! �

ท่านเราะซูล ได้ลงพักที่ กุบาอ์ หลายวันและได้สร้างมัสญิดขึ้นหลังหนึ่ง ซึ่ง อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสถึงเรื่องนี้ว่า :

�เจ้าอย่าไปร่วมยืนละหมาดในมัสยิดนั้นเป็นอันขาด แน่นอน มัสยิดที่ถูกวางรากฐานบนความยำเกรงตั้งแต่วันแรกนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้น เพราะในมัสยิดนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะชำระตัวให้บริสุทธิ์ และอัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ชำระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ � (อัตเตาว์บะฮ์ 9 : 108)

ต่อจากนั้น ท่านนะบี ได้ย้ายออกจาก กุบาอ เดินผ่านหลายหมู่บ้านของชาวอาหรับในมะดีนะฮ์ ผู้คนต่างยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง ห้อมล้อมต้อนรับท่านนะบี ทั้งชายและหญิง มีบางคนขึ้นไปบนหลังคาบ้าน บรรดาเด็กๆเรียงรายอยู่ตามท้องถนน ร้องตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า :

� โอ้ มุฮัมมัด โอ้เราะซูลของอัลลอฮ์ �

ในแต่ละครั้งที่ท่านผ่านหมู่บ้าน พวกเขาจะพากันจับเชือกสะพายอูฐของท่านนะบี แล้วขอให้พักที่บ้านของพวกเขา ท่านนบี จึงกล่าวว่า :

�ท่านทั้งหลาย ปล่อยมันเถิด แท้จริงแล้ว มันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว�

ในที่สุด อูฐของท่านนะบี ได้คุกเข่าลงบริเวณที่ดินของลูกกำพร้าสองคนจาก บนีมาลิก บิน อันนัจญ๊าร ซึ่งท่านได้สร้างมัสญิดขึ้นที่ตรงนั้น แล้วลงพักที่บ้านของ อบี อัยยู๊บ อัลอันซอรีย์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ(*2*)

ท่านเราะซูล ได้พำนักกับบรรดาซอฮาบะฮ์ ในเมืองมะดีนะฮ์ ซึ่งประกอบไปด้วยชาวมักกะฮ์ ชาวมะดีนะฮ์ และบรรดามุสลิมจากเผ่า�ค็อชร๊อญ์� และ �เผ่าเอ๊าซ์� พวกเขาได้ทำให้เป็นที่สัตย์จริงแล้วในคำสัตยาบันที่ให้ไว้กับท่านเราะซูลุลลอฮ์ คือให้มีที่อาศัยพักพิงแก่ท่านเราะซูลที่มะดีนะฮ์ พวกเขามีความปลื้มปิติยินดี

บรรดาชื่อและสกุลที่เป็นโครงสร้างประจำเผ่าได้มลายหายไป คำว่า �อัลมุฮาญิรีน� กลายเป็นชื่อที่รู้จักกัน หมายถึงผู้ที่อพยพจากมักกะฮ์มายังมะดีนะฮ์ บรรดามุสลิมชาวมะดีนะฮ์ จึงได้ชื่อใหม่ว่า �อัลอันศ็อร� (ผู้ให้การช่วยเหลือ) ชื่อเมืองที่เคยเรียกว่า �ยัษริบ� มีชื่อใหม่ว่า �มะดีนะตุรเราะซูล� (เมืองของผู้เป็นเราะซูล)

จากการอพยพก่อให้เกิดผลในแง่ประวัติศาสตร์มากมาย ด้วยเหตุนี้การอพยพจึงเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญยิ่งของประวัติศาสตร์อิสลาม ที่มุสลิมทั้งหลายต้องศึกษา และจารึกไว้ตราบจนกระทั่งวันกิยามะฮ์ เมื่อรัฐอิสลามได้เริ่มก่อตั้งขึ้น จึงต้องการพลังเพื่อปกป้องตนเองท่ามกลางกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก ขณะที่บรรดาศัตรูจ้องฉวยโอกาสทำลาย และที่สำคัญคือการรวบรวมบรรดามุสลิมให้ได้มากที่สุด ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญและพลังของการดำเนินการ ด้วยเหตุนี้การอพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์จึงเป็นภาระหน้าที่สำหรับบรรดามุสลิมทุกคนที่อยู่นอกเมืองมะดีนะฮ์ อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงคาดโทษบรรดาผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งในการอพยพ ด้วยการลงโทษอย่างรุนแรงโดยไม่มีการละเว้น จะผ่อนปรนให้เฉพาะผู้ที่ไร้ความสามารถและบรรดาผู้ที่ถูกบีบบังคับ หรือถูกขัดขวางเท่านั้น

อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า :

�แท้จริง บรรดาผู้ที่มลาอิกะฮ์ได้เอาชีวิตของพวกเขาไปในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้ก่ออธรรมต่อตัวของพวกเขาเองนั้น มลาอิกะฮ์ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าปรากฏอยู่บนสิ่งใด ? พวกเขากล่าวว่า พวกเราเป็นผู้ที่ถูกนับว่าเป็นผู้ที่อ่อนแอในแผ่นดิน มลาอิกะฮ์ กล่าวว่า แผ่นดินของอัลลอฮ์ มิได้กว้างขวางพอดอกหรือที่พวกเจ้าจะอพยพไปอยู่ ชนเหล่านี้แหละ ที่อยู่ของพวกเขาคือ นรก ญะฮันนัม และเป็นที่กลับไปอันชั่วช้ายิ่งนัก� (อันนิซาอ์ 4 : 97)

อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ยังได้ทรงสัญญากับบรรดาผู้ที่อพยพ ด้วยการให้ได้รับความดีอย่างท่วมท้น และผลบุญอันยิ่งใหญ่ ในคำตรัสของพระองค์ ที่ว่า :

�และผู้ใดที่อพยพไปในหนทางของอัลลอฮ์ เขาจะพบว่าในผืนแผ่นดินนั้นมีความกว้างขวางและมีความมั่งคั่งอันมากมาย และผู้ที่ออกจากบ้านช่องของเขาไปในฐานะผู้อพยพไปยังอัลลอฮ์ และเราะซูลของพระองค์ แล้วความตายก็มาถึงเขา แน่นอน รางวัลของเขานั้นย่อมปรากฏอยู่แล้ว ณ ที่อัลลอฮ์ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ� (อันนิซาอ์ 4 : 100)

ภายหลังจากที่รัฐอิสลามเข้มแข็ง มีพลังสามารถปกป้องตนเองได้ อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีบัญชาให้เผยแพร่ไปยังเผ่าต่างๆ ภายหลังสนธิสัญญาสงบศึกที่ �อัลฮุดัยบียะฮ์� และหลังจากการพิชิตนครมักกะฮ์ได้แล้ว เรื่องฟัรฎู(บังคับ) ของการอพยพที่ได้เคยเป็นวาญิบ (สิ่งจำเป็น) จึงหมดไป

ท่านเราะซูล ได้กล่าวว่า :

لاهجرة بعد الفتح

�ไม่มีการอพยพใดๆอีกแล้ว ภายหลังจากที่ได้พิชิตนครมักกะฮ์� (บันทึกโดย อิมาม บุคอรีย์) (*3*)

 

ดร.อัดุลลอฮฺ อิบนุ อับดิรเราะฮ์มาน อัลค็อรอาน

...ประเด็นต่างๆในการศึกษาชีวประวัตินะบีมุฮัมมัด

ซอเฮี๊ย อัลบุคอรี กิตาบ ฟะฏออิ้ล อัศฮาบุ้ลนะบี บาบุมนากิบุ้ลมุฮาญิรีน มนากิบ อะบีบักร
ซอเฮี๊ยมุสลิม 4/2311 และดู อัลอัมรี อัซซีร่อตุ้ลนะบวี อัศศ่อฮีฮะอฺ 1/218-219 - ดูการตัครีจฮะดิษ อัลอัมรี อัซซีร่อตุ้ลนะบวี อัศศ่อฮีฮะอฺ 1/219 สายรายงานฮะดิษ อยู่ในขั้น หะซันลิฆอยริฮี
ซอเฮี๊ยบุคอรี กิตาบุ้ลญิฮาด บาบฟัดลุ้ลญิฮาดวัซซีร(คัดลอกจากเว็ปไซด์islslammore,https://www.islammore.com/view/1016)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2022 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]